|
ขวัญฤทัย ดำรงค์วัฒนโภคิน กรรมการผู้จัดการ ผู้เป็นกำลังสำคัญสำหรับ รมย์รวินท์ คลินิก ซึ่งเติบโต และขยายสาขาไปทั่วประเทศ ถึง 25 สาขา ด้วยแนวคิดที่เชื่อว่าคุณภาพต้องมาก่อน
* งานของเราคืองานบริการที่มีเป้าหมายเพื่อทำให้ลูกค้าเกิดความพึงพอใจสูงที่สุด เพราะฉะนั้นทุกอย่างที่เราจะทำให้ลูกค้าต้องละเอียดรอบคอบและระมัดระวังมากที่สุด เพราะจิตใจของคนเป็นเรื่องละเอียดอ่อน ถ้าเกิดความผิดพลาด ผลเสียอาจจะประเมินค่าไม่ได้ด้วยซ้ำ
* พนักงานจะอยู่กับเราได้นาน ถ้าเราสามารถทำให้เขาเกิดความมั่นใจว่าองค์กรของเรามีศักยภาพเพียงพอที่จะทำให้ เขาเติบโตก้าวหน้าได้ และทำให้เขารู้สึกว่าเราเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับเขา
* เราจะเป็นเจ้านายที่มักจะให้โอกาสน้อง ๆ ได้ทดลองทำงานหลาย ๆ ด้าน ว่าเขาถนัด และเหมาะสมกับงานประเภทไหน เปิดโอกาสให้เขาคิดเองเป็น ไม่ต้องถามเราเสมอว่าควรจะทำอะไรได้เพราะเมื่อไหร่ที่เขาได้อย่างนั้น ภาระรับผิดชอบของเราก็น้อยลง
* ลูกน้องที่ดีที่สุดคือลูกน้อง ที่คิดอยู่เสมอว่าเขาเป็นเจ้าของกิจการ เพราะถ้าเขาคิดอย่างนั้นเขาก็จะรู้สึกเองว่าเขาควรจะทำงานอย่างไร และควรจะใส่ใจกับงานมากน้อยแค่ไหน
* เราจะให้ความสำคัญกับคนดี มากกว่าคนเก่งเพราะความเก่งเพราะความเก่ง เป็นเรื่องที่ฝึกกันได้ แต่ความดีเป็นเรื่องที่ปลูกฝัง และฝึกฝนกันยาก เพราะฉะนั้นพนักงานของเราไม่จำเป็นต้องเก่งที่สุด แค่มีความตั้งใจจริง บวกกับคุณธรรมก็พอแล้ว
* ทุกคนชอบให้คนพูดดี ๆ กับตัวเองเสมอ เพราะฉะนั้น เวลาจะสื่อสารกับใครก็ตาม เราต้องใช้จิตวิทยาด้วย การจะเข้าถึงคนคนหนึ่งไม่ใช่เรื่องยากเกินความสามารถ ขึ้นอยู่กับว่าเราจะเปิดใจและใส่ใจกับเขามากแค่ไหน
* การทำการตลาดที่ดีที่สุดก็คือทำให้สินค้าและบริการของเรามีคุณภาพมากที่สุด แล้วลูกค้าก็จะบอกต่อ ๆ กันไปเอง เราเชื่อว่าการทำอะไรให้มีคุณภาพจะไม่มีผลเสียหายใด ๆ ทั้งสิ้น มีแต่ผลดี
* ส่วนตัวไม่เห็นด้วยกับการทำสงครามราคา เพราะถ้าราคาลดลง แน่นอนว่าคุณภาพก็ต้องลดลงตามไปด้วย เป็นสิ่งที่เลี่ยงไม่ได้ ที่ถูกต้องก็คือน่าจะแข่งกันใส่คุณภาพเข้าไปเยอะ ๆ เพื่อให้ลูกค้ามีทางเลือกน่าจะดีกว่า
* ถ้าเกิดปัญหา โดยเฉพาะปัญหาที่เกี่ยวข้องกับคน จะไม่ชอบปล่อยทิ้งไว้ จิตใจคนอาจเปลี่ยนไปแล้ว ถึงตอนนั้นก็แก้ลำบาก การแก้ไขทันทีจะทำให้เขารู้สึกว่าเขาสำคัญ และใส่ใจเขา
