ไขมันหน้าท้อง คืออะไร? ทำไมลดได้ยาก รู้จักสาเหตุ พร้อมรวมวิธีลดไขมันที่ต้องรู้

ไขมันหน้าท้อง

ไขมันหน้าท้อง เป็นบริเวณที่ไขมันสะสมได้ง่าย และมักจะเป็นปัญหาที่พบได้บ่อยในหลายคน ไม่ว่าจะเป็น พุงยื่น พุงหมาน้อย หรือรอบเอวที่เพิ่มขึ้น ทำให้หลายคนรู้สึกไม่มั่นใจ และเริ่มมองหาวิธีดูแลตัวเอง บทความนี้จะพาไปรู้จักว่า ไขมันหน้าท้องคืออะไร เกิดจากอะไร ทำไมถึงลดได้ยาก พร้อมรวมวิธีลดไขมันหน้าท้องที่สามารถนำไปปรับใช้ได้ในชีวิตประจำวัน เพื่อช่วยให้รูปร่างดีขึ้นโดยไม่ทำลายสุขภาพ

 

ไขมัน มีกี่ประเภท

ไขมันสะสม  คือ พลังงานส่วนเกินที่ร่างกายสะสมไว้ในรูปแบบไขมัน ซึ่งจะสะสมอยู่ตามบริเวณต่างๆ ของร่างกาย เช่น หน้าท้อง ต้นแขน ต้นขา หรือภายในช่องท้อง สามารถพบได้ในทุกเพศและทุกวัย  โดยไขมันสะสมสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทหลัก ๆ คือ 

  • ไขมันใต้ผิวหนัง เป็นไขมันที่สะสมอยู่ภายใต้ผิวหนังชั้นตื้น สามารถมองเห็นและสัมผัสได้ ซึ่งมักจะส่งผลให้รูปร่างและสัดส่วนเปลี่ยนแปลง เช่น ไขมันหน้าท้อง ที่ทำให้หน้าท้องดูนูน หรือหย่อน
  • ไขมันในช่องท้อง เป็นไขมันที่สะสมอยู่ภายในบริเวณรอบอวัยวะภายในโดยเฉพาะบริเวณช่องท้อง เช่น ตับ ลำไส้ และกระเพาะอาหาร ซึ่งไม่สามารถมองเห็นหรือสัมผัสได้จากภายนอก และสามารถเกิดได้กับทั้งผู้ที่มีรูปร่างอ้วนและผอม โดยไขมันในช่องท้องนั้นจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อสุขภาพมากกว่าไขมันใต้ชั้นผิวหนัง

 

ไขมันหน้าท้อง คืออะไร
ไขมันหน้าท้อง คืออะไร

 

ไขมันหน้าท้อง คืออะไร

ไขมันหน้าท้อง คือ ไขมันส่วนเกินใต้ชั้นผิว (subcutaneous fat) ที่สะสมอยู่บริเวณรอบเอวและช่วงหน้าท้อง โดยจะสะสมอยู่ระหว่างผิวหนังและกล้ามเนื้อในบริเวณหน้าท้อง ซึ่งมักเป็นตำแหน่งที่ร่างกายมักเก็บพลังงานส่วนเกินไว้มากกว่าบริเวณอื่น โดยไขมันบริเวณนี้หากมีการสะสมในปริมาณที่มาก จะส่งผลกระทบต่อรูปร่างและสุขภาพในระยะยาวได้

ลักษณะของไขมันหน้าท้องที่พบบ่อย

  • หน้าท้องนูนหรือพุงยื่น ไขมันหน้าท้องลักษณะนี้มักจะเห็นได้ชัดเมื่อยืนหรือนั่ง โดยเฉพาะเมื่อสวมเสื้อผ้ารัดรูป รอบเอวมักจะดูใหญ่ขึ้นกว่าส่วนอื่น ๆ
  • จับแล้วนิ่มหรือเป็นชั้นไขมัน ไขมันหน้าท้องใต้ขั้นผิว มักจะมีลักษณะเป็นพุงที่มีความนิ่ม สามารถหยิบหรือบีบเป็นชั้นได้ ทำให้หน้าท้องดูไม่กระชับ และดูเป็นชั้น
  • หน้าท้องแข็งตึง แต่ไม่เป็นชั้น อาจเกิดจากไขมันในช่องท้อง แม้จะไม่สามารถมองเห็นหรือสัมผัสได้จากภายนอก แต่มักจะทำให้พุงมีลักษณะที่ดูแข็งและกลม
  • พุงป่องช่วงล่าง ใต้สะดือ มักพบได้บ่อยในผู้หญิง โดยสามารถเกิดได้จากฮอร์โมน ความเครียด หรือพฤติกรรมการกิน โดยไขมันหน้าท้องลักษณะนี้มักจะเรียกว่าพุงหมาน้อย
  • รอบเอวเพิ่มขึ้น แต่น้ำหนักไม่เปลี่ยนมาก ถือเป็นสัญญาณหนึ่งของไขมันในช่องท้อง ที่มักจะส่งผลต่อสุขภาพ หรือเพิ่มความเสี่ยงของโรคเรื้อรัง เช่น เบาหวานชนิดที่ 2, โรคหัวใจ, ความดันโลหิตสูง และไขมันพอกตับ

 

สาเหตุของการเกิดไขมันหน้าท้อง

ไขมันหน้าท้อง ไม่ได้เกิดจากการทานอาหารเยอะหรือทานอาหารบ่อยเพียงอย่างเดียว แต่สาเหตุของการเกิดไขมันหน้าท้องสามารถเกิดได้จากหลายปัจจัยร่วมกัน ที่อาจส่งผลต่อระบบเผาผลาญและการสะสมไขมันในร่างกาย เช่น  

  • พฤติกรรมการกินที่กระตุ้นไขมันหน้าท้อง

พฤติกรรมการรับประทานอาหาร ก็สามารถกระตุ้นให้ร่างกายสะสมไขมันหน้าท้องได้ เช่น การทานอาหารที่มีน้ำตาลสูง มีไขมันอิ่มตัว และอาหารแปรรูป เช่น ของทอด เครื่องดื่มหวาน หรือขนมขบเคี้ยว ที่หากทานในปริมาณที่มากเป็นประจำก็ทำให้เกิดไขมันหน้าท้องได้ง่าย หรือการทานอาหารมื้อดึก ทานไม่เป็นเวลา ก็ส่งผลต่อระบบเผาผลาญในร่างกายทำให้พลังงานส่วนเกินถูกเปลี่ยนเป็นไขมันสะสมได้ง่ายขึ้น

  • ความเครียดและฮอร์โมนที่เกี่ยวข้องกับไขมันหน้าท้อง

เมื่อร่างกายอยู่ในภาวะเครียด จะทำให้ร่างกายหลั่งฮอร์โมนคอร์ติซอล หรือฮอร์โมนความเครียดเพิ่มขึ้น ซึ่งฮอร์โมนชนิดนี้มีส่วนกระตุ้นให้เกิดการสะสมไขมันโดยเฉพาะบริเวณหน้าท้อง อาจทำให้ไขมันหน้าท้องลดได้ยากลง หรือในช่วงที่ฮอร์โมนมีการเปลี่ยนแปลง เช่น ช่วงประจำเดือน 

  • อายุที่เพิ่มขึ้น ส่งผลต่อการสะสมไขมันหน้าท้องอย่างไร

เมื่ออายุมากขึ้น อาจทำให้ระบบต่าง ๆ ในร่างกายทำงานช้าลง โดยเฉพาะระบบเผาผลาญ รวมถึงมวลกล้ามเนื้อลดลง ส่งผลให้ร่างกายใช้พลังงานน้อยลง ซึ่งหากยังมีพฤติกรรมการกินหรือการใช้ชีวิตเช่นเดิม ก็อาจจะทำให้ไขมันหน้าท้องสะสมได้ง่ายขึ้น

  • การพักผ่อนไม่เพียงพอ ทำให้เกิดไขมันหน้าท้องง่าย

การนอนหลับพักผ่อนไม่เพียงพอ อาจส่งผลต่อสมดุลของฮอร์โมนในร่างกาย เช่น ฮอร์โมนที่ควบคุมความหิวและความอิ่ม จึงทำให้รู้สึกอยากอาหารมากขึ้น และรู้สึกอยากทานอาหารที่มีพลังงานสูง นอกจากนี้การพักผ่อนน้อยอาจส่งผลต่อระบบเผาผลาญพลังงานในร่างกาย ทำให้ร่างกายสะสมไขมันหน้าท้องได้ง่ายกว่า

 

ไขมันหน้าท้องหรือพุงมีกี่ประเภท?

