โปรแกรม Snore Laser รักษาอาการนอนกรน คืออะไร ? แก้ปัญหาอาการนอนกรนยังไง?

snore laser

ลงทะเบียนรับสิทธิพิเศษ







    เมื่อลงทะเบียนถือว่าท่านยอมรับ ข้อตกลงและเงื่อนไข และ นโยบายความเป็นส่วนตัว

    โปรแกรม Snore Laser รักษาอาการนอนกรน นอนหลับสบายไร้กังวล

    อาการนอนกรนเป็นปัญหาหนักอกหนักใจของใครหลายๆคน ไม่เพียงเท่านั้นยังเป็นปัญหาหลักของการร้าวฉานในครอบครัว เนื่องจากส่งปัญหาถึงผู้นอนร่วมเตียงอย่างภรรยาด้วย เพราะเราทุกคนมีภาระหน้าที่ที่ต้องทำมากมายในแต่ละวันเมื่อถึงเวลาที่ต้องนอนหลับพักผ่อนทุกคนก็ต้องการนอนหลับพักผ่อนอย่างเต็มที่ การที่ต้องตื่นขึ้นมาระหว่างคืน แล้วกว่าจะกลับไปนอนหลับได้อีกแต่ละทีก็ลำบากจึงทำให้คู่รักหลายคู่ต้องทะเลาะกันอย่างหนัก

    แต่ในความเป็นจริงแล้ว รู้หรือไม่ว่าอาการนอนกรนนั้นสามารถรักษาได้และวิธีการรักษานั้นไม่ยากจนเกินไป

    โดยวิธีแก้อาการนอนกรนนั้นสามารถแก้ไขได้โดยง่ายเบื้องต้นดังต่อไปนี้

    1. นอนหนุนหมอนสูง ให้ศีรษะอยู่สูงกว่าลำตัว
    2. นอนตะแคงแทนการนอนหงาย จะทำให้หายใจสะดวกมากขึ้น
    3. ออกกำลังกายให้มีน้ำหนักตัวที่ไม่มากจนเกินไป
    4. งดการสูบบุหรี่
    5. งดการดื่มแอลกอฮอล์
    6. ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้ร่างกายแข็งแรง
    7. พักผ่อนให้เพียงพอ 7-8 ชั่วโมง
    8. เพิ่มความชื้นภายในห้องนอน ด้วยเครื่องทำความชื้น ในระหว่างนอนหลับเพื่อให้หายใจง่ายมากขึ้น
    9. ล้างจมูก ด้วยน้ำเกลือ เพื่อให้จมูกโล่งและหายใจง่ายขึ้นก่อนนอน
    10. ทำความสะอาดเครื่องนอนให้สะอาด ไร้ไรฝุ่นอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้หายใจง่ายสะดวกมากขึ้น
    11. ปรึกษาแพทย์เพื่อทำการรักษาอาการนอนกรน

    โดยการนอนกรนสามารถรักษาได้ด้วยการทำโปรแกรม Snore Laser รักษาอาการนอนกรน

    โปรแกรม Snore Laser รักษาอาการนอนกรน คืออะไร ?

    โปรแกรม Snore Laser เป็นการรักษาอาการนอนกรนด้วยการใช้เลเซอร์ชนิดเออร์เบี่ยม (Er YAG) ที่ผลิตจากประเทศสหรัฐอเมริกา มีความยาวคลื่นในขนาด 2940 นาโนเมตร

    ยิงเข้าไปในช่องปากบริเวณ เพดานอ่อน ของปากกระพุ้งแก้มและลิ้นไก่ (Soft palta และ Uvula) เพื่อให้โปรแกรม Snore Laser เข้าไปกระตุ้นและลงสู่ผิวในชั้น Mucosa ให้ผิวบริเวณดังกล่าวได้สร้างคอลลาเจน เพื่อขยายทางเดินหายใจของคนเราที่เคยเบียดกันให้กว้างมากขึ้น ให้อากาศที่หายใจเข้าไป ผ่านได้อย่างสะดวก เนื่องจากเกิดการตึงตัวของบริเวณที่ทำการยิงโปรแกรม Snore Laser จึงส่งผลให้การอุดกั้นทางเดินหายใจลดลง มีความปลอดภัยหมดกังวลในการรักษา เนื่องจากโปรแกรม Snore Laser นั้นผ่านการรับรองจาก US-FDA จากประเทศสหรัฐอเมริการแล้ว

