ปัญหาหน้าตอบมักเป็นปัญหาที่หลาย ๆ คนกำลังประสบพบเจอ จนเกิดความกังวล และสูญเสียความมั่นใจ เนื่องจากทำให้ใบหน้าดูโทรม เหนื่อยล้า และแก่กว่าวัยอย่างเห็นได้ขัด ไม่ว่าจะเป็นแก้มตอบ หรือขมับตอบ ซึ่งปัญหาเหล่านี้ไม่ได้เกิดจากอายุที่มากขึ้นเพียงเท่านั้น แต่ยังสามารถเกิดขึ้นได้จากหลากหลายสาเหตุ บทความนี้ จะพาทุกคนมาเจาะลึกเกี่ยวกับปัญหาหน้าตอบว่า คืออะไร? มีลักษณะอย่างไร? เกิดจากสาเหตุอะไร? ส่งผลอย่างไร? แล้วมีวิธีแก้ไขอย่างไรได้บ้าง? วันนี้รมย์รวินท์คลินิกรวบรวมข้อมูลมาให้แล้ว

หน้าตอบ คืออะไร?
หน้าตอบ คือ ลักษณะของใบหน้าที่ดูตอบ เว้าลึก ยุบเป็นแอ่ง และขาดวอลลุ่มในบางบริเวณ ซึ่งจะพบได้บ่อยบริเวณขมับตอบ และแก้มตอบ โดยส่วนใหญ่สาเหตุหลักมักเกิดจากการเสื่อมสภาพของคอลลาเจน และอีลาสตินใต้ผิวหนัง รวมถึงการสูญเสียไขมันใต้ผิว และโครงสร้างกระดูกมีการทรุดตัวตามวัย ทำให้ใบหน้าโดยรวมดูโทรม อ่อนเพลีย เหนื่อยล้า และแก่กว่าวัยอย่างชัดเจน

หน้าตอบ มีสัญญาณเตือนอะไรบ้าง?
ปัญหาหน้าตอบ สามารถสังเกตได้จากสัญญาณเตือน ดังต่อไปนี้
- ขมับตอบ
ขมับตอบ เป็นหนึ่งในสัญญาณที่บ่งบอกถึงปัญหาหน้าตอบ ซึ่งสามารถสังเกตเห็นได้ชัดในบริเวณขมับทั้งสองข้าง จะมีลักษณะผิวยุบตัวเป็นแอ่ง และเว้าลึกเข้าไป ทำให้สัดส่วนของใบหน้าดูไม่สมดุล และทำให้ใบหน้าส่วนบนดูแคบลง รวมถึงทำให้โหนกแก้มเด่นชัดมากขึ้น
- แก้มตอบ
แก้มตอบ เป็นหนึ่งในสัญญาณที่บ่งบอกถึงปัญหาหน้าตอบ ซึ่งสามารถสังเกตเห็นได้ชัดในบริเวณแก้มส่วนล่าง หรือใต้โหนกแก้มทั้งสองข้าง จะมีลักษณะผิวยุบตัวเป็นแอ่ง และบุ๋มเข้าไป ทำให้สัดส่วนของใบหน้าดูไม่สมดุล ขาดความสดใส และทำให้โหนกแก้มเด่นชัดมากขึ้น
- โหนกแก้มเด่นชัด
โหนกแก้มเด่นชัด เป็นหนึ่งในสัญญาณที่บ่งบอกถึงปัญหาหน้าตอบ ซึ่งสามารถสังเกตเห็นได้ชัดในบริเวณโหนกแก้มทั้งสองข้าง จะดูพุ่งสูงกว่าบริเวณอื่น ๆ รอบข้างอย่างชัดเจน ทำให้สัดส่วนของใบหน้าดูไม่สมดุล ใบหน้าบาน ขาดมิติ และแก่กว่าวัย

หน้าตอบ เกิดจากอะไร?