* สิ่งที่ได้เรียนรู้จากประสบการณ์การทำงานที่ผ่านมาก็คือ ไม่ว่าจะทำอะไรก็ตาม อย่าไปเลียนแบบคนอื่น เราต้องหาแนวทางของตัวเอง แล้วจะมีโอกาสประสบความสำเร็จสูง ถ้ามัวแต่ทำในสิ่งที่คนอื่นทำซ้ำๆ กันมา ก็คงอยู่ได้ไม่นาน
* เวลาอยู่ในห้องประชุม ทุกคนต้องมีสิทธิแสดงความคิดเห็นเท่ากัน ไม่จำเป็นว่าจะต้องมีตำแหน่งสูงกว่า หรืออายุมากกว่า ถ้าเป็นความคิดเห็นที่อยู่บนพื้นฐานของความหวังดี ทุกความคิดเห็นก็มีค่าเท่าเทียมกันหมด
* ทีมที่มีประสิทธิภาพที่สุดคือทีมที่ทุกคนรู้ว่าตัวเองมีหน้าที่อะไร และรับผิดชอบหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด แต่ถ้ามีปัญหาเมื่อไหร่ ต้องเข้ามาปรึกษากันอย่าเก็บไปคิดคนเดียว เพราะการช่วยกันแก้ปัญหาหลายๆ คน ย่อมจะได้คำตอบมากกว่าการคิดแก้ปัญหาอยู่คนเดียวอยู่แล้ว
* ทุกคนล้วนมีข้อดี และข้อเสียแตกต่างกันไป แต่ผู้บริหารต้องเรียนรู้ที่จะเลือกมองข้อดีของแต่ละคน แล้วหาทางผลักดันให้ข้อดีของเขาได้ใช้งานมากที่สุด แล้วข้อเสียของเขาก็จะไม่มีโอกาสได้แสดงออกมา
* ผู้บริหารสามารถให้ตำแหน่งสูง ๆ กับใครก็ได้ ทุกคนมีโอกาสเท่ากันหมด แต่การจะทำให้ทุกคนยอมรับและนับถือ เป็นเรื่องที่คนคนนั้นต้องสร้างเอาเอง
* การมีคู่แข่งทางธุรกิจอาจจะทำให้เราเกิดความกังวล ได้ในบางครั้ง แต่ไม่ว่าคู่แข่งจะน่ากลัวแค่ไหน เราต้องคิดอยู่เสมอว่า เป้าหมายของเราคืออะไร แล้วยึดมั่นในแนวทางนั้น อย่าไปโอนเอียง หรือไขว้เขว ถ้าหาแนวทางนั้นเจอ เราก็ไม่มีทางแพ้
* เราเป็นคนที่เวลาที่จะทำอะไรแล้วต้องทำให้ถึงที่สุด เพราะไม่อยากจะมานั่งเสียใจทีหลังว่าเราน่าจะทำแบบนั้นแบบนี้ ต่อให้ผลที่ได้จะออกมาไม่เหมือนกับที่หวังไว้ แต่อย่างน้อยก็ถือได้ว่าเราพยายามเต็มที่แล้ว ซึ่งจะทำให้เรายอมรับความผิดหวังได้ง่ายขึ้น
* คนเราจะได้เปรียบคนอื่น ต้องรู้จักเสาะแสวงหาความรู้ใหม่ ๆ ต้องรู้ลึกที่สุด รอบด้านที่สุด เพราะจะทำให้เรามีตัวเลือกมากกว่าคนอื่น โอกาสก็จะเพิ่มขึ้นตามไปด้วย
* ถ้ารู้สึกว่าไม่อยากจำทำงานร่วมกับใคร เพราะเข้ากันไม่ได้ เราเลือกที่จะห่างจากเขา โดยไม่ไปวิจารณ์ หรือไปตัดสินเขา เพราะจริง ๆ แล้วเขาอาจจะเข้ากับเราไม่ได้ แต่อาจจะเข้ากับคนอื่นได้ดีกว่าก็ได้
|