    ผลลัพธ์ในการรักษาโปรแกรม Snore Laser คือทางเดินหายใจเปิดกว้างมากขึ้นและโล่งขึ้น นอนกรนลดลง หรือเบาลงตามลำดับ

    Snore Laser

    ผลลัพธ์ของการรักษาด้วยโปรแกรม Snore Laser รักษาอาการนอนกรน

    1. โปรแกรม Snore Laser ช่วยทำให้อาการนอนกรนลดลง
    2. โปรแกรม Snore Laser ช่วยทำให้การหายใจระหว่างหลับดีขึ้น
    3. โปรแกรม Snore Laser ช่วยลดการอุดกลั้นของทางเดินหายใจ
    4. โปรแกรม Snore Laser ช่วยทำให้เพดานปากและลิ้นไก่ที่หย่อนคล้อยลงมา ได้เกิดการกระชับมากขึ้น ส่งผลให้อากาศในขณะหายใจนั้นสามารถผ่านได้สะดวกมากขึ้น
    5. โปรแกรม Snore Laser ช่วยทำให้คุณภาพการนอนหลับดีขึ้น
    6. โปรแกรม Snore Laser ช่วยทำให้นอนหลับเต็มตื่นขึ้น
    7. โปรแกรม Snore Laser ทำให้หลังตื่นนอนรู้สึกสดชื่นมากขึ้น
    8. โปรแกรม Snore Laser ช่วยทำให้ความสัมพันธ์ดีขึ้น

    ข้อดีของโปรแกรม Snore Laser รักษาอาการนอนกรน

    • โปรแกรม Snore Laser ช่วยรักษาอาการนอนกรนให้ลดลงได้ตั้งแต่ครั้งแรกที่ทำ
    • โปรแกรม Snore Laser ไม่ต้องพักฟื้น สามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ
    • โปรแกรม Snore Laser ช่วยรักษาอาการนอนกรนได้โดยไม่ต้องผ่าตัด
    • โปรแกรม Snore Laser ช่วยรักษาอาการนอนกรนได้โดยไม่ต้องใช้เข็ม
    • โปรแกรม Snore Laser ช่วยรักษาอาการนอนกรนได้ในระยะเวลาประมาณ 20 นาที
    • โปรแกรม Snore Laser ช่วยลดโรคต่างๆที่มากับอาการนอนกรนได้
    • โปรแกรม Snore Laser ไม่ต้องใส่อุปกรณ์ในระหว่างนอน

    ข้อเสียของโปรแกรม Snore Laser รักษาอาการนอนกรน

    • โปรแกรม Snore Laser อาจทำให้เกิดอาการระคายเคือง
    • โปรแกรม Snore Laser อาจทำให้มีอาการคอแห้ง

    การเตรียมตัวก่อนเข้ารับบริการโปรแกรม Snore Laser รักษาอาการนอนกรน

    เบื้องต้นให้เริ่มปรึกษาแพทย์ถึงอาการที่เป็นอยู่ และขั้นตอนในการรักษาด้วยโปรแกรม Snore Laser จากนั้นเตรียมให้พร้อมสำหรับการเข้ารับการรักษาด้วยโปรแกรม Snore Laser เพื่อรักษาอาการนอนกรน

    โดยเตรียมตัวดังนี้

    1. ก่อนทำโปรแกรม Snore Laser ควรเตรียมสุขภาพให้มีความแข็งแรงสมบูรณ์
    2. ก่อนทำโปรแกรม Snore Laser ดูแลรักษาตัวเองให้ไม่มีอาการหวัด หรืออาการทางเดินหายใจ
    3. ก่อนทำโปรแกรม Snore Laser ดูแลรักษาตัวเองให้ไม่มีแผลในช่องปาก
    4. ก่อนทำโปรแกรม Snore Laser ควรหยุดยาจำพวกยาแอสไพรินก่อนเข้ารับบริการ
    5. ก่อนทำโปรแกรม Snore Laser ควรหยุดยาจำพวกยาต้านการแข็งตัวของเลือด
    6. ก่อนทำโปรแกรม Snore Laser ควรหยุดยาจำพวกวิตามิน แปะก๊วย วิตามินอี เป็นต้น
    7. ก่อนทำโปรแกรม Snore Laser ควรฝึกการหายใจทางปาก และจมูกในช่วงเวลาอ้าปาก
    8. ก่อนทำโปรแกรม Snore Laser ควรฝึกกลั้วคอด้วยน้ำหลังจากอ้าปาก
    Snore Laser