ปัญหาหน้าตอบ สามารถเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ ดังนี้
- พันธุกรรม
พันธุกรรม เป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้หน้าตอบ เนื่องจากในบางคนมีแนวโน้มที่จะมีลักษณะโครงสร้างใบหน้าที่ดูตอบมาตั้งแต่กำเนิด หรือมีปริมาณไขมันใต้ผิวหนังอยู่น้อย ส่งผลให้ใบหน้าตอบ เว้าลึก และดูขาดวอลลุ่มอย่างชัดเจน แม้จะมีอายุไม่มาก หรือมีน้ำหนักตามเกณฑ์ปกติก็ตาม
- การลดน้ำหนัก
การลดน้ำหนัก เป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้หน้าตอบ เนื่องจากเมื่อน้ำหนักมีการลดลงอย่างรวดเร็ว ไขมันบริเวณต่าง ๆ ของร่างกายก็จะค่อย ๆ ลดน้อยลงตามไปด้วย โดยเฉพาะบริเวณแก้ม และขมับ ส่งผลให้ใบหน้าตอบ ดูโทรม และขาดวอลลุ่มอย่างชัดเจน
- อายุมากขึ้น
อายุมากขึ้น เป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้หน้าตอบ เนื่องจากการผลิตคอลลาเจน และอีลาสตินที่ค่อย ๆ เสื่อมสภาพ รวมถึงปริมาณไขมันใต้ผิวหนังที่ค่อย ๆ ลดน้อยลง และโครงสร้างกระดูกที่เกิดการทรุดตัวตามวัย ส่งผลให้ผิวหนังขาดการรองรับ จนใบหน้าดูตอบ เป็นแอ่ง และเว้าลึกอย่างชัดเจน
- การจัดฟัน
การจัดฟัน เป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่อาจทำให้หน้าตอบ เนื่องจากในระหว่างการจัดฟัน อาจเกิดความยากลำบากในการรับประทานอาหาร ส่งผลให้กล้ามเนื้อกรามถูกใช้งานน้อย และค่อย ๆ ลีบลง ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ใบหน้าดูตอบได้
- แสงแดด
แสงแดด และมลภาวะ เป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่อาจทำให้หน้าตอบ เนื่องจากหากเผชิญกับรังสี UV จากแสงแดด และมลภาวะสะสมเป็นเวลานาน ร่างกายจะกระตุ้นการสร้างอนุมูลอิสระเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นตัวการที่คอยทำลายคอลลาเจน และอีลาสตินใต้ผิวหนัง ทำให้โครงสร้างผิวบางลง และผิวเกิดการยุบตัวเร็วขึ้นกว่าปกติ ส่งผลให้ใบหน้าอาจดูตอบ ผิวสูญเสียวอลลุ่ม และดูแก่กว่าวัยได้
หน้าตอบ ส่งผลอย่างไร?
ปัญหาหน้าตอบ แม้จะเป็นปัญหาที่ไม่ได้อันตราย แต่ก็ส่งผลต่อความมั่นใจ และหลักความเชื่อทางโหราศาสตร์จีนอย่างมาก ดังนี้
- ส่งผลต่อใบหน้าโดยรวม
ปัญหาหน้าตอบ มักส่งผลกระทบต่อใบหน้าโดยรวมอย่างชัดเจน เนื่องจากเมื่อใบหน้าตอบ หรือผิวเกิดการยุบตัว ไม่ว่าจะเป็นขมับตอบ หรือแก้มตอบ จะทำให้ใบหน้าโดยรวมดูโทรม เหนื่อยล้า ไม่สดใส และดูแก่กว่าวัยกว่าอายุจริง
- ส่งผลต่อความมั่นใจในการใช้ชีวิต
ปัญหาหน้าตอบ มักส่งผลกระทบต่อความมั่นใจในการใช้ชีวิตประจำวันอย่างมาก เนื่องจากเมื่อมีใบหน้าตอบ อาจทำให้หลายคนเกิดความกังวล และสูญเสียความมั่นใจ จนอยากหลีกเลี่ยงการพบปะผู้คน และไม่สบายใจเมื่อต้องเข้าสังคม
- ส่งผลต่อหลักความเชื่อทางโหราศาสตร์จีน
ปัญหาหน้าตอบ มักส่งผลกระทบต่อหลักความเชื่อทางโหราศาสตร์จีนอย่างมาก เนื่องจากตามหลักโหราศาสตร์จีนจะเชื่อว่า ผู้ที่มีใบหน้าตอบมักบ่งบอกถึงการมีชีวิตที่ยากลำบาก ขาดความมั่งคั่ง บริวารน้อย และความรักไม่ลงตัว ทำให้ถูกมองว่าอาจนำมาซึ่งอุปสรรคในหลาย ๆ ด้านได้ ไม่ว่าจะเป็นการงาน การเงิน โชคลาภ หรือความสัมพันธ์

วิธีแก้หน้าตอบด้วยหัตถการ
ในปัจจุบันการแก้หน้าตอบสามารถทำได้หลายหัตถการ ขึ้นอยู่กับสาเหตุของแก้มตอบ ซึ่งโดยทั่วไปหัตถการที่นิยม มีดังนี้
การฉีดฟิลเลอร์สามารถแก้หน้าตอบได้ โดยการฉีดสารเติมเต็มประเภท Hyaluronic Acid (HA) เข้าไปยังบริเวณที่มีปัญหาหน้าตอบ เช่น ขมับตอบ หรือแก้มตอบ เพื่อเติมเต็ม และเพิ่มวอลลุ่มให้ผิวในบริเวณที่มีการยุบตัว ทำให้ผิวกลับมาอิ่มฟู เรียบเนียน สดใส และดูอ่อนกว่าวัยอย่างแลดูเป็นธรรมชาติ นอกจากนี้ยังช่วยยกพยุงผิวที่หย่อนคล้อยให้กลับมาเต่งตึง กระชับ และกรอบหน้าคมชัดมากขึ้น
ซึ่งโดยทั่วไปการฉีดฟิลเลอร์ สามารถเห็นผลการเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็ว และคงอยู่ยาวนานประมาณ 6 – 18 เดือน ขึ้นอยู่กับยี่ห้อเลือกที่ใช้ สภาพผิวแต่ละบุคคล และการดูแลตัวเองหลังฉีด อีกทั้งหลังฉีดเสร็จสามารถใช้ชีวิต และทำกิจกรรมได้ตามปกติ โดยไม่ต้องเสียเวลาผ่าตัด และไม่ต้องพักฟื้นนาน รวมถึงในกรณีที่ไม่พึงพอใจในผลลัพธ์สามารถฉีดเพิ่ม หรือปรับแก้ได้ตามความต้องการ โดยไม่ก่อให้เกิดอันตรายร้ายแรง
- ฉีดสารกระตุ้นคอลลาเจน
การฉีดสารกระตุ้นคอลลาเจนสามารถแก้หน้าตอบได้ โดยการฉีดสารที่มีคุณสมบัติเฉพาะในการกระตุ้นคอลลาเจนเข้าไปยังผิว เช่น PLLA (Poly-L-Lactic Acid) หรือ CaHA (Calcium Hydroxylapatite) เพื่อฟื้นฟูผิวชั้นลึก และกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ให้มีปริมาณมากขึ้น ทำให้ผิวค่อย ๆ กลับมาหนาแน่น อิ่มฟู ยืดหยุ่น และแข็งแรงจากภายใน นอกจากนี้ยังช่วยปรับปรุงคุณภาพผิว ทำให้ผิวโดยรวมดูสุขภาพดี มีความชุ่มชื้น เรียบเนียน กระจ่างใส และดูอ่อนกว่าวัยอย่างแลดูเป็นธรรมชาติ