ไขมันหน้าท้อง หรือ พุง เป็นไขมันที่สะสมบริเวณหน้าท้องและรอบเอว ซึ่งพบได้ในทุกเพศทุกวัย และมักเป็นไขมันที่ลดได้ยาก โดยไขมันหน้าท้องแต่ละประเภทจะมีสาเหตุ และลักษณะที่แตกต่างกันไป โดยทั่วไปสามารถแบ่งออกเป็นหลายประเภท ดังนี้

  • พุงแอลกอฮอล์

ไขมันหน้าท้องที่เกิดจากแอลกอฮอล์ เป็นพุงที่เกิดจากการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และทานอาหารหรือเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลสูงเป็นประจำ  เช่น ของทอด ของหวาน ทำให้พุงมีลักษณะที่นุ่มนิ่ม และมีชั้นไขมันหนา เนื่องจากร่างกายได้รับพลังงานมากเกินไป และไม่สามารถเผาผลาญได้ทัน จนกลายเป็นไขมันหน้าท้องสะสมที่ลดได้ยาก

  • พุงฮอร์โมน

ไขมันหน้าท้องที่เกิดจากฮอร์โมน เป็นพุงที่เกิดจากความไม่สมดุลของฮอร์โมนในร่างกาย ซึ่งสามารถพบได้บ่อยในผู้หญิง ในช่วงก่อนมีประจำเดือน วัยใกล้หมดประจำเดือน หรือการทานอาหารไม่เป็นเวลา โดยพุงจะมีลักษณะป่องบริเวณท้องล่าง ใต้สะดือ สามารถพบได้แม้จะมีรูปร่างผอม

  • พุงเครียด

ไขมันหน้าท้องที่เกิดจากเครียด เกิดจากร่างกายมีภาวะความเครียดสะสม ทำให้เกิดการหลั่งฮอร์โมนคอร์ติซอลหรือฮอร์โมนความเครียดที่สูงขึ้น ซึ่งส่งผลให้ร่างกายเกิดความหิว และกระตุ้นการสะสมไขมันหน้าท้องเพิ่มขึ้น โดยพุงจะมีลักษณะแข็งตึง ไม่เป็นชั้นไขมันชัดเจน และลดได้ยากหากไม่ปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิต

  • พุงคุณแม่

พุงคุณแม่ หรือไขมันหน้าท้องที่เกิดจากหลังคลอด เป็นพุงที่เกิดจากกล้ามเนื้อหน้าท้องมีการยืดขยายในช่วงตั้งครรภ์ และการสะสมของไขมันร่วมด้วย ทำให้พุงมีลักษณะหย่อนคล้อย ไม่กระชับ และมีขนาดใหญ่ ซึ่งสามารถลดไขมันหน้าท้องได้ด้วยการออกกำลังกาย หรือใช้เทคโนโลยีทางการแพทย์ช่วยร่วมด้วย

  • พุงป่องจากระบบย่อยอาหาร

พุงป่องจากระบบย่อยอาหาร อาจไม่ได้เกิดจากการสะสมไขมันหน้าท้องโดยตรง แต่เกิดจากแก๊สภายในทางเดินอาหารทำให้เกิดอาการอาหารไม่ย่อย ท้องอืด หรือท้องผูก โดยพุงจะมีลักษณะแบนราบในช่วงเช้า และป่องในช่วงเย็น โดยสามารถดูแลได้โดยการปรับพฤติกรรมการกิน 

 

วิธีลดไขมันหน้าท้อง ไม่ทำลายสุขภาพ
วิธีลดไขมันหน้าท้อง ไม่ทำลายสุขภาพ

 

วิธีลดไขมันหน้าท้อง ไม่ทำลายสุขภาพ

ไขมันหน้าท้อง ถือเป็นปัญหาที่หลายคนต่างมีความกังวลทั้งในเรื่องรูปร่าง สัดส่วน ที่เพิ่มขึ้น ทำให้ขาดความมั่นใจ และอาจส่งผลต่อสุขภาพในระยะยาว โดยการลดไขมันหน้าท้องสามารถเริ่มต้นด้วยการปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิต โดยวิธีลดไขมันหน้าท้องง่าย ๆ ด้วยตัวเอง มีหลายวิธี ไม่ว่าจะเป็น

  • ลดไขมันหน้าท้องด้วยการควบคุมแคลอรี่

การลดไขมันหน้าท้องสามารถเริ่มต้นด้วยการดูแลการกิน ไม่ว่าจะเป็น การเลือกทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย การเลือกทานอาหารในปริมาณที่เหมาะสม และการควบคุมพลังงานที่รับเข้าในแต่ละวัน เพื่อให้ร่างกายสามารถเผาผลาญพลังงานในแต่ละวันได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ทำให้เกิดไขมันหน้าท้อง และไขมันสะสมในส่วนอื่น ๆ ของร่างกาย

  • ลดไขมันหน้าท้องด้วยการลดน้ำตาล

น้ำตาล หากมีมากเกินไปก็อาจส่งผลเสียต่อร่างกาย เพราะน้ำตาล เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่กระตุ้นให้ร่างกายเกิดการอักเสบ และกระตุ้นการสะสมไขมันหน้าท้อง ควรลดการบริโภคน้ำตาล เช่น ขนม เครื่องดื่มที่มีรสหวาน หรือน้ำอัดลม เพื่อช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ดีขึ้น และลดโอกาสการสะสมไขมันในช่องท้อง และไขมันหน้าท้อง

  • ลดไขมันหน้าท้องด้วยการเลือกอาหารที่มีไฟเบอร์สูง

ลดไขมันหน้าท้องด้วยเลือกทานอาหารที่มีใยอาหารสูง เช่น ผัก ผลไม้ และธัญพืช เพื่อช่วยให้ร่างกายอิ่มได้นานขึ้น และช่วยเสริมระบบย่อยอาหารและระบบขับถ่ายให้ทำงานปกติ นอกจากนี้ไฟเบอร์ในผักและผลไม้ยังช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ซึ่งช่วยลดการสะสมไขมันหน้าท้อง และลดการเกิดปัญหาสุขภาพ

  • ลดไขมันหน้าท้องด้วยการรับประทานโปรตีนให้เพียงพอ

โปรตีน เป็นสารอาหารที่มีความสำคัญในการเสริมสร้างกล้ามเนื้อ กระตุ้นระบบเผาผลาญให้ทำงานดีขึ้น ลดไขมันหน้าท้อง ทั้งยังช่วยให้อิ่มได้นาน ควรเลือกโปรตีนดีไขมันต่ำ เช่น อกไก่ ปลา ไข่ และเต้าหู้  โดยควรรับประทานโปรตีนให้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกายแต่ละบุคคล 

  • ลดไขมันหน้าท้องด้วยการดื่มน้ำให้เพียงพอ

การดื่มน้ำเปล่าให้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย จะช่วยเสริมการทำงานของระบบต่าง ๆ ในร่างกายให้ทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ ทั้งยังช่วยเสริมการทำงานของระบบเผาผลาญและระบบขับถ่ายให้ทำงานได้ดี และลดความหิวระหว่างวัน จึงสามารถช่วยดูแลสุขภาพ ไปพร้อมกับลดไขมันหน้าท้องได้เป็นอย่างดี

  • ลดไขมันหน้าท้องด้วยการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ

การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยลดไขมันหน้าท้อง ลดการสะสมของไขมันในส่วนอื่น ๆ ในร่างกาย ทั้งยังช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อ กระตุ้นระบบเผาผลาญให้ทำงานดีขึ้น โดยสามารถเลือกออกกำลังกายได้หลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็น HIIT (High Intensity Interval Training) คาร์ดิโอ เช่น เดินเร็ว วิ่ง ว่ายน้ำ หรือปั่นจักรยาน หรือพิลาทิส และโยคะ ที่สามารถช่วยเสริมความแข็งแรงให้กับกล้ามเนื้อ และช่วยลดไขมันหน้าท้อง ดูแลรูปร่างให้กระชับขึ้น

  • ลดไขมันหน้าท้องด้วยเทคโนโลยีทางการแพทย์

ปัจจุบันเทคโนโลยีทางการแพทย์ ถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการดูแลรูปร่าง ลดไขมันหน้าท้อง และกระชับสัดส่วนให้สวยงาม ซึ่งสามารถลดไขมันสะสมได้หลายส่วนในร่างกาย ไม่ว่าจะเป็น ไขมันหน้าท้อง ต้นแขน ต้นขา หรือใบหน้า โดยไม่จำเป็นต้องผ่าตัด หรือต้องใช้เวลาพักฟื้นนาน

 

ตัวช่วยลดไขมันหน้าท้อง กระชับสัดส่วน โดยไม่ต้องผ่าตัด

เทคโนโลยีทางการแพทย์ ถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่จะช่วยดูแลรูปร่าง ลดไขมันหน้าท้อง พร้อมกระชับสัดส่วนให้ดูเล็กลง โดยไม่จำเป็นต้องผ่าตัดดูดไขมัน ซึ่งในปัจจุบันเทคโนโลยีทางการแพทย์มีให้เลือกหลากหลายรูปแบบ ขึ้นอยู่กับปัญหาและความต้องการของแต่ละบุคคล โดยเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ได้รับความนิยม เช่น 

  • Duo Slim Max ลดไขมันหน้าท้อง

Duo Slim Max เป็นเทคโนโลยีลดไขมันหน้าท้อง โดยใช้พลังงานคลื่นวิทยุความถี่สูง Monopolar RF และ Ultrasound ที่ทำงานร่วมกัน สามารถส่งพลังงานไปได้ถึงชั้นไขมันใต้ผิว ช่วยลดไขมันสะสม และกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสติน ให้ผิวดูกระชับพร้อมลดเซลลูไลท์ สามารถทำได้ทั้งบริเวณใบหน้าและลำตัว เป็นการลดไขมันหน้าท้องโดยไม่ต้องพักฟื้น

  • Oligio Body ลดไขมันหน้าท้อง

Oligio Body ใช้เทคโนโลยีลดไขมันหน้าท้องคลื่นวิทยุ Monopolar RF ที่ความถี่ 6.78 MHz สามารถส่งพลังงานไปได้ถึงชั้นผิวหนังแท้และชั้นไขมัน ช่วยลดไขมันสะสม กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสติน ให้ผิวดูกระชับขึ้น โดยสามารถทำได้หลายบริเวณในร่างกาย เช่น หน้าท้อง ต้นแขน ต้นขา หรือบริเวณใบหน้า

  • Fit Shape Body ลดไขมันหน้าท้อง

Fit Shape Body เป็นเทคโนโลยีลดไขมันหน้าท้องที่ใช้พลังงาน Capacitive Resistive Monopolar Radiofrequency (CRMRF) ความถี่ 448 kHz ซึ่งเป็นพลังงานที่ถูกนำมาใช้ในทางการแพทย์มาอย่างยาวนาน โดย Fit Shape Body สามารถช่วยฟื้นฟูเนื้อเยื่อชั้นลึกได้โดยไม่ทำลายเนื้อเยื่อบริเวณรอบ ๆ  ทั้งยังช่วยลดไขมันหน้าท้อง และช่วยกระตุ้นการทำงานของระบบเผาผลาญให้ดีขึ้น ช่วยลดการสะสมของไขมันส่วนเกิน

  • Fix Lift Body ลดไขมันหน้าท้อง

Fix Lift Body เป็นเทคโนโลยีลดไขมันหน้าท้องที่ใช้พลังงาน Monopolar RF ช่วยยกกระชับผิว และลดไขมันสะสมเฉพาะจุด พร้อมกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินใต้ชั้นผิว ช่วยยกกระชับผิว และลดการเกิดเซลลูไลท์ได้โดยไม่ต้องผ่าตัด

  • CoolSculpting ลดไขมันหน้าท้อง

CoolSculpting เทคโนโลยีลดไขมันหน้าท้องด้วยความเย็นจัด หรือ Cryolipolysis ในการลดเซลล์ไขมันให้เกิดกระบวนการตายตามธรรมชาติ (Cell Apoptosis) ทำให้สัดส่วนในบริเวณที่ทำนั้นดูเล็กลง เหมาะสำหรับการลดไขมันเฉพาะจุด เช่น หน้าท้อง เอว ต้นแขน ต้นขา โดยไม่ต้องผ่าตัด และใช้เวลาพักฟื้นไม่นาน

  • Body Firm ลดไขมันหน้าท้อง

Body Firm เทคโนโลยีช่วยลดไขมันหน้าท้องพร้อมสร้างกล้ามเนื้อ โดยใช้พลังงานคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าความเข้มสูง HIFEM (High-Intensity Focused Electromagnetic) ซึ่งช่วยกระตุ้นการหดตัวของกล้ามเนื้อในระดับลึก ทำให้กล้ามเนื้อแข็งแรงขึ้นและช่วยลดไขมันหน้าท้องไปในตัว Body Firm จึงนิยมใช้ในการสร้างซิกแพค และผู้ที่ต้องการเพิ่มมวลกล้ามเนื้อ และกระชับสัดส่วน

 

ไขมันหน้าท้อง กับ ไขมันในช่องท้อง ต่างกันอย่างไร
ไขมันหน้าท้อง กับ ไขมันในช่องท้อง ต่างกันอย่างไร

 

ไขมันหน้าท้อง กับ ไขมันในช่องท้อง ต่างกันอย่างไร

หลายคนอาจเข้าใจว่าไขมันหน้าท้อง กับไขมันในช่องท้อง คือไขมันแบบเดียวกัน แต่ความจริงแล้ว ไขมันทั้งสองประเภทนี้เป็นไขมันคนละชนิด และส่งผลต่อร่างกายแตกต่างกันอย่างชัดเจน

  • ไขมันหน้าท้อง หรือไขมันใต้ผิวหนัง (Subcutaneous Fat) คือ ไขมันสะสมใต้ชั้นผิวหนังที่สะสมอยู่บริเวณใต้ชั้นผิวหนังช่องท้อง ทำให้เกิดพุงหรือหน้าท้องขนาดใหญ่ ซึ่งไขมันหน้าท้องส่งผลต่อรูปร่างและความมั่นใจ และมีความเสี่ยงต่อปัญหาสุขภาพน้อยกว่าไขมันในช่องท้อง
  • ไขมันในช่องท้อง (Visceral Fat) คือ ไขมันสะสมที่อยู่บริเวณรอบ ๆ อวัยวะในช่องท้อง เช่น ตับ ลำไส้ และกระเพาะอาหาร  ซึ่งเป็นไขมันที่มีความสัมพันธ์กับปัญหาสุขภาพหรือโรคเรื้อรังในร่างกาย เช่น ไขมันในเลือดสูง เบาหวาน และโรคหัวใจ จึงถือเป็นไขมันที่ควรได้รับการดูแลเป็นพิเศษ

 

ทำไมบางคนผอมแต่ยังมีไขมันหน้าท้อง

หลายคนอาจจะสงสัยว่า ทำไมผู้ที่มีรูปร่างผอมถึงมีไขมันหน้าท้องหรือมีพุงยื่น ซึ่งไขมันหน้าท้องในคนผอมเกิดได้จากหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็น การนั่งนาน ไม่ออกกำลังกาย การทานอาหารที่มีน้ำตาลหรือไขมันสูง รวมถึงความเครียด และการพักผ่อนไม่เพียงพอ หรืออาจเกิดจากโรคบางอย่าง ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยที่กระตุ้นให้ร่างกายสะสมไขมันหน้าท้องเพิ่มมากขึ้น แม้จะมีน้ำหนักตัวจะอยู่ในเกณฑ์ปกติก็ตาม

 

ระบบเผาผลาญกับไขมันหน้าท้อง สัมพันธ์กันอย่างไร

ระบบเผาผลาญ จะทำหน้าที่เปลี่ยนอาหารให้กลายเป็นพลังงานที่นำไปใช้ในร่างกาย ซึ่งหากระบบเผาผลาญทำงานได้ดี จะทำให้ร่างกายสามารถใช้พลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเหลือพลังงานส่วนเกินน้อย แต่หากระบบเผาผลาญทำงานได้ไม่ดี หรือทำงานได้ช้าลง อาจทำให้ร่างกายใช้พลังงานได้ไม่หมด และทำให้เกิดไขมันสะสมในร่างกายได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะไขมันหน้าท้อง

 

ระบบเผาผลาญช้า คืออะไร
ระบบเผาผลาญช้า คืออะไร

 

ระบบเผาผลาญช้า คืออะไร

ระบบเผาผลาญ หรือเมตาบอลิซึม (Metabolism) คือ กระบวนการทางเคมีที่เกิดขึ้นภายในร่างกาย โดยการเปลี่ยนอาหารและเครื่องดื่มให้เป็นพลังงาน เพื่อนำพลังงานไปใช้ในการทำงานของทุกส่วนในร่างกาย ไม่ว่าจะเป็น การหายใจ การเต้นของหัวใจ การสร้างซ่อมแซมเซลล์ ไปจนถึงการขับถ่าย โดยระบบเผาผลาญจะส่งผลต่อการควบคุมน้ำหนัก การทำงานของอวัยวะ และความเสี่ยงต่อโรคต่าง ๆ รวมถึงไขมันหน้าท้อง

ระบบเผาผลาญช้า  คือ ภาวะที่ร่างกายใช้พลังงานน้อยลงกว่าปกติ แม้จะทานอาหารในปริมาณที่น้อย แต่กลับใช้พลังงานได้ไม่หมด หรือพลังงานที่เหลือถูกสะสมเป็นไขมันได้ง่ายกว่าปกติ ส่งผลให้ รู้สึกอ่อนเพลีย ควบคุมน้ำหนักได้ยาก สัดส่วนเพิ่มขึ้น หรือมีไขมันหน้าท้องสะสมมากขึ้น ทั้งนี้ ภาวะระบบเผาผลาญช้าสามารถเกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น มวลกล้ามเนื้อลดลง พักผ่อนไม่เพียงพอ ความเครียดสะสม ฮอร์โมนไม่สมดุล ไขมันหน้าท้อง และการลดน้ำหนักด้วยวิธีที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจส่งผลเสียต่อปัญหาสุขภาพในระยะยาวได้

 

ระบบเผาผลาญช้า ทำให้ไขมันหน้าท้องสะสมได้ง่าย

หน้าท้อง เป็นบริเวณที่มักจะมีไขมันสะสมอยู่มากกว่าบริเวณอื่นในร่างกาย หากระบบเผาผลาญทำงานได้ช้าลง จะส่งผลให้ร่างกายเผาผลาญพลังงานได้น้อย และทำให้เกิดการสะสมไขมันได้ง่ายขึ้น แม้จะทานในปริมาณที่น้อยลง ส่งผลให้มีการสะสมไขมันหน้าท้องที่เพิ่มมากขึ้นได้ง่ายกว่าปกติ

 

ปัจจัยที่ช่วยให้ระบบเผาผลาญทำงานได้ดี

การมีระบบเผาผลาญที่ดีจะช่วยให้ร่างกายสามารถใช้พลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และช่วยลดการสะสมไขมันหน้าท้อง พร้อมช่วยดูแลสุขภาพโดยรวมได้ โดยปัจจัยที่จะช่วยเสริมให้ระบบเผาผลาญดีขึ้น เช่น

  • การรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย เลือกทานโปรตีนไขมันต่ำ ไขมันดี และผักผลไม้ เพื่อช่วยรักษามวลกล้ามเนื้อ
  • การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะการฝึกกล้ามเนื้อ เพื่อช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อให้แข็งแรง และช่วยกระตุ้นการเผาผลาญพลังงานส่วนเกิน ลดไขมันหน้าท้อง
  • การพักผ่อนให้เพียงพอ สามารถช่วยรักษาสมดุลของฮอร์โมน ช่วยฟื้นฟูระบบภายในร่างกายให้ทำงานได้เต็มที่มากขึ้น
  • การดื่มน้ำอย่างเพียงพอ เพื่อกระตุ้นการทำงานของกระบวนการเผาผลาญในร่างกาย และช่วยปรับสมดุลร่างกาย

ปัจจัยที่ทำให้ระบบเผาผลาญแย่ลง

หากร่างกายมีระบบเผาผลาญที่แย่ลง หรือมีระบบเผาผลาญช้า อาจทำให้เกิดการสะสมไขมันหน้าท้องที่เพิ่มขึ้นได้ โดยพฤติกรรมบางอย่างอาจส่งผลให้ระบบเผาผลาญทำงานได้ไม่เต็มที่ เช่น

  • การอดอาหาร หรือการทานอาหารน้อยเกินไปในแต่ละวัน
  • การนั่ง หรือขาดการเคลื่อนไหวเป็นเวลานาน การไม่ค่อยออกกำลังกาย ส่งผลให้ไม่มีมวลกล้ามเนื้อที่ช่วยเผาผลาญพลังงาน
  • ความเครียดสะสม อาจส่งผลต่อการหลั่งฮอร์โมนที่กระตุ้นให้ร่างกายสะสมไขมันเพิ่มขึ้น
  • การนอนหลับไม่เพียงพอ อาจทำให้ร่างกายไม่สามารถฟื้นฟูตัวเองได้เต็มที่
  • อายุที่เพิ่มขึ้น ทำให้มวลกล้ามเนื้อลดลงตามธรรมชาติ ทำให้ระบบเผาผลาญทำงานได้ช้าลง

 

สัญญาณเตือนว่าระบบเผาผลาญเริ่มแย่ลง
สัญญาณเตือนว่าระบบเผาผลาญเริ่มแย่ลง

 

สัญญาณเตือนว่าระบบเผาผลาญเริ่มแย่ลง

หากระบบเผาผลาญของร่างกายทำงานได้ไม่เต็มที่ ร่างกายมักจะส่งสัญญาณเตือนบางอย่าง ที่หลายคนอาจจะมองข้ามไป ซึ่งหากสังเกตและดูแลตั้งแต่เนิ่น ๆ อาจช่วยป้องกันปัญหาสุขภาพในระยะยาวได้ โดยสัญญาณเตือนว่าระบบเผาผลาญเริ่มแย่ลง มีดังนี้

  • น้ำหนักขึ้นง่าย แต่ลดได้ยาก

น้ำหนักขึ้นได้ง่าย และลดได้ยาก แม้จะทานอาหารในปริมาณเท่าเดิมหรือน้อยลง อาจเกิดจากระบบเผาผลาญพัง ทำให้ร่างกายใช้พลังงานน้อยลง และเกิดการสะสมพลังงานส่วนเกินในรูปของไขมันมากขึ้น

  • รู้สึกอ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย

หากระบบเผาผลาญทำงานได้ไม่ดี อาจทำให้ร่างกายเปลี่ยนสารอาหารเป็นพลังงานได้น้อยลง และส่งผลให้รู้สึกเหนื่อยง่าย อ่อนเพลีย ไม่มีแรง และทำให้รู้สึกไม่สดชื่น แม้จะพักผ่อนเต็มที่

  • มีไขมันหน้าท้องเพิ่มมากขึ้น

ร่างกายมักจะสะสมไขมันหน้าท้องไว้เป็นบริเวณแรก และหากระบบเผาผลาญทำงานได้ช้าลง อาจจะสังเกตได้ว่าหน้าท้องหรือพุงยื่นขึ้น ทั้งที่น้ำหนักตัวอาจไม่ได้เปลี่ยนแปลงมาก ซึ่งอาจเป็นสัญญาณเตือนของระบบเผาผลาญที่เริ่มแย่ลง

  • รู้สึกหนาวง่าย หรืออุณหภูมิร่างกายต่ำกว่าปกติ

ระบบเผาผลาญ นอกจากจะมีหน้าที่เผาผลาญพลังงานในร่างกายแล้ว ยังช่วยสร้างความอบอุ่นให้กับร่างกาย ซึ่งหากระบบเผาผลาญทำงานได้ช้าลง อาจทำให้อุณหภูมิร่างกายต่ำกว่าปกติ หรือรู้สึกหนาวง่ายกว่าปกติ

  • ระบบขับถ่ายทำงานช้าลง

หากระบบเผาผลาญทำงานได้ไม่เต็มที่ อาจทำให้การทำงานของระบบย่อยอาหารทำงานได้ไม่เต็มที่  จนอาจทำให้ระบบขับถ่ายไม่สม่ำเสมอ หรือรู้สึกอืดแน่นท้องบ่อยครั้ง

  • ผิวแห้ง ผมร่วง หรือเล็บเปราะ

นอกจากปัญหาสัดส่วนและน้ำหนักที่เพิ่มขึ้นแล้ว หากระบบเผาผลาญทำงานได้ไม่ดี สามารถส่งผลให้เกิดปัญหาผิวแห้ง ผมร่วง หรือเล็บเปราะได้ เพราะร่างกายไม่สามารถเผาผลาญพลังงานได้เต็มที่ ส่งผลให้การลำเลียงสารอาหารไปยังผิว ผม และเล็บไม่มีประสิทธิภาพ

ไขมันหน้าท้อง เป็นอีกหนึ่งปัญหารูปร่างที่หลายคนกังวล เพราะไขมันบริเวณนี้มักทำให้หน้าท้องดูยื่นหรือมีพุง ซึ่งส่งผลต่อความมั่นใจในการแต่งกาย นอกจากนี้ไขมันหน้าท้องยังเป็นสัญญาณเตือนของปัญหาระบบเผาผลาญที่ทำงานได้ช้าลง การลดไขมันหน้าท้องสามารถทำได้หลายวิธี รวมถึงการใช้ตัวช่วยอย่างเทคโนโลยีทางการแพทย์ สำหรับใครที่สนใจอยากลดไขมันหน้าท้องสามารถเข้ามาสอบถามที่ รมย์รวินท์คลินิกได้ทุกสาขา

 

*ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล ควรปรึกษาแพทย์ก่อนเข้ารับการบริการ

*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด