การดูแลผิวให้กระชับและอ่อนวัยไม่จำเป็นต้องพึ่งการผ่าตัดเสมอไป ปัจจุบันมีเทคโนโลยียกกระชับผิวที่ช่วยฟื้นฟูความยืดหยุ่นของผิวได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยหนึ่งในเทคโนโลยียอดนิยมที่ได้รับความสนใจอย่างมากคือ Oligio หรือที่หลายคนเรียกว่ายกกระชับ Oligio ซึ่งเป็นเครื่องยกกระชับผิวที่ใช้พลังงานคลื่นวิทยุ Monopolar RF ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในชั้นผิว ทำให้ผิวแน่นขึ้น ริ้วรอยลดลง และกรอบหน้าดูชัดเจนขึ้นโดยไม่ต้องพักฟื้นนาน
บทความนี้จะพาคุณมาทำความรู้จัก Oligio ให้มากขึ้น ตั้งแต่หลักการทำงาน จุดเด่น ราคา ไปจนถึงการเปรียบเทียบข้อดีและข้อจำกัดกับเครื่องยกกระชับอื่น ๆ เช่น Ultra 4D Lift, Thermage FLX หรือ Volnewmer เพื่อให้คุณตัดสินใจได้อย่างมั่นใจก่อนเลือกทำหัตถการยกกระชับผิวที่เหมาะกับตนเอง

ทำความรู้จักยกกระชับ Oligio เทคโนโลยีเพื่อการยกกระชับผิว
Oligio เป็นเทคโนโลยียกกระชับผิวที่ใช้พลังงานแบบ Monopolar RF ความถี่ 6.78 MHz ซึ่งถูกออกแบบมาเพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและฟื้นฟูความยืดหยุ่นของผิวจากภายใน โดยพลังงานของยกกระชับ Oligio จะส่งลงลึกถึงชั้นหนังแท้และชั้นไขมันใต้ผิว ทำให้ผิวตึงขึ้นและยกกระชับอย่างกลมกลืนกับใบหน้า
นอกจากจะช่วยให้ผิวแน่นและเรียบเนียนขึ้นแล้ว Oligio ยังมีคุณสมบัติช่วยลดไขมันส่วนเกินบริเวณ แก้ม เหนียง และแนวกรอบหน้าได้ในคราวเดียว ทำให้รูปหน้าดูเรียวและกระชับโดยไม่ต้องผ่าตัดหรือพักฟื้นนาน
หลักการทำงานของยกกระชับ Oligio
เทคโนโลยี Oligio ใช้พลังงานคลื่นวิทยุแบบ Monopolar RF ความถี่ 6.78 MHz ร่วมกับเทคโนโลยีที่ช่วยปรับค่าความต้านทานของผิวให้เหมาะสม ส่งผลให้พลังงานถูกส่งลงสู่ชั้นผิวได้อย่างแม่นยำยิ่งขึ้น กระบวนการยกกระชับ Oligio จะทำงานผ่า 3 ขั้นตอนหลัก ดังนี้
- กระตุ้นความร้อนในชั้นผิว
พลังงานคลื่น RF จะสร้างความร้อนในระดับประมาณ 40–45 องศาเซลเซียส ในชั้นหนังแท้และชั้นไขมัน เพื่อกระตุ้นให้ผิวสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินใหม่ โดยไม่ทำลายเซลล์ผิวด้านบน
- ลดไขมันส่วนเกิน
ความร้อนที่ส่งผ่านจากเครื่องยกกระชับ Oligio จะทำให้โมเลกุลของไขมันเกิดการสั่นสะเทือนจนแตกตัว จากนั้นร่างกายจะค่อย ๆ จำกัดไขมันออกตามกลไกธรรมชาติ ช่วยให้ใบหน้าดูเรียวและได้สัดส่วนมากขึ้น
- กระตุ้นการจัดเรียงคอลลาเจนใหม่
เส้นใยคอลลาเจนเดิมจะกดตัวหลังได้รับพลังงาน และในช่วง 3–6 เดือนต่อมา ร่างกายจะสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินใหม่อย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ผิวแน่นขึ้น ดูอ่อนวัยอย่างกลมกลืนกับใบหน้า
ระหว่างที่เครื่องยกกระชับ Oligio ทำงาน ระบบทำความเย็น (Cooling System) จะควบคุมอุณหภูมิผิวชั้นนอกให้อยู่ราว 5 องศาเซลเซียส เพื่อปกป้องผิวจากความร้อน พร้อมระบบสั่นที่ช่วยกระจายพลังงาน ลดความรู้สึกไม่สบาย ทำให้การยกกระชับผิวเป็นไปอย่างนุ่มนวล และรู้สึกสบายตลอดการทำหัตถการ

หัวทิปของยกกระชับ Oligio และการทำงานในแต่ละบริเวณ
เทคโนโลยี Oligio มาพร้อมหัวทิป (Tip) ให้เลือก 2 ขนาด ซึ่งออกแบบมาให้เหมาะกับการยกกระชับผิวในแต่ละบริเวณของใบหน้าและลำคอ โดยคำนึงถึงความแม่นยำของพลังงานเป็นหลัก เพื่อให้การทำยกกระชับ Oligio ให้ผลลัพธ์ที่กลมกลืนกับใบหน้า และเหมาะสมกับโครงสร้างผิวของแต่ละคน
Oligio Face Tip ขนาด 4 cm²
- เป็นหัวทิปขนาดใหญ่ เหมาะสำหรับการทำงานในบริเวณกว้าง เช่น แก้ม กรอบหน้า หน้าผาก และลำคอ สามารถส่งพลังงาน Monopolar RF ลงลึกได้ทั่วถึง ช่วยยกกระชับผิวที่เริ่มหย่อนคล้อย และลดไขมันสะสมใต้ผิวในจุดกว้างได้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยฟื้นฟูผิวให้ดูแน่น เรียบเนียน และกระชับขึ้น พร้อมยกกระชับปรับรูปหน้าให้ได้สัดส่วนอย่างกลมกลืนกับใบหน้า
Oligio Eye Tip ขนาด 0.25 cm²
- หัวขนาดเล็กพิเศษออกแบบมาเพื่อใช้ในจุดที่ต้องการความละเอียดสูง เช่น บริเวณรอบดวงตา ใต้ตา หรือมุมปาก เหมาะสำหรับการยกกระชับผิวในพื้นที่บอบบาง ลดเลือนริ้วรอยตื้นและรอยเหี่ยวย่นเฉพาะจุด พลังงานจาก Oligio จะช่วยกระตุ้นคอลลาเจนให้ผิวรอบดวงตาดูเรียบตึงขึ้น และลดอาการบวมได้อย่างอ่อนโยน
หัวทิปทั้งสองแบบของยกกระชับ Oligio จึงตอบโจทย์ได้ทั้งการฟื้นฟูผิวในบริเวณกว้างและพื้นที่เล็กที่ต้องการความละเอียดสูง ให้ผลลัพธ์ผิวกระชับ เรียบเนียน และดูอ่อนวัยอย่างกลมกลืนกับใบหน้า

ยกกระชับ Oligio ทำตำแหน่งไหนได้บ้าง?