ซึ่งโดยทั่วไปการฉีดสารกระตุ้นคอลลาเจน สามารถเห็นผลการเปลี่ยนแปลงได้ในระยะยาว เมื่อผิวได้รับการกระตุ้นคอลลาเจนอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะใช้ระยะเวลาในการเห็นผลอย่างเต็มที่ประมาณ 2 – 3 เดือน และคงอยู่ยาวนานประมาณ 12 – 24 เดือน ขึ้นอยู่กับประเภทสารที่ใช้ สภาพผิวแต่ละบุคคล และการดูแลตัวเองหลังฉีด อีกทั้งหลังฉีดเสร็จสามารถใช้ชีวิต และทำกิจกรรมได้ตามปกติ โดยไม่ต้องเสียเวลาผ่าตัด และไม่ต้องพักฟื้นนาน
- ฉีดไขมัน
การฉีดไขมันสามารถแก้หน้าตอบได้ โดยการดูดไขมันส่วนเกินจากบริเวณต่าง ๆ ของร่างกาย เช่น หน้าท้อง ต้นแขน ต้นขา หรือสะโพก จากนั้นนำมาผ่านกระบวนการปั่นแยกให้เป็นของเหลว เพื่อให้ได้เซลล์ไขมันที่มีคุณภาพสูง และนำมาฉีดบริเวณที่มีปัญหาหน้าตอบ ทำให้ผิวบริเวณที่ฉีดกลับมาแน่นฟู อวบอิ่ม และดูอ่อนกว่าวัยอย่างแลดูเป็นธรรมชาติ
ซึ่งโดยทั่วไปการฉีดไขมัน จะมีโอกาสเกิดอาการแพ้ต่ำมาก เนื่องจากใช้เซลล์ไขมันของตัวเอง โดยสามารถเห็นผลการเปลี่ยนแปลงอย่างเต็มที่ประมาณ 2 – 4 เดือน ขึ้นอยู่กับสภาพผิวแต่ละบุคคล และการดูแลตัวเอง แต่มีข้อจำกัดในเรื่องของระยะเวลาคงอยู่ที่ไม่แน่นอน เนื่องจากไขมันสามารถสลายตัวได้ค่อนข้างง่าย จึงทำให้ระยะเวลาคงอยู่ของแต่ละคนไม่เท่ากัน อีกทั้งหลังฉีดอาจเกิดอาการบวมช้ำ ทำให้ต้องใช้เวลาในการพักฟื้นนาน รวมถึงมีความเสี่ยงในกรณีที่ฉีดพลาดเข้าหลอดเลือดอาจทำการแก้ไขได้ยาก
- ร้อยไหม
การร้อยไหมสามารถแก้หน้าตอบได้ โดยการใช้ไหมละลายสอดเข้าไปยังใต้ผิวหนัง และร้อยตามเทคนิคที่วางแผนไว้ เพื่อเป็นการดึงไขมันช่วงกระเปาะแก้มขึ้น ทำให้ผิวดูยกกระชับ และทำให้บริเวณที่มีปัญหาหน้าตอบดูเต็มมากขึ้น นอกจากนี้ยังช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนรอบแนวเส้นไหม ทำให้ผิวกลับมาเต่งตึง อิ่มฟู เรียบเนียน และดูอ่อนกว่าวัยจากภายใน
ซึ่งโดยทั่วไปการร้อยไหม สามารถเห็นผลการเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็ว และคงอยู่ยาวนานประมาณ 4 – 24 เดือน ขึ้นอยู่กับประเภทของไหม สภาพผิวแต่ละบุคคล และการดูแลตัวเองหลังทำ ซึ่งการร้อยไหมมีข้อจำกัดตรงที่ไม่เหมาะกับทุกคน โดยจะเหมาะสำหรับผู้ที่มีเนื้อแก้มส่วนล่างค่อนข้างมากเท่านั้น ซึ่งในกรณีสำหรับผู้ที่มีเนื้อแก้มน้อย หรือไม่มีเนื้อแก้มเลย อาจทำให้ใบหน้าดูตอบมากกว่าเดิมได้
- ศัลยกรรมแก้ไขหน้าตอบ