    ขั้นตอนการทำโปรแกรม Snore Laser รักษาอาการนอนกรน

    1. แพทย์จะให้ผู้เข้ารับบริการนั่งหรือนอน ในท่าที่สบายที่สุดเพื่อให้เหมาะแก่การเข้ารับบริการ
    2. แพทย์จะให้ผู้เข้ารับบริการอ้าปาก ระหว่างนี้ให้ผู้เข้ารับบริการหายใจทางจมูก หรือปากได้ตามสะดวกโดยไม่ต้องกลั้นหายใจ
    3. แพทย์ลงมือทำโปรแกรม Snore Laser รักษาอาการนอนกรน โดยการยิงเลเซอร์ลงไปที่บริเวณเพดานอ่อนของปาก กระพุ้งแก้มทั้งสองด้านลิ้นไก่และลิ้น
    4. แพทย์จะให้บ้วนน้ำ และกลั้วคอเป็นระยะในเวลาทำการรักษา
    5. ทำครบเวลาเป็นอันเสร็จ
    6. ผู้ป่วยอยู่ในท่านอนหรือนั่ง ไม่ต้องฉีดยาชาหรือดมยาสลบ ให้ผู้ป่วยอ้าปาก และหายใจทางจมูกหรือปาก ไม่ต้องกลั้นลมหายใจ แล้วบ้วนน้ำกลั้วคอเป็นระยะๆ ผู้ป่วยจะรู้สึกระคายเคืองหรือเจ็บภายในช่องปากและลิ้นในระดับเล็กน้อย ใช้เวลาทำการรักษาเป็นเวลา 20 นาทีโดยประมาณ ขึ้นกับพยาธิสภาพ หลังทำหัตถการเสร็จผู้ป่วยสามารถกลับบ้านได้

    การปฏิบัติตนหลังทำหัตถการโปรแกรม Snore Laser รักษาอาการนอนกรน

    1. หลังทำหัตถการโปรแกรม Snore Laser ควรดื่มน้ำให้มากๆ หรืออาจดื่มให้มากกว่าปริมาณน้ำที่ดื่มตามปกติ ในระยะเวลา 1 สัปดาห์ หลังเข้ารับบริการ
    2. หลังทำหัตถการโปรแกรม Snore Laser ควรงดรับประทานอาหารที่มีรสจัดเป็นเวลา 1 สัปดาห์
    3. หลังทำหัตถการโปรแกรม Snore Laser ควรงดดื่มน้ำที่มีความร้อนจัดหรือเย็นจัดเป็นเวลา 1 สัปดาห์
    4. หลังทำหัตถการโปรแกรม Snore Laser ควรงดรับประทานอาหารที่มีความร้อนจัดเป็นเวลา 1 สัปดาห์
    5. หลังทำหัตถการโปรแกรม Snore Laser ควรปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด
    นอนกรน

    อาการข้างเคียงในการทำโปรแกรม Snore Laser รักษาอาการนอนกรน

      1. ผู้เข้ารับบริการโปรแกรม Snore Laser อาจมีอาการระคายเคือง หรือมีแผลอักเสบ

    “บริเวณเพดานอ่อนของปาก”

      1. ผู้เข้ารับบริการโปรแกรม Snore Laser อาจมีอาการระคายเคือง หรือมีแผลอักเสบ

    “บริเวณกระพุ้งแก้ม”

      1. ผู้เข้ารับบริการโปรแกรม Snore Laser อาจมีอาการระคายเคือง หรือมีแผลอักเสบ

    “บริเวณลำคอ”

      1. ผู้เข้ารับบริการโปรแกรม Snore Laser อาจมีอาการระคายเคือง หรือมีแผลอักเสบ

    “บริเวณลิ้น และลิ้นไก่”

    ความรู้สึกระหว่างทำโปรแกรม Snore Laser รักษาอาการนอนกรน

    ระหว่างทำโปรแกรม Snore Laser จะมีความรู้สึกระคายเคืองหรือเจ็บภายในช่องปากและลิ้นเพียงเล็กน้อย ในระดับที่สามารถทนได้ รวมทั้งยังรู้สึกอุ่นๆคล้ายกับการดื่มน้ำอุ่นโดยไม่ส่งผลให้เกิดอันตราย

    โปรแกรม Snore Laser รักษาอาการนอนกรนใช้ระยะเวลาในการรักษานานเท่าไร?

    โปรแกรม Snore Laser รักษาอาการนอนกรนใช้ระยะเวลาในการรักษาต่อครั้งเพียง 20-30 นาทีโดยประมาณเท่านั้น

    โปรแกรม Snore Laser รักษาอาการนอนกรนต้องทำการรักษากี่ครั้งจึงจะเห็นผล ?

    โปรแกรม Snore Laser จะเห็นผลตั้งแต่ครั้งแรกที่ทำโดยจะสังเกตได้ตั้งแต่หลังทำครั้งแรกว่าอาการกรนลดน้อยลง

    หากในผู้ที่มีอาการกรนมากจำเป็นต้องทำการรักษาอย่างต่อเนื่อง โดยประมาณ 3-4 ครั้ง

    โปรแกรม Snore Laser รักษาอาการนอนกรนแต่ละครั้งควรทำห่างกันนานเท่าไร?

    โปรแกรม Snore Laser แต่ละครั้งควรเว้นระยะห่าง ครั้งละ 1 เดือน หรืออาจจะเร็วช้ากว่านั้นตามการทำนัดของแพทย์ หากปล่อยให้นานกว่า 1 เดือนจะทำให้การรักษาเห็นผลน้อยลง หรือไม่เห็นผลได้

    โปรแกรม Snore Laser รักษาอาการนอนกรนสามารถคงผลลัพธ์ในการรักษาได้นานเท่าไร?

    ผลการรักษาโปรแกรม Snore Laser ต่อหนึ่งครั้งคงผลลัพธ์ได้นาน 1 ปี ถึง 1 ปีครึ่ง

    Snore Laser

    อาการนอนกรนคืออะไร อาการนอนกรนเกิดจากสาเหตุอะไร?

    การนอนกรนเกิดจากสาเหตุกล้ามเนื้อบริเวณทางเดินหายใจของคนเรามีอาการที่แคบลงในขณะที่นอนหลับ ซึ่งอาการนี้เป็นเหตุมาจากการที่กล้ามเนื้อที่อยู่ในบริเวณคอของเราได้หย่อนตัวลงในขณะที่นอนหลังอยู่นั่นเอง ซึ่งเมื่อนอนหลับและทางเดินหายใจแคบลงแล้วก็จะทำให้เกิดเสียงดังในระหว่างที่หายใจตอนนอนหลับหรือที่เราเรียกกันว่าการกรน โดยการกรนนั่นจัดเป็นอาการปลายทางแล้ว ซึ่งต้นทางของการกรนสามารถจำแนก 

    สาเหตุของการนอนกรนสามารถจำแนกได้ดังนี้

    1. อาการนอนกรนจากการเป็นภูมิแพ้

    โรคที่เกี่ยวกับทางเดินหายใจ ส่งผลให้เกิดการนอนกรนได้ทั้งสิ้น จึงส่งผลให้ผู้ที่เป็นโรคภูมิแพ้จะมีอาการนอนกรน เนื่องจากผนังกั้นจมูกอาจมีอาการบวม จึงทำให้เวลาที่นอนจะหายใจไม่สะดวกจึงทำให้เกิดอาการกรน 

    1. อาการนอนกรนเนื่องจากมีน้ำหนักตัวเกินเกณฑ์มาตรฐาน

    เนื่องจากผู้ที่มีน้ำหนักมาก ผู้ที่ร่างกายอ้วนกว่าเกณฑ์ จะมีช่องทางเดินในการหายใจที่แคบกว่าคนที่มีน้ำหนักตัวปกติ ความอ้วนจึงเป็นสาเหตุให้เกิดอาการนอนกรนได้นั่นเอง 

    1. อาการนอนกรนอันเนื่องมาจากบริโภคยาที่ทำให้ง่วง

    ยาที่ทำให้ง่วง เช่นยาแก้แพ้ หรือยาแก้เมารถนั้นนส่งผลต่อโดยการออกฤทธิ์กล่อมประสาทและยังเป็นสาเหตุโดยตรงของระบบทางเดินหายใจ เนื่องจากตัวยาจะเข้าไปทำให้เกิดอาการระคายเคืองในลำคอและส่งผลให้บางรายมีภาวะผนังกั้นจมูกบวมส่งผลให้หายใจยากและเกิดเป็นอาการนอนกรนในที่สุด 

    1. อาการนอนกรนอันเนื่องมาจากเป็นเพศชาย

    เป็นที่ทราบกันดีว่า ในเพศชายนั้นมีโอกาสที่จะนอนกรนได้มากกว่าในเพศหญิง เนื่องจากกล้ามเนื้อในบริเวณลำคอของเพศชายนั้นจะมีกล้ามเนื้อและเมื่ออายุถึง 30 ปี กล้ามเนื้อดังกล่าวจะมีการคลายตัว ทำให้ไปบีบทำให้แคบลงและขัดขวางทางเดินหายใจ ซึ่งอาการนี้จะเป็นในเพศชายมากกว่าเพศหญิง 

    1. อาการนอนกรนอันเนื่องมาจากมีเพดานอ่อน ลิ้นไก่ยาว

    ผู้มี่มีเพดานอ่อนลิ้นไก่ยาวนั้นจำเป็นจะต้องทำการผ่าตัดและเย็บตกแต่งเพดานอ่อน ทำให้เกิดอาการนอนกรนอันเนื่องมาจากกายวิภาค 

    1. อาการนอนกรนอันเนื่องมาจากโครงสร้างทางเดินหายใจ

    ปัญหานี้สังเกตุได้จากผู้ที่มีอาการผนังกั้นจมูกคด มีปัญหาที่โพลงจมูก ต่อมทอลซินโต ต่อมอดีนอยด์โตหรือคัดจมูกเรื้อรัง โดยเป็นสิ่งที่เราๆไม่สามารถมองเห็นได้ควรปรึกษาแพทย์เพื่อทำการตรวจและรักษา 

    1. อาการนอนกรนอันเนื่องมาจากการดื่มแอลกอฮอล์

    การดื่มแอลกอฮอล์นั้นทำให้กล้ามเนื้อที่ช่องลำคอเกิดการผ่อนคลาย ซึ่งอาการนี้เองส่งผลให้เกิดอาการนอนกรน หากต้องการรักษาเบื้อต้นควรงดดื่มแอลกอฮอล์เพื่อรักษาอาการนอนกรน 

    1. อาการนอนกรนอันเนื่องมาจากประวัติสุขภาพของครอบครัว

    คือกลุ่มผู้ที่มีพันธุกรรมหรือผู้ที่คนในครอบครัว รวมไปจนถึงผู้ที่มีภาวะทางเดินหายใจอุดกั้น อาการเหล่านี้ทำให้มาภาวะเสี่ยงในการนอนกรนได้มากกว่าผู้ที่ไม่มีประวัติ 

    1. อาการนอนกรนอันเนื่องมาจากการรับประทานยาบางชนิด ที่ทำให้เกิดอาการระคายเคืองภายในระบบทางเดินหายใจ

    คือกลุ่มผู้ที่รับประทานยาบางชนิดที่ส่งผลให้เกิดการระคายเคืองในระบบทางเดินหายใจจึงทำให้ในระหว่างนอนหลับหายใจยาก และเกิดเป็นอาการนอนกรนในที่สุด 

    อาการนอนกรนมีความอันตรายหรือไหม ?

    ความอันตรายของอาการนอนกรนนั้นขึ้นอยู่กับประเภทของอาการนอนกรน

    สามารถจำแนกประเภทของอาการนอนกรนได้ 2 ประเภทหลักดังนี้

    1. อาการนอนกรนแบบธรรมดา
    2. อาการนอนกรนแบบอันตราย

    อาการนอนกรนแบบธรรมดา

    อาการนอนกรนแบบธรรมดานั้นเป็นประเภทของการนอนกรนที่มีเพียงเสียงที่สร้างความรำคาญแก่คนที่นอนร่วมด้วยเพียงเท่านั้น โดยเป็นอาการตีบแคบของทางเดินหายใจที่เกิดขึ้นเพียงบางส่วน จึงทำให้มีอากาศผ่านจากทางเดินหายใจเข้าสู่ร่างกายได้ แต่การหายใจในช่องคอที่แคบนั้นทำให้เกิดการสั่นสะเทือนของช่องคอ กลายเป็นเสียงกรนที่ดังขึ้นมาในขณะที่นอนหลับ รวมทั้งทำให้คอแห้งในตอนตื่น แต่การนอนกรนประเภทนี้จะไม่ส่งผลเสีย หรืออันตรายต่อร่างกาย

    นอนกรน

    อาการนอนกรนแบบอันตราย

    อาการนอนกรนแบบอันตรายจะเริ่มจากเป็นผู้ที่มีการนอนกรนแบบธรรมดา แต่ไม่ทำการรักษา จนมีอาการแย่ลง โดยกล้ามเนื้อในช่องคอเกิดการหย่อนตัวลงมากขึ้นจึงส่งผลให้ช่องทางเดินหายใจของคนเรามีความแคบลงและมากขึ้นจนปิดสนิท จึงทำให้ไม่มีอากาศไหลผ่านเข้าสู่ร่างกายได้ จึงทำให้ระหว่างนอนไม่มีการสั่นสะเทือนของร่างกาย ส่งผลให้ไม่มีเสียงกรน อาการนี้จะเรียกกันว่าภาวะหยุดหายใจขณะหลับชนิดอุดกั้น Obstructive Sleep Apnea หรือ OSA

    ระดับเสียงของการนอนกรนที่ต้องพึงระวังอันตราย

    อาการกรนมีหลายระดับ หากไม่มีอาการหยุดหายใจในขณะที่นอนหลับร่วมด้วย และมีความสงสัยว่าอาการกรนในระดับใดมีอันตรายแทรกซ้อนและควรพบแพทย์ให้สังเกตุได้ดังนี้ 

    อาการกรนระดับ 1. กรนในระดับดังเท่าเสียงกระซิบ หรือ เสียงนาฬิกาติดผนัง เสียงเดินของคน หรือเสียงบรรยากาศทั่วไป เสียงต่ำกว่า 30 เดซิเบล  

    อาการกรนในระดับนี้จะไม่ส่งผลกระทบอะไรต่อตนเองและคนรอบข้างและยังไม่จัดเป็นอันตราย 

    อาการกรนระดับ 2. กรนในระดับเทียบเท่ากับเสียงกระซิบในห้องที่มีความเงียบ หรือประมาณเสียงนกร้องความดังระดับ 30-40 เดซิเบล  

    อาการกรนในระดับนี้จะสามารถทำให้เราตื่นในขณะนอนหลับหรือรบกวนการนอนได้ และจะส่งผลกระทบต่อผู้นอนด้วย ที่เป็นเด็กและคนชรามากที่สุด 

    อาการกรนระดับ 3. กรนในระดับดังเท่ากับเสียงฝนตกหนักในห้องที่เงียบ หรือเสียงตู้เย็นดังในห้องที่เงียบ ความดังจะอยู่ในระดับ 40-55 เดซิเบล  

    อาการกรนในระดับนี้จะมีผลกระทบต่อผู้ที่นอนด้วยรอบข้าง เริ่มจำเป็นจะต้องปรึกษาแพทย์และจะต้องดูแลสุขภาพอย่างใกล้ชิดแล้ว 

    อาการกรนระดับ 4. กรนในระดับเทียบเท่ากับห้องเงียบที่มีเสียงพูดคุยดังอื้ออึง ห้องเงียบที่เปิดเพลงดัง และเครื่องซักผ้าดังในห้องเงียบ ความดังจะอยู่ในระดับ มากกว่า 55 เดซิเบล 

    อาการกรนในระดับนี้จะอยู่ในระดับที่เป็นอันตรายต่อคนรอบข้าง ส่งผลต่อการนอนหลับสูงมาก ยังมีงานวิจัยบอกว่าเสียงกรนในระดับนี้จะสื่อถึงว่าผู้ที่กรนมีความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจและโรคหลอดเลือด เนื่องจากอาการกรนในระดับนี้จะส่งผลให้นอนหลับไม่เพียงพออีกด้วย 

    ผู้ที่มีอาการนอนกรนแบบใดควรปรึกษาแพทย์ ?

    1. ผู้ที่มีอาการนอนกรนเสียงดังมากจนเกินการนอนกรนปกติ
    2. ผู้ที่มีอาการนอนกรนเป็นช่วงสลับกับหยุดหายใจ
    3. ผู้ที่มีอาการนอนกรนแล้วเกิดอาการสะดุ้ง เนื่องจากมีอาการสำลักน้ำลาย หรือหายใจไม่ออกร่วมด้วย
    4. ผู้ที่มีอาการนอนกรนแล้วมีความรู้สึกนอนไม่เต็มอิ่ม ตื่นตอนเช้าแล้วไม่สดชื่นถึงแม้จะนอนเพียงพอแล้ว
    5. ผู้ที่มีอาการนอนกรนแล้วปวดหัว มึนหัว ในทุกเช้า
    6. ผู้ที่มีอาการนอนกรนแล้วเกิดการง่วงมากในตอนกลางวัน หรือผู้ที่เคยมีประวัติการเกิดอุบัติเหตุทางการจราจาร
    7. ผู้ที่มีอาการนอนกรนแล้วปากแห้ง คอแห้ง หรือเจ็บคอในระหว่างตื่นนอน
    8. ผู้ที่มีอาการนอนกรนร่วมกับการนอนกัดฟัน

    วิธีประเมินทางเดินหายใจของตัวเองได้ง่ายๆ

    สามารถประเมินทางเดินหายใจได้ง่ายๆ ดังนี้

    โดยการอ้าปากกว้าง และแลบลิ้นออกมาให้เต็มที่ โดยไม่จ้องเปล่งเสียงออกมาในระหว่างที่แลบลิ้น

    ประเมินทางเดินหายระดับที่ 1. คือระดับปกติ จะสามารถมองเห็นเพดานอ่อน ลิ้นไก่ และท่อนซิลได้อย่างครบถ้วน

    ประเมินทางเดินหายระดับที่ 2. คือระดับมีปัญหาทางเดินหายใจในระดับน้อย จะสามารถมองเห็นเพดานอ่อน และลิ้นไก่ได้ โดยจะมองไม่เห็นท่อนซิล

    ประเมินทางเดินหายระดับที่ 3. คือระดับมีปัญหาทางเดินหายใจในระดับปานกลาง จะสามารถมองเห็นเพดานอ่อน และโคนลิ้นไก่เท่านั้น โดยจะมองไม่เห็นท่อนซิลและลิ้นไก่ทั้งหมด

    ประเมินทางเดินหายระดับที่ 4. คือระดับมีปัญหาทางเดินหายใจในระดับรุนแรง จะสามารถมองเห็นเฉพาะบริเวณเพดานแข็งในช่องปากเท่านั้น ไม่สามารถมองเห็นเพดานอ่อน ท่อนซิลและลิ้นไก่ได้

    หากอยู่ในระดับปานกลาง และระดับรุนแรง ควรพบแพทย์เพื่อทำโปรแกรม Snore Laser รักษาอาการนอนกรนเพื่อป้องกันอันตรายที่มาจากการนอนกรนตามมา และไม่ให้เกิดอันตรายในอนาคต

    สำหรับผู้ใดที่ไม่สามารถตรวจเช็ดได้โดยตนเองในเบื้องต้น สามารถเข้ามาปรึกษาแพทย์ และให้แพยท์ตรวจเบื้องต้นได้ที่รมย์รวินท์คลินิกสาขาชิดลม มีอุปกรณ์สำหรับทำการรักษาและให้บริการอย่างครบครัน จนหมดปัญหานอนกรนได้อย่างแน่นอน อย่าปล่อยให้ปัญหาเล็กๆในเวลานอนหลับ ก่อให้เกิดทั้งปัญหาของชีวิตคู่ ไปจนถึงอันตรายแก่ชีวิต หยุดการนอนกรน ให้นึงถึงรมย์รวินท์คลินิกโปรแกรม Snore Laser รักษาอาการนอนกรน ได้อย่างแน่นอน

    ลงทะเบียนรับสิทธิพิเศษ







      เมื่อลงทะเบียนถือว่าท่านยอมรับ ข้อตกลงและเงื่อนไข และ นโยบายความเป็นส่วนตัว

      One thought on “โปรแกรม Snore Laser รักษาอาการนอนกรน คืออะไร ? แก้ปัญหาอาการนอนกรนยังไง?

      1. Pingback: ไขความกระจ่าง ของการใช้นวัตกรรมเลเซอร์ Snore Laser รักษานอนกรน

      Comments are closed.