เทคโนโลยี Oligio ถือเป็นหนึ่งในเทคโนโลยียกกระชับผิวที่ออกแบบมาเพื่อปรับสภาพผิว และฟื้นฟูความกระชับได้ครอบคลุมหลายบริเวณทั่วใบหน้าและลำคอ โดยสามารถทำได้โดยไม่เป็นอันตรายทั้งในพื้นที่กว้างและบริเวณที่บอบบาง ซึ่งแต่ละจุดจะช่วยฟื้นฟูผิวในแบบเฉพาะเจาะจง ดังนี้
- บริเวณแก้มและกรอบหน้า – ช่วยยกกระชับผิวที่หย่อนคล้อย ลดไขมันส่วนเกินใต้ผิว ทำให้ใบหน้าดูเรียวและกรอบหน้าคมชัดขึ้น
- บริเวณแนวกรามและเหนียง – พลังงานจากยกกระชับ Oligio ช่วยกระตุ้นคอลลาเจน ยกกระชับเหนียง และลดไขมันใต้คาง ทำให้แนวกรามดูได้รูปมากขึ้น
- บริเวณหน้าผากและรอยย่นระหว่างคิ้ว – ช่วยลดเลือนริ้วรอยตื่นและร่องลึก ทำให้ผิวเรียบเนียนและดูสดใสขึ้น
- บริเวณรอบดวงตาและใต้ตา – ใช้หัวทิปขนาดเล็กของ Oligio เพื่อฟื้นฟูผิวรอบดวงตา ลดรอยเหี่ยวย่นและอาการบวมได้อย่างอ่อนโยน
- บริเวณมุมปากและร่องน้ำหมาก – กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนให้ผิวรอบมุมปากแน่นขึ้น ลดร่องลึกและยกมุมปากให้ดูอ่อนวัย
- บริเวณลำคอ – ฟื้นฟูผิวบริเวณลำคอให้กลับมากระชับ ลดรอยย่นและผิวที่หย่อนคล้อยจากอายุที่เพิ่มขึ้น

ยกกระชับ Oligio ช่วยอะไรบ้าง?
- กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินใหม่ ช่วยให้ผิวยืดหยุ่นและแข็งแรง
- ลดไขมันส่วนเกินบริเวณแก้ม เหนียง และกรอบหน้า ช่วยยกกระชับปรับรูปหน้า
- ลดเลือนริ้วรอย ร่องลึก และรอยเหี่ยวย่น ในบริเวณหน้าผาก รอบดวงตา และมุมปาก
- ยกกระชับบริเวณรอบดวงตาและใต้ตา ลดอาการบวมและความหย่อนคล้อย
- ยกกระชับผิวหน้าและลำคอให้ดูเต่งตึง เรียบเนียน และแน่นขึ้น
- ฟื้นฟูผิวที่หย่อนคล้อยให้กลับมาดูสดใสและอ่อนวัยขึ้น

ยกกระชับ Oligio เหมาะกับใครบ้าง?
- ผู้ที่มีผิวหย่อนคล้อยจากอายุที่เพิ่มมากขึ้น และต้องการยกกระชับผิวให้ดูเต่งตึงขึ้น
- ผู้ที่เริ่มสังเกตเห็นริ้วรอย ร่องลึก หรือกรอบหน้าไม่ชัด อยากฟื้นฟูให้ดูอ่อนวัย
- ผู้ที่มีไขมันส่วนเกินบริเวณแก้ม เหนียง หรือกรอบหน้า และต้องการยกกระชับปรับรูปหน้าให้เรียว
- ผู้ที่ต้องการกระตุ้นคอลลาเจนและอีลาสตินในผิว ให้ผิวแข็งแรงและยืดหยุ่นมากขึ้น
- ผู้ที่ต้องการลดเลือนริ้วรอยและยกกระชับผิวรอบดวงตา ใต้ตา หรือมุมปาก
- ผู้ที่ต้องการเริ่มต้นดูแลผิวตั้งแต่อายุ 25 ปีขึ้นไป เพื่อป้องกันการหย่อนคล้อยในระยะยาว
แม้ว่ายกกระชับ Oligio จะเป็นเทคโนโลยียกกระชับผิวที่ไม่อันตรายและให้ผลลัพธ์อย่างกลมกลืนกับใบหน้า แต่ความเหมาะสมของการทำหัตถการยังขึ้นอยู่กับสภาพผิวและปัญหาของแต่ละคน แนะนำให้เข้ารับการประเมินกับแพทย์ก่อนตัดสินใจ เพื่อวางแผนการยกกระชับ Oligio ให้เหมาะสมและเห็นผลลัพธ์ที่ดีอย่างเหมาะสม
เปรียบเทียบยกกระชับ Oligio และ ยกกระชับอื่น ๆ
Oligio vs Thermage FLX
ทั้ง Oligio และ Thermage FLX เป็นเทคโนโลยียกกระชับผิวที่ใช้พลังงานคลื่นวิทยุ Monopolar RF เหมือนกัน แต่ทั้งสองมีจุดเด่นและความแตกต่างในหลายด้าน ซึ่งเหมาะกับความต้องการของแต่ละคนไม่เหมือนกัน
- Oligio ใช้พลังงาน Monopolar RF ความถี่ 6.78 MHz ซึ่งสามารถส่งพลังงานลงลึกถึงชั้นหนังแท้และชั้นไขมันได้อย่างแม่นยำ พลังงานในระดับนี้ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ ควบคู่กับการลดไขมันส่วนเกินบริเวณแก้ม เหนียง หรือกรอบหน้า ทำให้ผิวกระชับและใบหน้าดูเรียวขึ้น ผลลัพธ์ของยกกระชับ Oligio จะค่อย ๆ ชัดเจนขึ้นภายใน 2–3 เดือนหลังทำ
- Thermage FLX ใช้พลังงาน Monopolar RF เช่นกัน แต่มีความถี่อยู่ในช่วง 0.6–1.3 MHz ซึ่งเน้นการส่งพลังงานการส่งพลังงานไปยังชั้นหนังแท้และชั้นไขมันเพื่อกระตุ้นคอลลาเจน จึงให้ผลลัพธ์ในการยกกระชับผิวที่ชัดเจน โดยเฉพาะผู้ที่มีผิวหย่อนคล้อยระดับปานกลางถึงมาก อย่างไรก็ตาม ขณะทำอาจรู้สึกร้อนหรือเจ็บมากกว่า Oligio เล็กน้อย
สรุป Oligio เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการยกกระชับผิวพร้อมลดไขมันใต้ผิว เห็นผลแบบค่อยเป็นค่อยไป ให้ความรู้สึกสบาย ไม่ต้องพักฟื้นนาน ขณะที่ Thermage FLX เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อยระดับปานกลางถึงมาก ต้องการยกกระชับระดับโครงสร้างผิว ให้ผลลัพธ์ชัดและอยู่ได้นานกว่า แต่จะรู้สึกเจ็บมากกว่าเล็กน้อยในระหว่างทำ
Oligio vs Ultra 4D Lift
ทั้ง Oligio และ Ultra 4D Lift เป็นเทคโนโลยียกกระชับผิวที่ได้รับความนิยมสูง ซึ่งมีหลักการทำงานและระดับความลึกของพลังงานที่ส่งลงสู่ผิวที่แตกต่างกัน ดังนี้
- Oligio ใช้พลังงานคลื่นวิทยุความถี่สูงแบบ Monopolar RF ซึ่งส่งพลังงานลงลึกถึงชั้นหนังแท้และชั้นไขมันใต้ผิว โดยจะสร้างความร้อนในระดับ 40–60°C เพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินใหม่ พร้อมช่วยลดไขมันสะสมบางส่วนในบริเวณแก้ม เหนียง หรือกรอบหน้า ทำให้ผิวแน่นฟูขึ้นอย่างกลมกลืนกับใบหน้า เหมาะสำหรับผู้ที่มีผิวหย่อนคล้อยเล็กน้อยถึงปานกลาง
- Ultra 4D Lift ใช้พลังงานคลื่นอัลตราซาวนด์แบบโฟกัส Micro & Macro Focused Ultrasound (MMFU) ซึ่งส่งพลังงานลงลึกถึงชั้น SMAS ชั้นพังผืดของกล้ามเนื้อที่เป็นโครงสร้างหลักของผิวหนัง ช่วยกระตุ้นให้คอลลาเจนและเกิดการสร้างใหม่ ส่งผลให้ผิวกระชับและยกขึ้นอย่างเห็นได้ชัด พลังงานของ Ultra 4D Lift จะอยู่ในช่วง 60–75°C ซึ่งพลังงานมีความเข้มข้นกว่ายกกระชับ Oligio เหมาะสำหรับผู้ที่มีความหย่อนคล้อยในระดับปานกลางถึงมาก
สรุปแล้ว หากต้องการยกกระชับผิวให้แน่นขึ้น กระจ่างใสขึ้น และรู้สึกสบายขณะทำ Oligio จะตอบโจทย์มากกว่า แต่ถ้าต้องการเน้นการยกกระชับลึกถึงชั้น SMAS เพื่อปรับโครงหน้าและแก้ปัญหาความหย่อนคล้อยในระดับมาก Ultra 4D Lift จะเป็นตัวเลือกที่เหมาะสมกว่า
Oligio vs Volnewmer
เทคโนโลยี Oligio และ Volnewmer ต่างก็เป็นเครื่องยกกระชับผิวที่ใช้พลังงานคลื่นวิทยุ Monopolar RF (Radio Frequency) เหมือนกัน แต่รายละเอียดของระบบการทำงานมีความแตกต่างกัน ดังนี้
- Oligio Oligio เป็นเทคโนโลยียกกระชับผิวด้วยพลังงานคลื่นวิทยุแบบ Monopolar RF ความถี่ 6.78 MHz ที่ส่งพลังงานความร้อนลงสู่ชั้นหนังแท้และชั้นไขมันใต้ผิว เพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสติน ช่วยให้ผิวแน่นฟู เรียบเนียน และลดเลือนริ้วรอยได้อย่างกลมกลืนกับใบหน้า จุดเด่นของยกกระชับ Oligio คือระบบ Motion Sensor ที่ช่วยควบคุมความแม่นยำในการปล่อยพลังงาน ทำให้ผลลัพธ์สม่ำเสมอ
- Volnewmer เป็นเทคโนโลยียกกระชับผิวที่ใช้พลังงาน Monopolar RF เช่นเดียวกัน มีจุดเด่นที่ระบบ Gold Continuous RF Technology และ Hydro Cooling System ที่ปล่อยน้ำเย็นต่อเนื่องขณะทำ ช่วยระบายความร้อนและลดความรู้สึกไม่สบายผิว พลังงานของ Volnewmer สามารถลงลึกถึงชั้นหนังแท้และชั้นไขมันใต้ผิว เพื่อกระตุ้นคอลลาเจนและสลายไขมันสะสมบางส่วน ส่งผลให้ผิวกระชับและใบหน้าดูเรียวขึ้น
ทั้ง Oligio และ Vonewmer เป็นเทคโนโลยียกกระชับผิวที่ไม่ต้องผ่าตัด และให้ผลลัพธ์ที่ดูกลมกลืนกับใบหน้า โดยแพทย์จะเป็นผู้ประเมินสภาพผิวและเลือกระบบที่เหมาะสม เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ของการยกกระชับ Oligio หรือ Volnewmer ที่ตอบโจทย์กับปัญหาผิวของแต่ละบุคคลให้ผลลัพธ์ผิวแน่น กระชับ และกระตุ้นคอลลาเจนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ขั้นตอนการทำยกกระชับ Oligio แบบทุกขั้นตอน
การทำยกกระชับผิว Oligio เป็นหัตถการที่ไม่ซับซ้อน ใช้เวลาไม่นาน และสามารถกลับไปทำกิจวัตรประจำวันได้หลังทำ โดยมีขั้นตอนหลัก ดังนี้
- เริ่มจากการปรึกษาและวิเคราะห์สภาพผิว แพทย์จะทำการตรวจประเมินสภาพผิว เช่น ความหย่อนคล้อย ริ้วรอย หรือความไม่กระชับของใบหน้า จากนั้นวางแผนการรักษาให้เหมาะกับแต่ละบุคคล รวมถึงกำหนดจำนวนช็อตและระดับพลังงานของเครื่อง Oligio ที่เหมาะสมกับสภาพผิวของผู้เข้ารับบริการ
- ต่อมาคือขั้นตอนทำความสะอาดผิวหน้า เพื่อขจัดเครื่องสำอางและสิ่งสกปรกจากผิวอย่างหมดจด เพื่อให้พลังงานคลื่นวิทยุสามารถส่งผ่านได้อย่างมีประสิทธิภาพ จากนั้นผู้ช่วยแพทย์จะติดแผ่นสื่อที่หลังเพื่อให้ระบบคลื่น RF ทำงานได้สมบูรณ์
- ก่อนเริ่มทำแพทย์จะทาเจลบนผิวบริเวณที่ต้องการยกกระชับผิว เพื่อช่วยนำพลังงานและลดความร้อนที่ผิวชั้นบน เมื่อทุกอย่างพร้อม แพทย์จะเริ่มใช้หัวเครื่อง Oligio วางลงบนผิว หัวยิงจะปล่อยพลังงานคลื่นวิทยุลงสู่ชั้นหนังแท้และชั้นไขมันใต้ผิว โดยระบบทำความเย็นและระบบสั่นจะทำงานควบคู่กัน เพื่อช่วยให้คนไข้รู้สึกสบายระหว่างทำ
- ขณะทำยกกระชับ Oligio ผู้รับบริการจะรู้สึกเพียงอุ่น ๆ สลับกับความเย็นจากหัวเครื่อง ซึ่งเป็นสัญญาณว่าพลังงานกำลังถูกส่งลงไปกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนอย่างมีประสิทธิภาพ
- หลังจากยิงครบตามจำนวนช็อต แพทย์จะทำความสะอาดเจลออกจากใบหน้า และทาผลิตภัณฑ์บำรุงผิว ที่ช่วยปลอบประโลมและฟื้นฟูผิว เช่น เซรั่มหรือมอยส์เจอไรเซอร์ เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นและช่วยให้ผิวฟื้นตัวเร็วขึ้น
ขั้นตอนทั้งหมดของ Oligio ใช้เวลาประมาณ 20–30 นาทีเท่านั้น เหมาะกับผู้ที่ต้องการฟื้นฟูผิวให้กระชับขึ้นโดยไม่ต้องพักฟื้น ผลลัพธ์จะเริ่มเห็นได้บางส่วนทันทีหลังทำ และค่อย ๆ ดีขึ้นภายในไม่กี่เดือนจากการสร้างคอลลาเจนใหม่ใต้ผิว
ยกกระชับ Oligio มีข้อดีและข้อจำกัดอะไรบ้าง?
ข้อดีของการทำยกกระชับ Oligio
- ยกกระชับผิวได้อย่างกลมกลืนกับใบหน้าโดยไม่ต้องผ่าตัดหรือพักฟื้น
- กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสติน ช่วยให้ผิวแน่น เรียบเนียน และยืดหยุ่นมากขึ้น
- ช่วยลดไขมันสะสมใต้ผิว โดยเฉพาะบริเวณแก้ม เหนียง และกรอบหน้า
- รู้สึกสบายขณะทำ ด้วยระบบทำความเย็นและระบบสั่นของเครื่องที่ช่วยลดความร้อน
- เจ็บน้อยและไม่อันตราย เหมาะสำหรับผู้ที่กลัวเจ็บหรือมีผิวบอบบาง
- ใช้เวลาไม่นาน ประมาณ 20–30 นาที สามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ปกติหลังทำ
- เห็นผลบางส่วนหลังทำ และผลลัพธ์จะค่อย ๆ ดีขึ้นภายใน 2–3 เดือน
- เหมาะกับทุกสภาพผิว ทั้งหน้าแห้ง หน้ามัน หรือผิวบอบบางก็สามารถทำได้
- สามารถทำซ้ำได้เป็นระยะ เพื่อคงผลลัพธ์ของการยกกระชับในระยะยาว
ข้อจำกัดของการทำยกกระชับ Oligio
- อาจไม่เหมาะกับผู้ที่มีผิวหย่อนคล้อยมากหรือผิวหนังส่วนเกินมาก
- หลังทำอาจมีผิวแดงหรืออุ่นเล็กน้อย ซึ่งจะหายไปภายในไม่กี่ชั่วโมง
- ผลลัพธ์มีระยะเวลาจำกัดประมาณ 6–12 เดือน จึงควรทำซ้ำตามคำแนะนำของแพทย์
- หากไม่ได้ดูแลผิวอย่างต่อเนื่อง เช่น พักผ่อนน้อยหรือโดนแดดจัด อาจทำให้ผลลัพธ์อยู่ได้ไม่นาน
- มีข้อจำกัดสำหรับบางคน เช่น ผู้ที่กำลังตั้งครรภ์ หรือมีอุปกรณ์ทางการแพทย์ฝังอยู่ในร่างกาย ไม่ควรทำยกกระชับ Oligio เนื่องจากพลังงานคลื่นวิทยุที่ใช้ในการยกกระชับผิว อาจรบกวนการทำงานของอุปกรณ์ได้
แม้ว่า Oligio จะเป็นเทคโนโลยียกกระชับผิวที่ให้ผลลัพธ์ดี ไม่เป็นอันตราย และไม่ต้องพักฟื้น แต่การเลือกทำหัตถการควรอยู่ภายใต้การประเมินของแพทย์ เพื่อปรับระดับพลังงานและวางแผนการรักษาให้เหมาะสมกับสภาพผิวของแต่ละคน
ยกกระชับ Oligio ราคาเท่าไหร่?
ราคาของการทำยกกระชับ Oligio โดยทั่วไปจะอยู่ในช่วงประมาณ 15,000–30,000 บาท ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับจำนวนช็อตที่ใช้ทำ พื้นที่ที่ต้องการยกกระชับผิว รวมถึงมาตรฐานของคลินิกและการดูแลโดยแพทย์ที่มีประสบการณ์ในหัตถการด้านนี้
ในบางคลินิกอาจมีการแบ่งแพ็กเกจตามจำนวนช็อต เช่น
- Oligio 100 ช็อต ราคาเริ่มต้นประมาณ 4,000–9,000 บาท
- Oligio 300 ช็อต ราคาอยู่ที่ราว 13,000–18,000 บาท
- Oligio 600 ช็อต ราคาประมาณ 25,000–30,000 บาท
- Oligio 900 ช็อตขึ้นไป ราคาเริ่มต้นที่ประมาณ 35,000 บาท
อย่างไรก็ตาม ราคาที่แน่นอนของการทำยกกระชับ Oligio อาจแตกต่างกันในแต่ละคลินิก ขึ้นอยู่กับเทคนิคของแพทย์ เครื่องแท้ และบริเวณที่ต้องการทำการรักษา นอกจากนี้คลินิกบางแห่งอาจมีโปรโมชั่นหรือแพ็กเกจพิเศษสำหรับผู้ที่ต้องการทำหลายบริเวณพร้อมกัน
โดยสรุป ราคาของการทำ Oligio จะขึ้นอยู่กับจำนวนช็อตที่ใช้และสภาพผิวของแต่ละบุคคล การเข้ารับคำปรึกษากับแพทย์ก่อนทำจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อประเมินปัญหาผิวและวางแผนจำนวนช็อตที่เหมาะสม ทั้งในด้านประสิทธิภาพและงบประมาณ
ยกกระชับ Oligio เจ็บไหม?
- ระหว่างทำยกกระชับ Oligio จะรู้สึกอุ่น ๆ สลับกับเย็นจากหัวเครื่องที่มีระบบทำความเย็นในตัว จึงช่วยลดความร้อนและความรู้สึกเจ็บได้มาก ส่วนใหญ่ไม่จำเป็นต้องใช้ยาชา และสามารถทำได้อย่างสบาย
ยกกระชับ Oligio สามารถทำร่วมกับหัตถการอื่นได้ไหม?
- สามารถทำยกกระชับผิว Oligio ร่วมกับหัตถการอื่นได้ เช่น โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ โปรแกรมฉีดโบ หรือ Ultra 4D Lift โดยแพทย์จะเป็นผู้ประเมินลำดับและช่วงเวลาที่เหมาะสม เพื่อให้ผลลัพธ์ของการยกกระชับผิวเห็นผลที่ดี
ควรทำยกกระชับ Oligio บ่อยแค่ไหน?
- แนะนำให้ทำยกกระชับผิว Oligio ประมาณปีละ 1–2 ครั้ง เพื่อกระตุ้นคอลลาเจนอย่างต่อเนื่อง และช่วยคงผลลัพธ์ของการยกกระชับผิวให้อยู่ได้นานขึ้น ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและอายุของแต่ละบุคคล
สามารถทำยกกระชับ Oligio ได้ตั้งแต่อายุเท่าไหร่?
- โดยทั่วไปสามารถเริ่มทำยกกระชับผิว Oligio ได้ตั้งแต่อายุประมาณ 25 ปีขึ้นไป หรือเมื่อเริ่มมีปัญหาผิวหย่อนคล้อย รูขุมขนกว้าง หรือกรอบหน้าไม่ชัด เพื่อช่วยฟื้นฟูและป้องกันผิวหย่อนในระยะยาว
หลังทำยกกระชับ Oligio ผิวจะบางหรือไหม้ไหม?
- หลังทำยกกระชับผิว Oligio ไม่ทำให้ผิวบางหรือไหม้ เนื่องจากการทำยกกระชับผิว Oligio ไม่เป็นอันตราย เพราะพลังงาน Monopolar RF จะลงลึกชั้นหนังแท้และชั้นไขมันใต้ผิว โดยไม่ทำลายผิวชั้นบน จึงไม่ทำให้ผิวบางหรือไหม้หลังทำ
หลังทำยกกระชับ Oligio แล้วต้องพักฟื้นไหม?
- ไม่จำเป็นต้องพักฟื้นหลังทำยกกระชับผิว Oligio ผิว อาจมีอาการแดงหรืออุ่นเล็กน้อยในช่วง 1–2 ชั่วโมงแรก จากนั้นสามารถแต่งหน้าและทำกิจกรรมได้ตามปกติ
ยกกระชับ Oligio ใช้ได้กับทุกสีผิวไหม?
- ยกกระชับผิว Oligio สามารถใช้ได้กับทุกสีผิว เนื่องจากเทคโนโลยีคลื่นวิทยุ Monopolar RF ไม่เป็นอันตรายกับทุกสีผิว เพราะไม่กระทบต่อเม็ดสีผิว จึงไม่ทำให้เกิดรอยด่างดำหรือผิวไหม้หลังทำ
การทำยกกระชับ Oligio ถือเป็นทางเลือกที่เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการฟื้นฟูผิวให้แน่น กระชับ และดูอ่อนวัยโดยไม่ต้องผ่าตัด ด้วยเทคโนโลยีคลื่นวิทยุ Monopolar RF ที่สามารถส่งพลังงานลงสู่ชั้นผิวได้อย่างแม่นยำ ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่และลดไขมันใต้ผิวในคราวเดียว ผลลัพธ์คือผิวที่เรียบเนียน กรอบหน้าชัดขึ้น และมีความยืดหยุ่นมากขึ้น
นอกจากนี้ Oligio ยังมีข้อดีในเรื่องเจ็บน้อยและไม่ต้องพักฟื้น เหมาะสำหรับทั้งผู้หญิงและผู้ชายที่ต้องการยกกระชับผิวให้ดูอ่อนวัยอยู่เสมอ อย่างไรก็ตาม เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล ควรเข้ารับการประเมินจากแพทย์ก่อนทำทุกครั้ง เพื่อปรับระดับพลังงานและวางแผนการรักษาให้แม่นยำ
หากคุณเริ่มรู้สึกผิวไม่กระชับเหมือนเดิม หรือมีปัญหาความหย่อนคล้อยเล็กน้อย การเลือกทำยกกระชับ Oligio อาจจะเป็นคำตอบที่ช่วยให้คุณกลับมามีผิวเต่งตึงและมั่นใจได้อีกครั้ง