การศัลยกรรมสามารถแก้หน้าตอบได้ โดยการผ่าตัดเปิดแผลขนาดเล็กภายในช่องปาก เพื่อใส่วัสดุทางการแพทย์เสริมเข้าไปยังบริเวณที่มีปัญหาหน้าตอบ เช่น ซิลิโคน กระดูกตัวเอง หรือวัสดุทดแทนกระดูก ซึ่งจะใช้ในกรณีสำหรับผู้มีปัญหาหน้าตอบอย่างรุนแรง หรือสูญเสียวอลลุ่มค่อนข้างมาก ทำให้ใบหน้ากลับมาอิ่มฟู เรียบเนียน และมีสัดส่วนที่สมดุลมากขึ้น
ซึ่งโดยทั่วไปการศัลยกรรมแก้ไขหน้าตอบ สามารถเห็นผลการเปลี่ยนแปลงได้อย่างถาวร แต่ในปัจจุบันอาจไม่ได้รับความนิยมเท่าที่ควรเมื่อเทียบกับหัตถการอื่น ๆ เนื่องจากมีค่าใช้จ่ายที่ค่อนข้างสูง และต้องใช้ระยะเวลาในการพักฟื้นนาน อีกทั้งในระยะยาวเมื่อผิวเกิดการเสื่อมสภาพมากขึ้น อาจทำให้มองเห็นซิลิโคนเสริมได้อย่างชัดเจน จึงต้องอยู่ภายใต้การดูแลจากแพทย์ที่มีความรู้ และความเข้าใจเท่านั้น

วิธีดูแลตัวเองไม่ให้หน้าตอบ
การดูแลตัวเองไม่ให้หน้าตอบ สามารถทำได้หลายวิธี โดยเริ่มต้นจากการดูแลตัวเองขั้นพื้นฐาน ดังนี้
- รับประทานอาหารที่มีประโยชน์
การรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ เป็นอีกหนึ่งวิธีในการดูแลตัวเองไม่ให้หน้าตอบ โดยการเลือกรับประทานอาหารอย่างหลากหลายครบทั้ง 5 หมู่ เน้นอาหารที่มีส่วนช่วยในการบำรุงผิว ต้านอนุมูลอิสระ และกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน เช่น ไข่ ปลาทะเล ถั่ว ธัญพืช ผักใบเขียว แคร์รอต อะโวคาโด ส้ม ฝรั่ง ฟักทอง มะเขือเทศ หรือผลไม้ตระกูลเบอร์รี นอกจากนี้ควรหลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารประเภทของมัน ของทอด ของหวาน และเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลสูง เนื่องจากอาจทำให้ผิวดูโทรม แก่กว่าวัย และใบหน้าตอบเร็วขึ้นได้
- ดื่มน้ำให้มาก ๆ
การดื่มน้ำให้มาก ๆ เป็นอีกหนึ่งวิธีในการดูแลตัวเองไม่ให้หน้าตอบ โดยร่างกายแต่ละคนจะต้องการปริมาณน้ำที่แตกต่างกัน ซึ่งเฉลี่ยแล้วประมาณ 1.5 – 2 ลิตรต่อวัน โดยหลังจากตื่นนอนควรดื่มน้ำประมาณ 1 แก้ว เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้น และกระตุ้นการทำงานของร่างกาย จากนั้นควรดื่มก่อนรับประทานอาหาร และหลังรับประทานอาหาร เพื่อเสริมการทำงานของระบบย่อยอาหาร และกระตุ้นการเผาผลาญ ซึ่งในระหว่างวันควรจิบน้ำบ่อย ๆ แทนการดื่มทีเดียว เพื่อให้ร่างกายดูดซึมน้ำอย่างต่อเนื่อง และนำน้ำไปใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
- ออกกำลังกายสม่ำเสมอ
การออกกำลังกายสม่ำเสมอ เป็นอีกหนึ่งวิธีในการดูแลตัวเองไม่ให้หน้าตอบ โดยควรเลือกการออกกำลังกายอย่างหลากหลาย เช่น เดิน วิ่ง ปั่นจักรยาน กระโดดเชือก เต้นแอโรบิก หรือเล่นโยคะ อย่างน้อย 30 นาทีต่อวัน และประมาณ 3 – 4 ครั้งต่อสัปดาห์ เพื่อช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของเลือด กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน เสริมความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ และลดระดับฮอร์โมนคอร์ติซอล (Cortisol) ซึ่งเป็นฮอร์โมนความเครียดที่เป็นตัวการทำให้ผิวดูโทรม และเสื่อมสภาพก่อนวัย โดยควรออกกำลังกายควบคู่ไปกับการดื่มน้ำให้มาก ๆ พักผ่อนให้เพียงพอ และรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ เพื่อช่วยชะลอความเสื่อมของผิว และทำให้ใบหน้าดูอ่อนกว่าวัยอย่างยั่งยืน
- พักผ่อนให้เพียงพอ
การพักผ่อนให้เพียงพอ เป็นอีกหนึ่งวิธีในการดูแลตัวเองไม่ให้หน้าตอบ โดยควรสร้างวินัยในการนอนที่ดี เช่น เข้านอน และตื่นนอนในช่วงเวลาเดิมทุกวัน แม้ในวันหยุด เพื่อปรับสมดุลนาฬิกาชีวิต (Circadian Rhythm) ของร่างกายให้ทำงานเป็นปกติ รวมทั้งควรนอนหลับให้ได้อย่างน้อย 7 – 8 ชั่วโมงต่อวัน และปรับบรรยากาศภายในห้องนอนให้เหมาะสมกับการพักผ่อน ไม่ว่าจะเป็นห้องเงียบ มืด ไม่มีแสงรบกวน และอากาศเย็นพอดี เพื่อช่วยให้ร่างกายพร้อมเข้าสู่โหมดพักผ่อนได้ง่ายขึ้น นอกจากนี้ควรหลีกเลี่ยงการใช้โทรศัพท์มือถือ หรือคอมพิวเตอร์อย่างน้อย 1 ชั่วโมงก่อนนอน เนื่องจากแสงสีฟ้าจากหน้าจอ อาจรบกวนการหลั่งฮอร์โมนเมลาโทนิน (Melatonin) ทำให้นอนหลับยาก และพักผ่อนไม่เพียงพอได้
- รับประทานอาหารเสริมบำรุงผิว
การรับประทานอาหารเสริมบำรุงผิว เป็นอีกหนึ่งวิธีในการดูแลตัวเองไม่ให้หน้าตอบ โดยในปัจจุบันการรับประทานอาหารเสริมมีให้เลือกหลากหลายประเภท ซึ่งควรเน้นอาหารเสริมมีส่วนช่วยในการบำรุงผิว ต้านอนุมูลอิสระ และกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน เช่น วิตามินซี, วิตามินอี, คอลลาเจน, โคเอนไซม์คิวเทน หรือแอสตาแซนทิน โดยควรรับประทานอาหารเสริมอย่างต่อเนื่อง ควบคู่ไปกับการดื่มน้ำให้มาก ๆ พักผ่อนให้เพียงพอ และรับประทานอาหารหลักให้ครบทั้ง 5 หมู่ เพื่อช่วยชะลอความเสื่อมของผิว และทำให้ใบหน้าดูอ่อนกว่าวัยในระยะยาว
- หลีกเลี่ยงแสงแดด และมลภาวะ
การหลีกเลี่ยงแสงแดด และมลภาวะ เป็นอีกหนึ่งวิธีในการดูแลตัวเองไม่ให้หน้าตอบ โดยหมั่นทาครีมกันแดดเป็นประจำทุกวัน และเลือกครีมกันแดดที่มีค่า SPF ตั้งแต่ 30 ขึ้นไป รวมถึงควรทาเพิ่มระหว่างวันทุก ๆ 2 ชั่วโมง โดยเฉพาะในกรณีที่ต้องอยู่กลางแจ้งเป็นเวลานาน เพื่อให้ผิวได้รับการปกป้องอย่างทั่วถึง และมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้สามารถใช้อุปกรณ์เสริม เพื่อช่วยป้องกันแสงแดดเพิ่มเติมได้ ไม่ว่าจะเป็นการสวมหมวก กางร่ม หรือใส่แว่นกันแดด เนื่องจากแสงแดด และมลภาวะเป็นตัวการร้ายที่สามารถทำลายเซลล์ผิวได้โดยตรง ทำให้ผิวดูโทรม เสื่อมสภาพ และใบหน้าตอบเร็วขึ้นได้
- หลีกเลี่ยงการลดน้ำหนักแบบหักโหม
การหลีกเลี่ยงการลดน้ำหนักแบบหักโหม เป็นอีกหนึ่งวิธีในการดูแลตัวเองไม่ให้หน้าตอบ โดยการลดน้ำหนักอย่างช้า ๆ และค่อยเป็นค่อยไป เพื่อให้ร่างกายสามารถรักษามวลกล้ามเนื้อ และไขมันในปริมาณที่เหมาะสม ทำให้ใบหน้าไม่ตอบ หรือยุบเร็วจนเกินไป ซึ่งควรรับประทานอาหารให้ครบทั้ง 5 หมู่ เพื่อให้ร่างกายได้รับสารอาหารอย่างครบถ้วน โดยเน้นโปรตีนคุณภาพ ไขมันดี แป้งไม่ขัดสี ผัก และผลไม้ที่ช่วยบำรุงผิว รวมถึงดื่มน้ำให้มาก ๆ และออกกำลังกายอย่างเหมาะสม เพื่อให้การลดน้ำหนักมีคุณภาพ และทำให้ใบหน้าไม่ดูโทรม นอกจากนี้ควรหลีกเลี่ยงการอดอาหาร หรือรับประทานอาหารน้อยจนเกินไป อาจทำให้ร่างกายขาดสารอาหาร และเพิ่มความเสี่ยงที่ทำให้ใบหน้าดูตอบได้
หน้าตอบ กับ หน้าห้อย ต่างกันอย่างไร?
ปัญหาหน้าตอบ และหน้าห้อยมีลักษณะที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน ดังนี้
- หน้าตอบ
หน้าตอบ จะมีลักษณะใบหน้าที่ดูตอบ ผิวยุบตัว ขาดวอลลุ่ม เว้าลึก เป็นแอ่ง ซึ่งมักพบได้บ่อยในบริเวณขมับตอบ และแก้มตอบ โดยสาเหตุส่วนใหญ่มักเกิดจากการเสื่อมสภาพของคอลลาเจน และอีลาสตินใต้ผิวหนัง รวมถึงการสูญเสียไขมันใต้ผิว และกระดูกมีการทรุดตัวตามวัย ทำให้ใบหน้าดูโทรม เหนื่อยล้า และแก่กว่าวัยอย่างชัดเจน
- หน้าห้อย
หน้าห้อย จะมีลักษณะใบหน้าที่ดูหย่อนคล้อย และห้อยลงตามแรงโน้มถ่วง ซึ่งมักพบได้บ่อยในบริเวณใต้ตา หน้าแก้ม ร่องแก้ม ร่องน้ำหมาก มุมปาก และกรอบหน้า โดยสาเหตุส่วนใหญ่มักเกิดจากการเสื่อมสภาพของคอลลาเจน และอีลาสตินใต้ผิวหนัง ร่วมกับพฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวัน เช่น การเผชิญแสงแดด มลภาวะ พักผ่อนน้อย ดื่มน้ำน้อย สูบบุหรี่ และดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ ทำให้ใบหน้าดูโทรม และแก่กว่าวัยอย่างชัดเจน
หน้าตอบ กับ หน้าอิ่มฟู ต่างกันอย่างไร?
ปัญหาหน้าตอบ และหน้าอิ่มฟูมีลักษณะที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน ดังนี้
- หน้าตอบ
หน้าตอบ คือ ลักษณะของใบหน้าที่มีความตอบ ยุบตัว ขาดวอลลุ่ม เว้าลึกเป็นแอ่ง และเห็นโหนกแก้มชัด ซึ่งสามารถสังเกตเห็นได้ชัดในบริเวณขมับตอบ และแก้มตอบ โดยสาเหตุส่วนใหญ่จะเกิดจากการเสื่อมสภาพของคอลลาเจน และอีลาสตินใต้ผิวหนัง รวมถึงการสูญเสียไขมันใต้ผิว และกระดูกมีการทรุดตัวตามวัย ทำให้ใบหน้าดูโทรม เหนื่อยล้า และแก่กว่าวัยอย่างชัดเจน
- หน้าอิ่มฟู
หน้าอิ่มฟู คือ ลักษณะของใบหน้าที่มีความอวบอิ่ม แน่นฟู เต่งตึง และดูมีวอลลุ่ม ซึ่งสามารถสังเกตเห็นได้ชัดในบริเวณหน้าแก้ม แก้มส่วนล่าง และขมับ โดยสาเหตุส่วนใหญ่จะเกิดจากการมีคอลลาเจน อีลาสติน และไขมันใต้ผิวหนังในปริมาณที่เหมาะสม ร่วมกับดูแลตัวเองอย่างสม่ำเสมอ ทำให้ใบหน้าดูเต็มอิ่ม สดใส และดูอ่อนกว่าวัยจากภายใน
ลักษณะใบหน้าที่ดีตามหลักโหราศาสตร์จีน
ลักษณะของใบหน้าที่ดี และไม่ดีตามหลักความเชื่อทางโหราศาสตร์จีน มีลักษณะดังนี้
- ลักษณะใบหน้าที่ดี
ลักษณะใบหน้าที่ดีตามหลักความเชื่อทางโหราศาสตร์จีน โดยทั่วไปจะมีลักษณะแก้มอวบอิ่ม ขมับเต็ม ไม่ตอบ ไม่ลึก ใบหน้าสมส่วน รับกับแนวกราม ปากอิ่มฟู มุมปากยก หน้าผากกว้าง ดวงตากลมโต จมูกเป็นสัน และคางกลมมน ซึ่งจะสะท้อนถึงความอุดมสมบูรณ์ โชคลาภ การเงิน สุขภาพ หน้าที่การงาน ความรัก และความสัมพันธ์
- ลักษณะใบหน้าที่ไม่ดี
ลักษณะใบหน้าที่ไม่ดีตามหลักความเชื่อทางโหราศาสตร์จีน โดยทั่วไปจะมีลักษณะแก้มตอบ แก้มยุบ ขมับตอบ ใบหน้าหย่อนคล้อย โหนกแก้มสูง มีร่องแก้ม ร่องน้ำหมาก ร่องมุมปาก หน้าผากแคบ ปากบาง จมูกแบน กรอบหน้าไม่ชัด และคางสั้น ซึ่งจะสะท้อนถึงการขาดความมั่งคั่ง โชคลาภติดขัด หรือมีชีวิตที่ยากลำบาก
จะเห็นได้ว่า ปัญหาหน้าตอบสามารถเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ ทั้งพันธุกรรม การลดน้ำหนักอย่างรวดเร็ว อายุที่มากขึ้น การจัดฟัน หรือแม้แต่การเผชิญแสงแดดเป็นเวลานาน ซึ่งล้วนทำให้คอลลาเจน และอีลาสตินเสื่อมสภาพ รวมถึงทำให้ไขมันใต้ผิวหนังลดน้อยลง และโครงสร้างกระดูกเกิดการทรุดตัวตามวัย นอกจากจะส่งผลให้ใบหน้าโดยรวมดูโทรม และแก่กว่าวัย จนสูญเสียความมั่นใจแล้ว ยังส่งผลต่อหลักความเชื่อทางโหราศาสตร์จีนอีกด้วย ดังนั้น การทำหัตถการทางการแพทย์ จึงถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ช่วยแก้ปัญหาหน้าตอบได้อย่างมีประสิทธิภาพ ควบคู่กับการดูแลตัวเองอย่างสม่ำเสมอ เพื่อไม่ให้หน้าตอบมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ดื่มน้ำให้มาก ๆ พักผ่อนให้เพียงพอ ออกกำลังกายเป็นประจำ หลีกเลี่ยงแสงแดด และหลีกเลี่ยงการลดน้ำหนักแบบหักโหม เพื่อให้ใบหน้ากลับมาอิ่มฟู และดูอ่อนกว่าวัยอย่างยั่งยืน
*ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับสภาพผิวแต่ละบุคคล ควรปรึกษาแพทย์ก่อนเข้ารับบริการ
*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯกำหนด

