ปัญหาผิวหย่อนคล้อย เป็นสัญญาณสำคัญของการเสื่อมสภาพตามวัยที่หลายคนหลีกเลี่ยงไม่ได้ เมื่อคอลลาเจนและอีลาสตินในชั้นผิวเริ่มลดลง ทำให้ใบหน้าดูอ่อนแรง ไม่กระชับ และเกิดริ้วรอยร้องลึกตามมา โดยเฉพาะบริเวณแก้ม กรอบหน้า และลำคอ แต่ด้วยความก้าวหน้าของเทคโนโลยีทางการแพทย์ในปัจจุบัน การยกกระชับหน้าไม่ต้องผ่าตัดจึงกลายเป็นทางเลือกยอดนิยม สำหรับผู้ที่ต้องการยกกระชับปรับรูปหน้าให้ตึงเรียวขึ้นโดยไม่ต้องพักฟื้น
ปัจจุบันมีหัตถการยกกระชับหน้า หลากหลายเทคโนโลยีที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์สภาพผิว และระดับความหย่อนคล้อยที่แตกต่างกัน ไม่ว่าจะเป็นเทคโนโลยีคลื่นเสียงอัลตราซาวนด์ คลื่นวิทยุ ไปจนถึงการกระตุ้นคอลลาเจนด้วยสารเติมเต็ม ล้วนมีจุดเด่นและกลไกเฉพาะในการฟื้นฟูผิวให้แข็งแรงจากภายใน
บทความนี้จะพาคุณมาทำความรู้จักกับ 8 หัตถการยกกระชับหน้าที่แพทย์นิยมใช้อย่างมากในปัจจุบัน พร้อมอธิบายข้อดีและความแตกต่างของแต่ละวิธี เพื่อช่วยแก้ผิวหย่อนคล้อยยกกระชับใบหน้าให้ดูอ่อนวัย และเลือกแนวทางที่เหมาะกับตัวของคุณ

สาเหตุผิวหย่อนคล้อยที่ควรรู้ ก่อนทำยกกระชับหน้าไม่ต้องผ่าตัด
ผิวหย่อนคล้อย ถือเป็นหนึ่งในสัญญาณแห่งวัยที่หลายคนเริ่มสังเกตได้เมื่ออายุเพิ่มขึ้น ไม่ว่าจะเป็นผิวบริเวณที่แก้มเริ่มตก กรอบหน้าไม่ชัด หรือมีร่องลึกที่เห็นชัดขึ้นตามแรงโน้มถ่วงของผิว ปัญหาเหล่านี้สามารถเกิดขึ้นได้จากหลายปัจจัย และเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้หลายคนเริ่มมองหาวิธีแก้ผิวหย่อนคล้อยด้วยเทคโนโลยีทางการแพทย์สมัยใหม่ เช่น หัตถการยกกระชับหน้าที่ช่วยฟื้นฟูความยืดหยุ่นและความแน่นของผิวได้อย่างแม่นยำ
สาเหตุของผิวหย่อนคล้อยสามารถแบ่งออกได้เป็นหลายด้าน ดังนี้
- อายุที่มากขึ้น
เมื่อร่างกายผลิตคอลลาเจนและอีลาสตินได้น้อยลง โครงสร้างผิวจึงอ่อนแรง ทำให้ผิวสูญเสียความยืดหยุ่นและเริ่มหย่อนคล้อยตามแรงโน้มถ่วง
- แสงแดดและรังสี UV
การเผชิญแสงแดดเป็นเวลานานโดยไม่ป้องกัน ทำให้รังสี UV ทำลายเส้นใยคอลลาเจนในผิว ส่งผลให้เกิดริ้วรอยและผิวดูเหี่ยวย่นเร็วกว่าปกติ
- ฮอร์โมนที่เปลี่ยนแปลง
โดยเฉพาะในผู้หญิงช่วงวัยทองหรือวัยหมดประจำเดือน ระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนที่ลดลงส่งผลต่อการสร้างคอลลาเจนและทำให้ผิวไม่กระชับเหมือนเดิม
- พฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวัน
เช่น การนอนดึก สูบบุหรี่ ดื่มแอลกอฮอล์ หรือขาดการออกกำลังกาย ล้วนส่งผลต่อการไหลเวียนโลหิตและการฟื้นฟูผิว ทำให้ผิวอ่อนแอและหย่อนคล้อยได้ง่าย
- พันธุกรรมและการดูแลผิวที่ไม่เหมาะสม
บางคนมีแนวโน้มผิวหย่อนคล้อยเร็วกว่าปกติจากกรรมพันธุ์ หรือดูแลผิวไม่สม่ำเสมอ เช่น ไม่ทาครีมกันแดด หรือใช้ผลิตภัณฑ์ที่ไม่เหมาะสมกับสภาพผิว
เมื่อเข้าใจต้นเหตุแล้ว การเลือกวิธียกกระชับหน้าไม่ต้องผ่าตัดให้ตรงกับปัญหาจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพราะในปัจจุบันมีเทคโนโลยีหัตถการยกกระชับที่ออกแบบมาเพื่อฟื้นฟูผิวในหลากหลายมิติ ช่วยให้ผิวแน่นขึ้น ดูกระชับขึ้น และช่วยลดสัญญาณความหย่อนคล้อยได้อย่างเป็นขั้นตอน

ยกกระชับหน้าไม่ต้องผ่าตัด มีกี่แบบ? แตกต่างกันอย่างไร
ในปัจจุบันมีเทคโนโลยีความงามให้เลือกมากมาย โดยเฉพาะกลุ่มหัตถการยกกระชับซึ่งช่วยฟื้นฟูความยืดหยุ่นของผิวและแก้ผิวหย่อนคล้อยได้อย่างเหมาะสม สามารถแบ่งเป็น 2 แนวทางหลัก ได้แก่การยกกระชับแบบผ่าตัดและยกกระชับหน้าไม่ต้องผ่าตัด ซึ่งแต่ละแบบมีจุดเด่นและความแตกต่างที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจ
- การยกกระชับแบบผ่าตัด (Surgical Facelift)
การผ่าตัดดึงหน้าเป็นวิธีดั้งเดิมที่ใช้ศัลยแพทย์ตกแต่งทำการปรับโครงสร้างผิว กล้ามเนื้อ และไขมันใต้ผิวให้กลับมาตึงกระชับ โดยจะเปิดแผลเล็ก ๆ บริเวณไรผมหรือรอบใบหู เพื่อจัดเรียงชั้นกล้ามเนื้อใหม่และตัดผิวส่วนเกินออก
ข้อดีคือการผ่าตัดนั้นให้ผลลัพธ์ที่เห็นได้ชัดเจนหลังทำและอยู่ได้นานหลายปี เหมาะกับผู้ที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อยระดับมาก อย่างไรก็ตาม วิธีนี้ต้องอาศัยทีมแพทย์ที่มีความสามารถเฉพาะทาง โดยใช้ระยะเวลาพักฟื้นหลายสัปดาห์หลังผ่าตัด
แม้ผลลัพธ์จะคงอยู่ยาวนาน แต่การผ่าตัดยังมีความเสี่ยง เช่น อาการบวม ช้ำ หรือภาวะแทรกซ้อนจากการฟื้นตัวของแผล จึงเหมาะสำหรับผู้ที่มีเวลาพักฟื้นและต้องการปรับโครงสร้างผิวในระยะยาวเท่านั้น
- การยกกระชับหน้าไม่ผ่าตัด (Non-surgical Facelift)
อีกหนึ่งทางเลือกที่ได้รับความนิยมมากในปัจจุบันคือ เทคโนโลยียกกระชับหน้าไม่ต้องผ่าตัด ซึ่งออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ที่ต้องการผลลัพธ์ที่กลมกลืนกับใบหน้า เห็นผลค่อยเป็นค่อยไปและไม่ต้องพักฟื้นหลังทำ เทคนิคนี้ใช้พลังงานจากคลื่นความร้อนหรือคลื่นเสียงความเข้มข้นสูง เช่น Ultherapy PRIME หรือ Thermage FLX
นอกจากนี้ ยังสามารถทำร่วมกับหัตถการอื่น เช่น ฟิลเลอร์ หรือการฉีดกระตุ้นคอลลาเจน เพื่อช่วยแก้ผิวหย่อนคล้อยได้ครบทุกมิติ
ข้อดีของการยกกระชับไม่ผ่าตัดคือไม่ต้องพักฟื้นหลังทำ สามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ เห็นผลค่อยเป็นค่อยไปภายในไม่กี่สัปดาห์ เหมาะสำหรับผู้ที่เริ่มมีปัญหาผิวหย่อนคล้อยระดับเล็กน้อยถึงปานกลาง

เลือกยกกระชับหน้าไม่ต้องผ่าตัด ให้เหมาะกับระดับความหย่อนคล้อยของผิว
ผิวหย่อนคล้อยเกิดขึ้นได้หลายระดับตามชั้นผิวที่เสื่อมลง การเลือกหัตถการยกกระชับจึงต้องอิงจากสาเหตุที่แท้จริง เพื่อให้การแก้ผิวหย่อนคล้อยได้ผลชัดเจนและเหมาะกับสภาพผิวของแต่ละคน
- ผิวหย่อนคล้อยระดับตื้น ฟื้นฟูคอลลาเจนในชั้นหนังแท้
ชั้นหนังแท้มีคอลลาเจนและอีลาสตินเป็นโครงสร้างสำคัญที่ช่วยให้ผิวแน่นและยืดหยุ่น แต่เมื่ออายุเพิ่มขึ้น การสร้างคอลลาเจนและลดลงอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ผิวเริ่มบางลงและเกิดรอยย่นเล็ก ๆ ในระยะเริ่มต้น
แนวทางการดูแลคือการกระตุ้นให้ผิวสร้างคอลลาเจนใหม่ เช่น การทำหัตถการยกกระชับหน้าด้วยพลังงานความร้อน เช่น Thermage FLX, OligioX และ Volnewmer
- ผิวหย่อนคล้อยจากการสูญเสียไขมันใต้ผิว
เมื่ออายุเพิ่มขึ้น ปริมาณไขมันในชั้นใต้ผิวจะค่อย ๆ ลดลง ทำให้ใบหน้าดูแบนหรือยุบตัว โดยเฉพาะบริเวณแก้ม ขมับ และใต้ตา เมื่อไขมันที่เคยช่วยพยุงผิวลดลง ผิวจึงเริ่มหย่อนลงและเกิดร่องลึกตามแรงโน้มถ่วง
แนวทางการแก้ผิวหย่อนคล้อย ในลักษณะนี้คือการเติมเต็มปริมาตรผิวด้วยฟิลเลอร์ (Hyaluronic Acid) เพื่อฟื้นฟูโครงสร้างผิวจากภายใน นอกจากนี้ Volnewmer ยังช่วยกระตุ้นคอลลาเจน เพิ่มวอลลุมให้ผิว ทำให้ใบหน้าดูอิ่มฟูและอ่อนวัยขึ้นอย่างกลมกลืนกับใบหน้าอีกด้วย
- ผิวหย่อนคล้อยจากการเสื่อมของชั้น SMAS
ชั้น SMAS เป็นชั้นกล้ามเนื้อใต้ผิวที่มีบทบาทสำคัญในการยกพยุงใบหน้า เมื่อเนื้อเยื่อบริเวณนี้เสื่อมลง โครงสร้างการยึดโยงของผิวจะอ่อนแรง ทำให้เกิดการหย่อนคล้อยในระดับลึก โดยเฉพาะบริเวณแก้ม กรอบหน้า และลำคอ
วิธีที่ได้ผลคือการทำหัตถการยกกระชับหน้าที่ส่งพลังงานถึงชั้น SMAS เช่น Ultherapy PRIME หรือ Ultra 4D Lift ซึ่งเป็นการยกกระชับหน้าไม่ต้องผ่าตัด ช่วยยกกล้ามเนื้อใบหน้าให้กลับมาตึงขึ้นได้โดยไม่ต้องใช้เวลาพักฟื้น
- ผิวหย่อนคล้อยจากการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างกระดูก
เมื่ออายุมากขึ้น ความหนาแน่นของกระดูกใบหน้าจะค่อย ๆ ลดลง โดยเฉพาะกระดูกแก้ม เบ้าตา และขากรรไกร เมื่อโครงสร้างฐานรากเหล่านี้ยุบตัวลง ผิวหนังและกล้ามเนื้อที่เคยเกาะอยู่จะสูญเสียจุดยึด ทำให้ใบหน้าดูตกและหย่อนคล้อยมากขึ้น
แนวทางการแก้ไข คือการเสริมโครงสร้างที่หายไปด้วยการฉีดฟิลเลอร์ เพื่อช่วยพยุงผิวและยกกระชับปรับรูปหน้าให้กลับมามีมิติ หรืออาจทำร่วมกับหัตถการยกกระชับหน้าที่ช่วยกระตุ้นคอลลาเจน เพื่อให้ผลลัพธ์ยกกระชับอย่างกลมกลืนกับใบหน้าและยาวนาน
การทำความเข้าใจระดับความหย่อนคล้อยของแต่ละชั้นผิว จะช่วยให้แพทย์สามารถเลือกเทคโนโลยีและวิธีการยกกระชับหน้าไม่ต้องผ่าตัดได้อย่างเหมาะสม เพื่อฟื้นฟูผิวให้แน่น ยืดหยุ่น และแลดูอ่อนวัยมากขึ้น

เจาะลึก 6 หัตถการยกกระชับหน้าไม่ต้องผ่าตัดที่เห็นผลชัดเจน
- Ultherapy PRIME ยกกระชับชั้น SMAS แบบแม่นยำ
Ultherapy PRIME เป็นหนึ่งในหัตถการยกกระชับหน้าที่ใช้คลื่นเสียงอัลตราซาวนด์ความเข้มข้นสูง ส่งพลังงานลงลึกถึงชั้น SMAS ซึ่งเป็นชั้นที่ศัลยแพทย์ใช้ในการผ่าตัดดึงหน้า ช่วยแก้ผิวหย่อนคล้อย บริเวณแก้ม กรอบหน้า และลำคอได้อย่างแม่นยำ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการยกกระชับหน้าไม่ต้องผ่าตัด และต้องการผลลัพธ์แบบค่อยเป็นค่อยไป
- Ultra 4D Lift ทางเลือกคุ้มค่า ยิงเร็ว ครอบคลุมทุกจุดบนใบหน้า
Ultra 4D Lift เป็นเทคโนโลยีที่สร้างพลังงานอัลตราซาวนด์แบบหลายมิติ ช่วยยกกระชับได้ทั้งผิวชั้นตื้นและชั้นลึกได้คราวเดียว ช่วยให้ผิวแน่นขึ้นและกรอบหน้าคมชัดขึ้น เหมาะสำหรับผู้ที่เริ่มมีสัญญาณผิวหย่อนคล้อยและต้องการผลลัพธ์ที่กลมกลืนกับใบหน้า
- Thermage FLX ยกกระชับผิวและเก็บรายละเอียดทั่วหน้า
Thermage FLX ใช้คลื่นวิทยุแบบขั้วเดียว (Monopolar RF) ที่ให้พลังงานสม่ำเสมอ ช่วยกระตุ้นคอลลาเจนและทำให้ผิวเรียบแน่นขึ้นอย่างกลมกลืนกับใบหน้า เป็นหนึ่งในหัตถการยกกระชับหน้าที่เหมาะกับผู้ที่มีไขมันบนใบหน้าเล็กน้อยหรือผิวไม่กระชับ สามารถช่วยให้ใบหน้าดูได้สัดส่วนมากขึ้น
- OligioX ยกกระชับรุ่นใหม่ที่ยกระดับการสร้างคอลลาเจน
OligioX เป็นเทคโนโลยียกกระชับหน้าไม่ต้องผ่าตัดรุ่นใหม่ที่พัฒนามาจาก Oligio รุ่นเดิม ทำให้คอลลาเจนเสื่อมสภาพถูกกระตุ้นให้สร้างใหม่ ช่วยเก็บรายละเอียดผิวหน้าให้เรียบเนียน กระชับ และสดใสมากขึ้น เหมาะกับผู้ที่ต้องการปรับคุณภาพผิวควบคู่กับการยกกระชับ
- Volnewmer ยกกระชับต่อเนื่อง ฟื้นฟูผิวลึกถึงชั้นหนังแท้
Volnewmer ทำงานด้วย Gold Continuous Monopolar RF ช่วยกระตุ้นคอลลาเจนทั้งชั้นตื้นและชั้นลึก พร้อมระบบ Hydro Cooling ที่ช่วยถนอมผิว เหมาะสำหรับการแก้ผิวหย่อนคล้อยทั่วใบหน้าแบบครอบคลุม และช่วยให้ผิวดูแน่น อิ่มฟู และสุขภาพดีมากขึ้น
- ฟิลเลอร์ยกกระชับ เติมเต็มใบหน้า ผิวอิ่มฟูและอ่อนวัย
ฟิลเลอร์ยกกระชับ เป็นหัตถการที่ช่วยเพิ่มปริมาตรของใบหน้าในตำแหน่งที่ยุบตัว เช่น โหนกแก้ม ร่องแก้ม คาง หรือขมับ เมื่อเติมในตำแหน่งที่เหมาะสม จะช่วยให้ใบหน้าได้สัดส่วนขึ้น และยังช่วยดันผิวที่หย่อนให้กลับมากระชับขึ้นได้อย่างกลมกลืนกับใบหน้า

ยกกระชับหน้าไม่ต้องผ่าตัด ด้วยวิธีธรรมชาติ ช่วยอะไรได้บ้าง?
หลายคนอยากให้ผิวหน้ากระชับขึ้นโดยไม่ต้องทำหัตถการยกกระชับหน้า ซึ่งวิธีธรรมชาติถือเป็นตัวเลือกที่ไม่เป็นอันตราย ประหยัด และเหมาะสำหรับใช้ดูแลผิวในระยะยาว แม้ผลลัพธ์อาจไม่เทียบเท่าการทำยกกระชับหน้าไม่ต้องผ่าตัด เช่น Ultherapy PRIME หรือ Thermage FLX แต่ก็สามารถช่วยชะลอการเกิดความหย่อนคล้อย และทำให้ผิวดูสุขภาพดีขึ้นได้อย่างแน่นอน โดยวิธีธรรมชาติที่ช่วยให้ผิวหน้าแข็งแรงขึ้น มีดังนี้
- โยคะหน้าเพื่อกระตุ้นกล้ามเนื้อใบหน้า
โยคะหน้าเป็นการออกกำลังกายกล้ามเนื้อใบหน้า ช่วยให้เลือดไหลเวียนดีขึ้น และทำให้ผิวดูยกกระชับได้ในระดับหนึ่ง ตัวอย่างท่าที่นิยม เช่น ท่าพองแก้มสลับซ้าย–ขวา หรือท่ายกกระชับบริเวณแก้มและมุมปาก ช่วยให้กล้ามเนื้อใบหน้าดูแข็งแรงขึ้น หากทำเป็นประจำจะช่วยลดอาการหย่อนคล้อยได้ดี
- นวดกระตุ้นการไหลเวียนโลหิต ช่วยให้ผิวแน่นขึ้น
การนวดใบหน้าเป็นวิธีที่ทำได้ง่ายและช่วยให้ผิวสดใสขึ้น เพราะช่วยกระตุ้นเลือดและน้ำเหลือง ทำให้ผิวดูตึงขึ้นเล็กน้อย สามารถใช้นิ้วนวดตามแนวกล้ามเนื้อ เช่น บริเวณแก้ม ร่องแก้ม และแนวกราม พร้อมดันขึ้นไปด้านบน เพื่อป้องกันการหย่อนคล้อย
- ใช้ครีมยกกระชับเพื่อเสริมความแข็งแรงของผิว
ครีมบำรุงที่มีส่วนผสมเร่งการสร้างคอลลาเจน เช่น Retinol, Vitamin C, Peptides, Hyaluronic Acid สามารถช่วยให้ผิวเรียบเนียน กระชับ และลดริ้วรอยเล็ก ๆ ได้ แต่ต้องใช้ต่อเนื่องอย่างน้อย 2–3 เดือนถึงจะเริ่มเห็นผล อย่างไรก็ตาม ครีมบำรุงช่วยได้เฉพาะผิวชั้นบนเท่านั้น ไม่สามารถแก้ผิวหย่อนคล้อยที่เกิดจากกระดูกหรือชั้นไขมันยุบตัวได้เหมือนหัตถการทางการแพทย์
- กัวซาหน้า เทคนิคแพทย์แผนจีนช่วยปรับการไหลเวียนโลหิต
กัวซา เป็นการใช้แผ่นฟินขูดเบา ๆ บนผิวหน้า เพื่อกระตุ้นการหมุนเวียนโลหิตและลดอาการบวม ทำให้ผิวแลดูใสและเต่งตึงขึ้น อย่างไรก็ตาม หากลงน้ำหนักแรงเกินไปหรือทิศทางไม่ถูกต้อง อาจทำให้ผิวหย่อนคล้อยเร็วขึ้น โดยเฉพาะบริเวณรอบดวงตา จึงเหมาะกับการทำอย่างเบามือ
- ดื่มน้ำให้เพียงพอ เพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิวจากภายใน
น้ำเป็นสิ่งสำคัญต่อความยืดหยุ่นของผิว การดื่มน้ำอย่างเพียงพอช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น ลดความแห้งและทำให้ริ้วรอยดูตื้นลง แม้การดื่มน้ำจะไม่ทำให้ใบหน้ากระชับขึ้นแบบชัดเจน แต่ช่วยให้ผิวแข็งแรงและชะลอการเกิดความหย่อนคล้อยได้ แนะนำดื่มน้ำวันละ 6–8 แก้ว พร้อมเพิ่มอาหารที่มีสารต้านอนุมูลอิสระ เช่น ผลไม้ตระกูลเบอร์รี แครอท หรือผักใบเขียว
- นอนหลับให้เพียงพอ ช่วยฟื้นฟูผิวแบบธรรมชาติ
การพักผ่อนที่เพียงพอ เป็นวิธีดูแลผิวที่สามารถทำได้อย่างง่ายดาย แต่หลายคนละเลย ช่วงเวลาการนอนหลับร่างกายจะผลิต Growth Hormone ซึ่งช่วยซ่อมแซมผิว ลดการอักเสบและฟื้นฟูความยืดหยุ่น ควรนอนวันละ 7–8 ชั่วโมง เพื่อช่วยให้ผิวฟื้นตัวได้เต็มที่ และช่วยเสริมผลลัพธ์จากการทำยกกระชับหน้าไม่ต้องผ่าตัดให้ดียิ่งขึ้นด้วย
สรุปแล้ว วิธีธรรมชาติช่วยให้ผิวแข็งแรงขึ้นได้ แต่ไม่สามารถให้ผลลัพธ์ชัดเจนหรือแก้ปัญหาโครงสร้างผิวได้ลึกเท่าการทำหัตถการยกกระชับหน้า หากคุณมีความหย่อนคล้อยระดับปานกลางถึงมาก อาจต้องพิจารณาเทคโนโลยีทางการแพทย์ร่วมด้วย เพื่อผลลัพธ์ที่เห็นได้ชัดเจนและอยู่ได้นานกว่า
วิธีเลือกยกกระชับหน้าไม่ต้องผ่าตัดให้เหมาะกับแต่ละคน
การเลือกหัตถการยกกระชับหน้า ถือเป็นขั้นตอนสำคัญสำหรับผู้ที่ต้องการฟื้นฟูผิวให้กลับมาตึงกระชับ เพราะผิวของแต่ละคนมีภาวะความหย่อนคล้อยไม่เท่ากัน บางคนมีเพียงริ้วรอยจาง ๆ แต่บางคนมีแก้มตกหรือกรอบหน้าหายไป การเลือกวิธีการที่ถูกต้องจึงต้องพิจารณาหลายปัจจัยประกอบกัน ไม่ว่าจะเป็นสภาพผิว งบประมาณ ไลฟ์สไตล์ รวมถึงเวลาที่ต้องการเห็นผลลัพธ์
เพื่อให้แก้ปัญหาได้อย่างตรงจุด ควรพิจารณาปัจจัยเหล่านี้ก่อนตัดสินใจเข้ารับการรักษา
- ระดับความหย่อนคล้อยของผิว
- ผิวหย่อนคล้อยเล็กน้อย
ลักษณะคือริ้วรอยบาง ๆ หรือผิวที่เริ่มขาดความยืดหยุ่นแต่ยังไม่เห็นการหย่อนของแก้ม เหมาะกับการดูแลเบื้องต้น เช่น โยคะหน้า นวดกระชับ หรือครีมบำรุง อาจเสริมด้วย โบลิฟต์กรอบหน้าในบางบริเวณ เพื่อช่วยให้ผิวดูยกกระชับขึ้น
- ผิวหย่อนคล้อยระดับปานกลาง
เริ่มเห็นความเปลี่ยนแปลงของรูปหน้า เช่น แก้มตก ร่องแก้มลึกขึ้น กรอบหน้าไม่คม เหมาะกับเทคโนโลยียกกระชับหน้าไม่ต้องผ่าตัด เช่น Ultherapy PRIME, Ultra 4D Lift, OligioX, Thermage FLX หรือ Volnewmer สามารถกระตุ้นคอลลาเจนได้ดี ฟื้นฟูผิวลึก และช่วยยกกระชับใบหน้าอย่างเห็นผล กลุ่มนี้ต้องใช้เครื่องมือทางการแพทย์ถึงจะเห็นการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจน
- ผิวหย่อนคล้อยรุนแรง
มีลักษณะผิวหย่อนมาก เหนียงชัด กรอบหน้าหายจนเห็นรูปหน้าคล้อยลงอย่างชัดเจน ควรใช้หัตถการยกกระชับหลายเทคนิคเสริมกัน หรืออาจเลือกการผ่าตัดดึงหน้า หากต้องการผลลัพธ์ที่ชัดเจนและอยู่ได้นานหลายปี
- ปัญหาผิว
- เน้นยกกระชับชั้นลึก กรอบหน้าชัดเจน
เทคโนโลยีกลุ่มนี้ทำงานในชั้น SMAS ซึ่งเป็นชั้นเดียวกับที่ศัลยแพทย์ใช้ในการผ่าตัดดึงหน้า จึงให้ผลลัพธ์ด้านการยกกระชับที่ชัดเจนกว่าการทำงานเพียงผิวชั้นตื้น หัตถการยกกระชับที่แนะนำคือ Ultherapy PRIME, Ultra 4D Lift เหมาะกับผู้ที่มีแก้มหย่อนคล้อย แนวกรอบหน้าเริ่มเบลอ โครงหน้าไม่ชัด ต้องการความยกกระชับแบบเห็นชัดเจนในระดับชั้นลึกโดยไม่ต้องผ่าตัด
- เน้นผิวแน่น เรียบเนียน และลดความหย่อนคล้อยทั่วใบหน้า
เทคโนโลยีกลุ่มนี้ทำงานที่ชั้นหนังแท้ (Dermis) และชั้นไขมัน ช่วยฟื้นฟูความแข็งแรงของผิว เหมาะกับผู้ที่กังวลเรื่องเนื้อผิวไม่แน่น รูขุมขนกว้าง หรือผิวไม่เรียบ หัตถการยกกระชับที่แนะนำคือ Thermage FLX, OligioX เหมาะกับผู้ที่มีผิวบาง ผิวไม่กระชับ รูขุมขนไม่เรียบ ต้องการให้ผิวแน่นและเรียกเนียนมากขึ้น
- เน้นยกกระชับผิว ผิวแลดูอิ่มฟู และคุณภาพดีในครั้งเดียว
เป็นกลุ่มเทคโนโลยีที่ฟื้นฟูหลายชั้นผิวพร้อมกัน ทั้งผิวชั้นตื้นและชั้นไขมัน สามารถยกกระชับและเพิ่มความอิ่มฟูของผิวในเวลาเดียวกัน หัตถการยกกระชับที่แนะนำคือ Volnewmer เหมาะกับผู้ที่ต้องการดูแลผิวแบบครบมิติ ต้องการยกผิวแน่นฟู เหมาะสำหรับวัย 30 ขึ้นไป ต้องการป้องกันการหย่อนคล้อยระยะยาว
- งบประมาณ
- กลุ่มหัตถการยกกระชับที่เน้นผลลัพธ์ยกกระชับแบบคมชัด
เหมาะสำหรับผู้ที่มีงบประมาณสูงและต้องการผลลัพธ์การยกกระชับที่ชัดเจน ช่วยปรับสัดส่วนของใบหน้า และต้องการเทคโนโลยีที่ทำงานได้ลึกถึงชั้นโครงสร้างผิว เช่น Ultherapy PRIME หรือ Thermage FLX
- กลุ่มหัตถการยกกระชับที่คุ้มค่าและให้ผลลัพธ์แบบไม่ต้องใช้งบสูง
ตัวเลือกยอดนิยมสำหรับผู้ที่ต้องการยกกระชับหน้าแบบเห็นผล แต่ยังสามารถเลือกแพ็กเกจที่สบายกระเป๋าได้ เช่น Ultra 4D Lift, Volnewmer และOligioX
- กลุ่มหัตถการยกกระชับที่เริ่มต้นได้ง่าย เลือกเฉพาะจุดตามปัญหา
เหมาะสำหรับผู้ที่อยากดูแลเฉพาะส่วน หรือมีงบประมาณไม่มากก็เริ่มต้นทำได้ เช่น โบลิฟต์กรอบหน้า, ร้อยไหมยกกระชับ และฟิลเลอร์ยกกระชับ
- ระยะเวลาพักฟื้น
- หัตถการที่ใช้ชีวิตได้ตามปกติหลังทำ
หากต้องการความสะดวก ทำเสร็จแล้วกลับไปทำงานหรือใช้ชีวิตประจำวันได้หลังทำ กลุ่มหัตถการยกกระชับอย่าง Ultherapy PRIME, Ultra 4D Lift, Thermage FLX, OligioX และ Volnewmer ถือเป็นตัวเลือกที่ตอบโจทย์ เพราะไม่มีแผล ไม่ต้องพักฟื้น อาจมีเพียงรอยแดงเล็กน้อยซึ่งจะค่อย ๆ จางไปภายในไม่กี่ชั่วโมง โบลิฟต์กรอบหน้าและฟิลเลอร์ยกกระชับ ก็สามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติเช่นกัน แต่อาจมีรอยเข็มเล็ก ๆ หรืออาการบวมเล็กน้อยประมาณ 1–3 วัน ก่อนจะค่อย ๆ ดีขึ้นตามธรรมชาติ
- หัตถการที่ใช้เวลาพักฟื้นเล็กน้อย
สำหรับหัตถการยกกระชับบางประเภทอาจต้องดูแลผิวเพิ่มขึ้นเล็กน้อยในช่วง 1–7 วันแรก แต่ยังสามารถทำกิจกรรมในชีวิตประจำวันได้ตามปกติ เช่น การร้อยไหมยกกระชับ ซึ่งอาจมีอาการบวม ตึง หรือรอยช้ำเล็กน้อยประมาณ 3–7 วัน ก่อนที่ผิวจะค่อย ๆ เข้าสู่ภาวะปกติ
ทั้งนี้ การเลือกหัตถการยกกระชับหน้าไม่ใช่สูตรสำเร็จแบบเดียวใช้ได้กับทุกคน แต่ต้องพิจารณาจากระดับความหย่อนคล้อย โครงสร้างใบหน้า ไลฟ์สไตล์ และงบประมาณของแต่ละบุคคล การปรึกษาแพทย์จะช่วยประเมินปัญหาอย่างละเอียด และเลือกเทคโนโลยีที่เหมาะสม เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่เห็นผลจริงและดูกลมกลืนกับใบหน้าอย่างเหมาะสม
ยกกระชับหน้าไม่ต้องผ่าตัด แบบไหนเห็นผลลัพธ์ที่รวดเร็ว?
- หากต้องการผลลัพธ์ค่อนข้างเร็วในกลุ่มหัตถการยกกระชับหน้าไม่ต้องผ่าตัด ตัวเลือกที่ตอบโจทย์คือร้อยไหมยกกระชับและฟิลเลอร์ยกกระชับหน้า เพราะเห็นการยกกระชับหลังทำอย่างรวดเร็ว และชัดเจนขึ้นใน 1–2 สัปดาห์ ส่วนเทคโนโลยีอย่าง Ultherapy PRIME, Ultra 4D Lift, Thermage FLX, OligioX และ Volnewmer ก็ให้ผลลัพธ์แบบค่อยเป็นค่อยไป สามารถเห็นผลลัพธ์หลังทำบางส่วน และชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ ภายใน 1–3 เดือน
หากมีผิวหย่อนคล้อยเล็กน้อย ควรเลือกยกกระชับหน้าไม่ต้องผ่าตัดแบบไหนดี?
- สำหรับผู้ที่มีผิวหย่อนคล้อยระดับเล็กน้อย การเริ่มต้นด้วยหัตถการยกกระชับหน้าไม่ต้องผ่าตัด เป็นทางเลือกที่เหมาะสมอย่างมาก เพราะให้ผลลัพธ์แบบค่อยเป็นค่อยไปและไม่ต้องพักฟื้น เทคโนโลยีที่ตอบโจทย์ ได้แก่ Ultra 4D Lift ช่วยยกแก้มเล็กน้อยและให้กรอบหน้าดูชัดขึ้น, OligioX ที่ช่วยให้ผิวแน่นขึ้น และ Volnewmer สำหรับผู้ที่ต้องการผิวฟูและยกกระชับในครั้งเดียว เหมาะกับวัย 25–35 ปี นอกจากนี้ การเสริมด้วย โบลิฟต์กรอบหน้า ยังช่วยเพิ่มความชัดของรูปหน้าได้โดยไม่เจ็บตัวมาก
คนผิวบางหรือผิวแพ้ง่าย สามารถทำยกกระชับหน้าไม่ต้องผ่าตัดได้ไหม?
- ผู้ที่มีผิวบางหรือผิวแพ้ง่ายก็สามารถทำหัตถการยกกระชับหน้าไม่ต้องผ่าตัดได้ เพียงเลือกเทคโนโลยีที่อ่อนโยนต่อผิว เช่น OligioX หรือ Volnewmer ที่พลังงานลงลึกแบบไม่รบกวนผิวชั้นบน ทั้งนี้ควรปรึกษาแพทย์ก่อนทำเพื่อประเมินผิวและตั้งค่าพลังงานให้เหมาะสม เพื่อผลลัพธ์ที่ดูกลมกลืนกับใบหน้า
การเลือกหัตถการยกกระชับหน้าไม่ต้องผ่าตัดที่เหมาะสม ไม่ใช่เรื่องของความแรงของเครื่องมือเพียงอย่างเดียว แต่คือการทำความเข้าใจต้นเหตุของความหย่อนคล้อยในแต่ละบุคคล ไม่ว่าจะเป็นชั้นผิวที่เริ่มอ่อนแรง ปริมาณไขมันที่ลดลง หรือโครงสร้างผิวที่เปลี่ยนไป รวมถึงไลฟ์สไตล์ งบประมาณ และระยะเวลาที่สะดวกในการดูแลตัวเองหลังทำ เมื่อพิจารณาครบทุกด้าน ก็จะสามารถเลือกเทคโนโลยีที่ตอบโจทย์ได้อย่างแม่นยำมากขึ้น
เทคโนโลยีอย่าง Ultherapy PRIME, Ultra 4D Lift, Thermage FLX, OligioX และ Volnewmer ล้วนเป็นตัวเลือกที่สามารถช่วยฟื้นฟูผิวให้แน่นขึ้น ยกกระชับขึ้น และดูอ่อนวัยขึ้นได้ โดยไม่ต้องผ่าตัด ขณะเดียวกันหัตถการเฉพาะจุด เช่น โบลิฟต์กรอบหน้า ร้อยไหมยกกระชับ หรือฟิลเลอร์ยกกระชับ ก็สามารถเสริมประสิทธิภาพให้ผลลัพธ์เด่นชัดและกลมกลืนกับใบหน้าได้เป็นอย่างดี
ท้ายที่สุดแล้ว การเข้ารับการประเมินจากแพทย์ถือเป็นขั้นตอนสำคัญ เพราะช่วยวิเคราะห์โครงสร้างผิว ระดับความหย่อนคล้อย และแนะนำเทคโนโลยีที่เหมาะสมกับสภาพผิวของแต่ละบุคคลได้อย่างแม่นยำ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่กลมกลืนกับใบหน้าและคงสภาพได้ตามช่วงเวลาที่เหมาะสม

