เมื่อโครงสร้างผิวเริ่มเปลี่ยนไปตามวัย หลายคนสังเกตว่าผิวหน้าไม่กระชับเหมือนเดิม กรอบหน้าดูไม่ชัด หรือมีริ้วรอยบางจุดที่เด่นขึ้น ซึ่งเกิดจากการเสื่อมของคอลลาเจน และการเปลี่ยนแปลงของชั้นไขมันใต้ผิว ทำให้หลายคนมองหาเทคโนโลยียกกระชับผิวที่ช่วยฟื้นฟูผิวได้หลายมิติ ทั้งผิวชั้นตื้นและชั้นลึกในกระบวนการเดียว
หนึ่งในเทคโนโลยีที่ได้รับความสนใจอย่างต่อเนื่อง คือ คลื่นวิทยุ หรือ Radiofrequency (RF) ซึ่งถูกพัฒนามาจนเกิดเป็น Oligio รุ่นแรกที่หลายคนคุ้นเคย และล่าสุดได้ถูกพัฒนา และต่อยอดให้มีประสิทธิภาพลงลึกกว่าเดิม จนกลายมาเป็น OligioX โดยเน้นการยกระดับการทำงานของพลังงานให้เข้าถึงชั้นผิวที่ลึกขึ้น พร้อมการกระจายพลังงานที่สม่ำเสมอ ช่วยจัดการปัญหาความหย่อนคล้อย และโครงหน้าไม่คมชัดได้ครอบคลุมขึ้น
บทความนี้จะพาคุณทำความรู้จัก OligioX อย่างละเอียด ตั้งแต่กลไกการทำงาน จุดพัฒนาใหม่จาก Oligio หลักการของเทคโนโลยียกกระชับผิว, ผลลัพธ์ที่สามารถคาดหวัง รวมถึงสิ่งที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจ เพื่อช่วยให้คุณเลือกวิธีดูแลผิวที่ตอบโจทย์ความต้องการของตัวเอง

OligioX คืออะไร
OligioX ถือเป็นรุ่นพัฒนาล่าสุดของเทคโนโลยีคลื่นวิทยุแบบ Monopolar RF ที่ต่อยอดจากเครื่อง Oligio เดิม โดยถูกออกแบบให้มีประสิทธิภาพด้านการส่งพลังงานที่เข้มข้นและลงลึกมากขึ้น โดดเด่นด้วยระบบ GXG Treatment ซึ่งเป็นเทคโนโลยีเฉพาะของ OligioX ที่ช่วยให้พลังงานถูกส่งผ่านลงสู่ชั้นผิวได้ลึกถึงระดับชั้นกล้ามเนื้อบางส่วน ช่วยยกระดับการทำงานของเทคโนโลยียกกระชับผิว ให้ตอบโจทย์โครงสร้างผิวที่ต้องการการดูแลเชิงลึกมากขึ้น
OligioX ยังผสานระบบทำงานแบบ Intensive Cooling System ที่ปล่อยความเย็นขณะปล่อยคลื่นความร้อน ส่งผลให้ผิวชั้นบนรู้สึกสบายมากขึ้นระหว่างทำ และลดโอกาสเกิดอาการระคายเคือง แม้ใช้พลังงานระดับสูงในการยกกระชับก็ตาม เมื่อพลังงานถูกส่งเข้าสู่ชั้นผิว กระบวนการกระตุ้นไฟโบรบลาสต์ และการสร้างคอลลาเจนใหม่ (Neocollagenesis) จะเริ่มทำงานอย่างต่อเนื่อง ทำให้ผิวค่อย ๆ แข็งแรงขึ้นจากภายใน
ผลลัพธ์ที่สามารถสังเกตได้หลังทำคือ ผิวดูอิ่มฟู แน่นกระชับขึ้น รูขุมขนแลดูลดลง ริ้วรอยตื้น ๆ ดูจางลง รวมถึงร่องแก้ม และร่องข้างแก้มมีลักษณะผ่อนคลายขึ้น นอกจากนี้ การทำงานในชั้นลึกของ OligioX ยังมีส่วนช่วยปรับความเรียบของผิวทำให้ผิวโดยรวมดูเรียบเนียนและอ่อนวัยมากขึ้น

GXG Treatment Dual Mode เอกสิทธิ์เฉพาะ OligioX
ระบบ GXG Treatment Dual Mode ที่ถูกพัฒนาให้เป็นหัวใจสำคัญของ OligioX นับเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของวงการเทคโนโลยียกกระชับผิว ด้วยคลื่น Monopolar RF รุ่นใหม่ ความโดดเด่นอยู่ที่การออกแบบหัวทิป ให้สามารถปล่อยพลังงานได้สองรูปในหัวทิปเดียว และปรับสลับโหมดแบบต่อเนื่องขณะทำทรีตเมนต์ ช่วยให้พลังงานกระจายตัวได้สม่ำเสมอ และครอบคลุมโครงสร้างผิวหลายชั้นมากขึ้น ซึ่งเป็นการต่อยอดประสิทธิภาพการทำงานจากเครื่อง Oligio รุ่นก่อนหน้าให้ตอบโจทย์ในระดับลึกกว่าเดิม
ในแต่ละรอบการปล่อยพลังงาน โหมด G Mode จะทำหน้าที่ส่งความร้อนลงสู่ผิวชั้นตื้นในบริเวณกว้าง ช่วยเสริมความเรียบเนียน และฟื้นฟูพื้นผิวด้านบน ขณะที่ X Mode จะเน้นพลังงานลงสู่ผิวชั้นลึก ครอบคลุมทั้งชั้นหนังแท้ และชั้นเนื้อเยื่อไขมัน เพื่อช่วยให้โครงสร้างผิวในระดับลึก เกิดการหดกระชับอย่างกลมกลืนกับใบหน้า
ระหว่างการทำงานของ OligioX ทั้งสองโหมดจะสลับกันแบบอัตโนมัติ ทำให้พลังงานความร้อนเข้าถึงทุกระดับผิวตั้งแต่ผิวตื้นจนถึงชั้นลึก กระตุ้นกระบวนการสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินได้เต็มที่ พร้อมเสริมการกระชับตัวของชั้นไขมันบางส่วน ส่งผลให้ผิวแน่นขึ้นและมีมิติที่ชัดเจนขึ้นตามธรรมชาติ อีกทั้งกระบวนการฟื้นฟูจากภายในนี้ยังช่วยให้ผลลัพธ์อยู่ได้นานหลายเดือน โดยทั่วไปประมาณ 8–12 เดือน ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและการดูแลของแต่ละบุคคล

ขั้นตอนการทำงานของเทคโนโลยี GXG
โปรแกรม OligioX จะใช้ระบบปล่อยพลังงาน RF ผ่านเทคนิค GXG Dual-Mode Technology ที่ออกแบบให้ลงลึกได้หลายระดับอย่างต่อเนื่อง การแบ่งขั้นตอนเป็น 3 ช่วงช่วยให้การฟื้นฟูผิวมีความแม่นยำ และส่งผลต่อโครงสร้างผิวในทุกชั้นได้อย่างมีจังหวะและสมดุล
โครงสร้างของ GXG ประกอบด้วยขั้นตอนดังนี้
- Pre-heating (G Mode) เตรียมผิวให้พร้อมก่อนยกกระชับ
เริ่มต้นด้วย G Mode ซึ่งจะปล่อยพลังงานเบา ๆ ลงบนผิวชั้นบน ช่วยกระตุ้นการหมุนเวียนเลือดและทำให้ผิวค่อย ๆ อุ่นขึ้น เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับพลังงานลึกในขั้นตอนถัดไป ในช่วงนี้มักใช้เทคนิค Gliding Motion ซึ่งเป็นการเคลื่อนหัวทิปแบบต่อเนื่อง ทำให้พลังงานกระจายตัวได้ดีและลดความรู้สึกตึงร้อนของผิว
ขั้นตอนนี้เป็นเหมือนการเปิดทางให้คลื่น RF จาก OligioX ลงสู่ชั้นผิวลึกได้อย่างสม่ำเสมอ และมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
- Core-heating (X Mode) กระตุ้นคอลลาเจนในชั้นลึก
ต่อมาจะเข้าสู่ช่วงทำงานของ X Mode ซึ่งปล่อยพลังงานลึกลงไปยังชั้น Dermis และชั้นไขมัน (Subcutaneous Layer) โดยใช้เทคนิค Stamping Technique หรือการกดปล่อยพลังงานเป็นจุด ๆ เพื่อให้ความร้อนในระดับลึกเกิดขึ้นเฉพาะเจาะจง
พลังงานที่ส่งลงในชั้นลึกนี้จะช่วยให้เส้นใยคอลลาเจนเดิมเกิดการหดตัว พร้อมกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่อย่างเป็นระบบ ซึ่งถือเป็นกลไกหลักของ เทคโนโลยียกกระชับผิว แบบ RF เมื่อใช้งานร่วมกับระบบของ OligioX
ผลลัพธ์คือผิวมีความแน่นขึ้น เนื้อผิวกระชับมากขึ้น และกรอบหน้าดูชัดเจนขึ้นแบบกลมกลืนกับลักษณะใบหน้าเดิม
- Long-lasting (G Mode) ล็อกพลังงานเพื่อผลลัพธ์ที่ยาวนาน
ปิดท้ายด้วยการกลับมาใช้ G Mode อีกครั้ง เพื่อช่วยรักษาอุณหภูมิความร้อนในชั้นผิวให้อยู่ในระดับที่พอเหมาะ เทคนิค Gliding Motion จะถูกนำมาใช้ในช่วงนี้เพื่อช่วยกระจายความร้อนที่คงค้างในผิวให้ทั่วทั้งบริเวณ
ความร้อนในระดับที่ควบคุมได้นี้ ช่วยให้ชั้นผิวเกิดการกระชับตัวต่อเนื่องหลังทำ เสริมให้คอลลาเจนที่ถูกกระตุ้นในช่วง Core-heating ทำงานได้เต็มที่ จึงช่วยยืดอายุผลลัพธ์ของการยกกระชับให้ยาวนานกว่าเดิม
ระบบการทำงานแบบ G → X → G ของ OligioX ช่วยลดแรงต้านของผิว ทำให้แพทย์สามารถตั้งค่าพลังงานได้เหมาะสมกับผิวแต่ละบุคคล พร้อมทำให้ผู้รับบริการรู้สึกสบายตลอดการทรีตเมนต์

จุดเด่นสำคัญของ OligioX เทคโนโลยียกกระชับผิวในระดับลึก
พลังงาน 400W เพื่อการยกกระชับเชิงลึก
หัวใจสำคัญของการทำงานใน OligioX คือระบบปล่อยพลังงานระดับสูง 400W ซึ่งเป็นการอัปเกรดจากแนวคิดของ Oligio รุ่นเดิม ให้สามารถส่งผ่านพลังงาน RF ได้ทรงพลังและสม่ำเสมอยิ่งขึ้น พลังงานความร้อนถูกกระจายลงสู่ชั้นหนังแท้ และไขมันใต้ผิวอย่างต่อเนื่อง ทำให้เนื้อเยื่อเกิดการหดกระชับทันทีระหว่างทำ พร้อมกระตุ้นกระบวนการฟื้นฟูในชั้นผิวลึก ส่งผลให้ใบหน้าดูได้รูปขึ้นและผิวแน่นขึ้นอย่างกลมกลืนกับใบหน้า ซึ่งเป็นการยกระดับประสิทธิภาพของเทคโนโลยียกกระชับผิวให้ครอบคลุมมากกว่าเดิม
โหมดคู่ G-X ควบคุมความลึกอย่างแม่นยำ
หนึ่งในจุดเด่นที่ทำให้ OligioX แตกต่างจากเทคโนโลยี RF แบบทั่วไป คือความสามารถในการเลือกปล่อยพลังงานสองรูปแบบตามระดับความลึกของผิว
- X Mode (Deep Layer Heating)
โหมดนี้ออกแบบมาเพื่อทำงานกับชั้นผิวลึก โดยส่งพลังงานลงถึงระดับหนังแท้และไขมันใต้ผิว เหมาะสำหรับการยกกระชับโครงหน้า และเสริมความคมชัดของกรอบหน้า ความร้อนที่เกิดขึ้นสามารถคงอยู่ในชั้นผิวได้ยาวนาน จึงช่วยให้กระบวนการกระชับตัวของผิวเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องหลังการรักษา
- G Mode (Upper Layer Heating)
โหมดนี้มุ่งเน้นการดูแลผิวชั้นตื้นด้วยพลังงานที่อ่อนกว่า X Mode เพื่อให้ความร้อนกระจายตัวทั่วถึง และช่วยปรับพื้นผิวให้เรียบเนียนมากขึ้น การทำงานของโหมดนี้ ช่วยล็อกความร้อนจากชั้นลึกให้คงอยู่ได้นานขึ้น ทำให้ผลลัพธ์โดยรวมของการยกกระชับยาวนานกว่าแบบการรักษาโดยใช้เพียงโหมดเดียว
เมื่อสลับการทำงานระหว่าง G และ X Mode อย่างต่อเนื่อง OligioX จึงสามารถดูแลผิวได้อย่างครบทุกระดับ ทั้งชั้นผิวลึกและชั้นผิวตื้นในทรีตเมนต์เดียว
Real-time Feedback เพื่อการส่งพลังงานอย่างเหมาะสม
เพื่อให้การใช้พลังงานใน OligioX มีความแม่นยำ ระบบตรวจสอบค่าความต้านทานผิวแบบ Real-time จะทำงานทุกครั้งที่มีการปล่อยพลังงานลงผิว ช่วยให้ผู้ให้บริการทราบว่าพลังงานถูกส่งออกในระดับที่เหมาะสมหรือไม่ เป็นการช่วยควบคุมประสิทธิภาพของทรีตเมนต์ให้มีความสม่ำเสมอทั้งใบหน้า และสนับสนุนให้การใช้เทคโนโลยียกกระชับผิวมีความพอดีกับโครงสร้างผิวของแต่ละบุคคลมากยิ่งขึ้น
การปล่อยพลังงานแบบ GXG เพื่อฟื้นฟูผิวลึก
OligioX ใช้หลักการทำงานแบบสามช่วง ซึ่งเรียกว่า GXG Protocol เพื่อให้พลังงานความร้อนลงไปสู่ชั้นผิวลึกได้ต่อเนื่อง และมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
- Pre heating (G Mode)
อุ่นผิวเบื้องต้นเพื่อเตรียมชั้นผิวให้พร้อมต่อการรับพลังงานระดับลึก
- Core heating (X Mode)
ส่งพลังงานลงในระดับที่ลึกที่สุด เพื่อกระตุ้นโครงสร้างคอลลาเจน และเนื้อเยื่อในชั้นหนังแท้และชั้นไขมัน
- Long lasting (G Mode)
เสริมความร้อนบริเวณผิวชั้นตื้น เพื่อช่วยให้ความร้อนจากชั้นลึกคงอยู่ได้นาน ช่วยให้ผิวฟื้นตัวอย่างต่อเนื่องก่อนเข้าสู่กระบวนการซ่อมแซมตามธรรมชาติ
การทำงานสามขั้นตอนนี้ ช่วยให้ผลการยกกระชับกรอบหน้ามีความยาวนาน และเสถียรมากขึ้น พร้อมปรับความละเอียดของพื้นผิวให้ดีขึ้นหลังทำ
ระบบความเย็น 4 จังหวะเพิ่มความสบายขณะทำ
โปรแกรม OligioX ผสานระบบทำความเย็นหลายระดับ เพื่อช่วยให้การปล่อยพลังงาน RF มีความต่อเนื่อง โดยไม่ทำให้ผิวชั้นบนรู้สึกระคายเคือง
- Button Cooling – เริ่มปล่อยความเย็นทันทีเมื่อหัวทิปสัมผัสผิว
- Pre Cooling – ลดอุณหภูมิก่อนปล่อยพลังงาน RF เพื่อป้องกันการสะสมความร้อน
- Parallel Cooling – ปล่อยความเย็นไปพร้อมกับคลื่น RF เพื่อให้สามารถใช้พลังงานสูงได้ โดยยังคงรู้สึกสบาย
- Post Cooling – ช่วยผ่อนคลายผิวหลังทำ ลดโอกาสเกิดรอยแดงหรืออาการอุ่นผิว
ระบบนี้ช่วยให้การรักษาด้วย OligioX ทำได้อย่างราบรื่น และรองรับระดับพลังงานที่เหมาะกับเป้าหมายการยกกระชับของแต่ละบุคคลได้ดีขึ้น
ระบบให้ความร้อนในชั้นผิวลึกเพื่อผลลัพธ์ต่อเนื่อง (Deeper Layer & Long-lasting Heat)
พลังงานจาก OligioX สามารถลงสู่ผิวในระดับลึกและยังคงอุณหภูมิไว้ได้ระยะเวลาหนึ่ง ช่วยให้โครงสร้างคอลลาเจนเดิมเกิดการหดตัวในขณะทำ และกระตุ้นการสร้างเส้นใยใหม่หลังทำอย่างกลมกลืนกับใบหน้า ผิวจึงค่อย ๆ แน่น และเรียบขึ้นเมื่อเวลาผ่านไป อีกทั้งการทำงานร่วมกันของระบบความร้อน และระบบความเย็นยังช่วยให้การใช้พลังงานมีความเสถียร ทำให้ผลการยกกระชับอยู่ได้นานขึ้นอย่างเป็นลำดับ
ด้วยคุณสมบัติเหล่านี้ OligioX จึงได้รับการยอมรับว่าเป็นหนึ่งในตัวเลือกน่าสนใจ สำหรับผู้ที่มองหาเทคโนโลยียกกระชับผิวที่ช่วยฟื้นฟูผิวลึกถึงโครงสร้างภายใน ให้ความรู้สึกกลมกลืนกับใบหน้าโดยไม่จำเป็นต้องพักฟื้นหลังทำ

ความแตกต่างระหว่าง OligioX กับ Oligio รุ่นเดิม
OligioX ถือเป็นโปรแกรมรุ่นล่าสุด ที่ได้รับการต่อยอดจาก Oligio ซึ่งเป็นหนึ่งในเทคโนโลยีด้านการกระชับผิวที่ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง โดยมีการปรับปรุงระบบพลังงาน และการทำงานของหัวทิปให้มีความเสถียรมากขึ้น เพื่อให้การส่งพลังงานเป็นไปอย่างราบรื่น ให้ผลลัพธ์ชัดเจนขึ้น พร้อมทั้งออกแบบประสบการณ์การรักษาให้รู้สึกสบายกว่าเดิม ทั้งยังยืดระยะเวลาของผลลัพธ์ให้คงอยู่ได้นานขึ้น จึงตอบโจทย์ผู้ที่ต้องการดูแลผิวด้วย เทคโนโลยียกกระชับผิว ที่ทำงานเชิงลึกและครอบคลุมหลายระดับผิวมากกว่าเดิม
แนวคิดที่ถูกพัฒนาให้เป็นเอกลักษณ์ของ OligioX คือคอนเซปต์ “เย็น – ยก – ยุบ – นาน” ซึ่งสะท้อนจุดเด่นของโปรแกรมในแต่ละขั้นตอนอย่างครบถ้วน
เย็น – ระบบทำความเย็นที่ช่วยเพิ่มความสบายผิวในระหว่างทำ
- ระบบ Intensive Cooling ที่ถูกติดตั้งใน OligioX ทำงานแบบเรียลไทม์ตลอดการรักษา ช่วยควบคุมอุณหภูมิของผิวชั้นบนให้รู้สึกสบายขึ้นในทุกครั้งที่พลังงานถูกปล่อยลงสู่ผิว โครงสร้างผิวจึงได้รับพลังงานได้อย่างต่อเนื่อง ลดโอกาสเกิดความร้อนสะสมเมื่อเทียบกับเครื่องรุ่นก่อนหน้าอย่าง Oligio
ยก – พลังงาน GXG Dual Mode สม่ำเสมอและเข้าถึงได้หลายระดับผิว
- OligioX พัฒนาระบบการปล่อยพลังงานให้มีความแม่นยำมากกว่าเดิม ผ่าน GXG Dual Mode ซึ่งสามารถทำงานเป็นขั้นตอนต่อเนื่อง ส่งพลังงานทั้งในชั้นตื้นและชั้นลึกได้ในหัวทิปเดียว การกระจายพลังงานลักษณะนี้ ช่วยให้เส้นใยคอลลาเจนและอีลาสตินเกิดการฟื้นตัวได้เต็มที่ ผิวจึงดูกระชับและมีแรงยกมากกว่าการทำด้วย Oligio รุ่นก่อน
ยุบ – การยกกระชับปรับรูปหน้าและลดปริมาณไขมันใต้ผิวในเวลาเดียวกัน
- OligioX มาพร้อมเทคโนโลยี GXG Treatment Dual Mode ที่ใช้การปล่อยพลังงานสลับระหว่างโหมด G และโหมด X ช่วยให้พลังงานเข้าถึงได้ทั้งผิวชั้นตื้นและผิวชั้นลึก รวมถึงชั้นไขมัน ส่งผลให้โครงสร้างผิวถูกกระตุ้นในหลายระดับ ทำให้ผลลัพธ์ด้านความกระชับ และความละเอียดผิวคงอยู่ยาวนานกว่าการใช้พลังงานรูปแบบเดียว
นาน – ผลลัพธ์ที่คงอยู่ได้นานหลายเดือน
- ด้วยพลังงานและรูปแบบการยิงที่เหมาะสมกับโครงสร้างผิวของแต่ละบุคคล การทำ OligioX สามารถให้ผลลัพธ์ด้านความกระชับที่อยู่ได้นานประมาณ 8–12 เดือน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาพผิว การใช้ชีวิต และการดูแลหลังทำในแต่ละบุคคล
OligioX ช่วยแก้ปัญหาผิวแบบไหนบ้าง?
OligioX ช่วยยกกระชับผิว
นอกจากการยกกระชับแล้ว OligioX ยังเป็นเทคโนโลยีที่ออกแบบมาเพื่อฟื้นฟูสภาพผิวจากภายใน โดยกระตุ้นกลไกการสร้างคอลลาเจนตามธรรมชาติ
- ส่งเสริมการสร้างคอลลาเจนใหม่อย่างต่อเนื่องหลังทำ
- ช่วยให้เส้นใยคอลลาเจนมีการจัดระเบียบดีขึ้น ทำให้โครงสร้างผิวแข็งแรงขึ้น
- ผิวที่ผ่านกระบวนการฟื้นฟูจะดูละเอียดขึ้น รูขุมขนกระชับ และพื้นผิวโดยรวมดูเรียบเนียนมากขึ้น
เมื่อใช้ควบคู่กับการดูแลผิวอย่างเหมาะสม ผลการฟื้นฟูจาก OligioX จะค่อย ๆ ชัดเจนขึ้นตามระยะเวลา
OligioX ช่วยฟื้นฟูผิว
นอกจากการยกกระชับแล้ว OligioX ยังเป็นเทคโนโลยีที่ออกแบบมาเพื่อฟื้นฟูสภาพผิวจากภายใน โดยกระตุ้นกลไกการสร้างคอลลาเจนตามธรรมชาติ
- ส่งเสริมการสร้างคอลลาเจนใหม่อย่างต่อเนื่องหลังทำ
- ช่วยให้เส้นใยคอลลาเจนมีการจัดระเบียบดีขึ้น ทำให้โครงสร้างผิวแข็งแรงขึ้น
- ผิวที่ผ่านกระบวนการฟื้นฟูจะดูละเอียดขึ้น รูขุมขนกระชับ และพื้นผิวโดยรวมดูเรียบเนียนมากขึ้น
เมื่อใช้ควบคู่กับการดูแลผิวอย่างเหมาะสม ผลการฟื้นฟูจาก OligioX จะค่อย ๆ ชัดเจนขึ้นตามระยะเวลา
OligioX ช่วยลดริ้วรอย
การปล่อยพลังงานในระดับที่ออกแบบมาสำหรับผิวแต่ละชั้น ทำให้ OligioX ช่วยลดเลือนริ้วรอยได้อย่างกลมกลืนกับใบหน้า
- ช่วยลดริ้วรอยเส้นเล็ก ที่เกิดจากผิวขาดความยืดหยุ่น
- ฟื้นฟูสภาพผิวรอบดวงตาให้ดูสดใสขึ้น ริ้วรอยบริเวณนี้จึงดูผ่อนคลายลง
- ร่องแก้มที่ลึกจากความเสื่อมของคอลลาเจน จะค่อย ๆ ดูตื้นขึ้นเมื่อผิวกระชับจากภายใน
ด้วยการประสานพลังงานที่มีความเสถียร OligioX จึงช่วยลดริ้วรอยได้หลายบริเวณโดยไม่รบกวนการใช้ชีวิตประจำวัน
เปรียบเทียบ OligioX กับเครื่องยกกระชับประเภทอื่น
เทคโนโลยียกกระชับผิวมีหลากหลายรูปแบบ ทั้งกลุ่มคลื่นวิทยุ RF และกลุ่มอัลตราซาวนด์ ซึ่งให้ผลลัพธ์ในระดับความลึกที่ต่างกัน โปรแกรม OligioX ถูกพัฒนามาจาก Oligio โดยออกแบบให้การทำงานครอบคลุมหลายชั้นผิวมากขึ้น จึงเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการดูแลความหย่อนคล้อย และยกกระชับปรับกรอบหน้าอย่างกลมกลืนกับใบหน้า โดยแต่ละเทคโนโลยีมีความแตกต่างกัน ดังนี้
- ความแตกต่างระหว่าง OligioX vs Oligio
แม้ OligioX และ Oligio จะใช้พลังงาน Monopolar RF เป็นพื้นฐานเดียวกัน แต่การทำงานของ OligioX ถูกออกแบบให้มีความสามารถลงลึกได้มากกว่า ด้วยระบบ Dual Mode และ GXG Treatment ที่สลับโหมดการทำงานระหว่างผิวตื้น และผิวลึกอย่างต่อเนื่อง ทำให้การกระจายความร้อนมีความเสถียรขึ้น อีกทั้งยังช่วยให้เข้าถึงชั้นไขมันในบางบริเวณได้ดีกว่า นอกจากนี้ ยังมีระบบ Cooling ที่ปรับปรุงใหม่เพื่อให้รู้สึกสบายระหว่างทำมากขึ้น ส่งผลให้ OligioX ตอบโจทย์ทั้งการยกกระชับ และการปรับมิติกรอบหน้าได้อย่างเป็นกลมกลืนกับใบหน้ายิ่งขึ้น
- ความแตกต่างระหว่าง OligioX vs Thermage FLX
Thermage FLX ใช้เทคโนโลยี Monopolar RF เช่นเดียวกับ OligioX แต่ลักษณะการทำงานของทั้งสองต่างกันในหลายแง่มุม Thermage FLX มุ่งเน้นการส่งพลังงานลงลึกสู่ชั้น Dermis เป็นหลัก ส่วน OligioX ผสานโหมด G และ X เพื่อดูแลทั้งผิวชั้นตื้นและชั้นลึกในครั้งเดียว ช่วยให้ผิวเกิดกระบวนการฟื้นฟูหลายชั้นพร้อมกัน อีกทั้งระบบความเย็นของ OligioX ยังช่วยคงความสบายผิวระหว่างทำ และเอื้อต่อการใช้พลังงานระดับสูงได้อย่างมีประสิทธิภาพ สำหรับผลลัพธ์ด้านการยกกระชับปรับรูปหน้า OligioX ทำงานในระดับเนื้อเยื่อไขมันบางส่วน จึงช่วยเพิ่มความคมชัดของกรอบหน้าได้ในบางเคส
- ความแตกต่างระหว่าง OligioX vs Ultherapy PRIME
Ultherapy PRIME เป็นเทคโนโลยีที่ใช้พลังงานอัลตราซาวนด์แบบโฟกัสลงลึกสู่ชั้น SMAS ซึ่งแตกต่างจากรูปแบบการกระจายพลังงานของ RF ที่ใช้ใน OligioX พลังงานของ Ultherapy PRIME จะลงลึกเป็นจุด ๆ และเน้นการยกผิวชั้นลึกที่เกี่ยวข้องกับโครงสร้างใบหน้า ในขณะที่ OligioX จะเน้นการฟื้นฟูผิวทั้งชั้นตื้นและชั้นลึกควบคู่กัน กระตุ้นคอลลาเจนหลายระดับต่อเนื่อง จึงทำให้ผิวเกิดความละเอียดและแน่นขึ้นพร้อมกันทั้งพื้นที่ ความรู้สึกระหว่างทำก็แตกต่างกัน โดย OligioX ใช้ระบบความเย็นช่วยให้รู้สึกสบายบนผิวชั้นบน ในขณะที่ Ultherapy PRIME อาจรู้สึกถึงพลังงานลงลึกในบางตำแหน่งมากกว่า
ทำ OligioX แล้วเจ็บไหม? จำเป็นต้องทายาชาก่อนไหม?
- ส่วนใหญ่การทำ OligioX ให้ความรู้สึกอุ่นลึกมากกว่า เนื่องจากมีระบบ Cooling ทำงานควบคู่กัน ทำให้รู้สึกสบายผิวขึ้นระหว่างทำ โดยทั่วไปจึงไม่จำเป็นต้องทายาชา แต่ในบางรายที่ผิวมีความไวต่อความร้อน แพทย์อาจพิจารณาให้ยาชาตามความเหมาะสม
OligioX ใช้เวลาทำกี่นาที?
- การทำ OligioX ใช้เวลาประมาณ 30–60 นาที ขึ้นอยู่กับบริเวณที่ทำ และจำนวนของไลน์พลังงานที่วางแผนไว้ในแต่ละเคส
หลังทำ OligioX เห็นผลหลังทำเลยไหม?
- หลังทำ OligioX สามารถรู้สึกถึงความกระชับเบื้องต้นได้บางส่วน จากการหดตัวของเส้นใยคอลลาเจน แต่ผลลัพธ์ที่ค่อย ๆ ชัดเจนขึ้นจะเกิดจากกระบวนการฟื้นฟูของผิวในช่วง 1–3 เดือน หลังการทำ ซึ่งเป็นจุดเด่นของเทคโนโลยียกกระชับผิวประเภท RF
ต้องทำ OligioX กี่ครั้งถึงจะเห็นผลที่ชัดเจน?
- ส่วนใหญ่การทำเพียง 1 ครั้งก็จะเริ่มเห็นพัฒนาการของผิวตามช่วงเวลา และหากต้องการดูแลอย่างต่อเนื่อง สามารถทำปีละ 1–2 ครั้งเพื่อคงความกระชับของผิวให้ยาวนานยิ่งขึ้น
OligioX เหมาะกับคนอายุเท่าไหร่?
- OligioX เหมาะกับผู้ที่เริ่มมีความหย่อนคล้อย ตั้งแต่อายุประมาณ 25 ปีขึ้นไป หรือผู้ที่สังเกตว่าผิวไม่กระชับเหมือนเดิม ไม่ว่าจะเป็นช่วงแก้ม เหนียง หรือกรอบหน้า รวมถึงผู้ที่เคยทำ Oligio รุ่นเดิม และต้องการผลลัพธ์ที่ลงลึกกว่าเดิม
OligioX คุ้มค่ากับการทำไหม? เหมาะกับปัญหาแบบไหน?
- OligioX ถือเป็นตัวเลือกที่เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการยกกระชับผิวโดยไม่ต้องผ่าตัด โดยเฉพาะผู้ที่มีปัญหาใบหน้าหย่อนคล้อย กรอบหน้าไม่ชัด ไขมันเล็กน้อยบริเวณใต้คาง หรือริ้วรอยจากคอลลาเจนที่ลดลง เมื่อเทียบกับเทคโนโลยีรุ่นเดิมของ Oligio ความสามารถในการลงลึกที่มากขึ้น และระบบควบคุมพลังงานทำให้ OligioX คุ้มค่าสำหรับผู้ที่ต้องการผลลัพธ์ที่กลมกลืนกับใบหน้า
OligioX เป็นพัฒนาการครั้งสำคัญของเทคโนโลยียกกระชับจาก Oligio ที่ออกแบบให้ตอบโจทย์ความต้องการด้านการฟื้นฟูผิวในหลายมิติ ทั้งการยกกระชับผิวที่เริ่มหย่อนคล้อย การปรับมิติกรอบหน้า และการฟื้นฟูคอลลาเจนจากภายในด้วยพลังงานคลื่นวิทยุระดับลึก โดยผสานการทำงานของ Dual Mode และระบบ GXG ช่วยให้พลังงานกระจายตัวได้ครอบคลุมตั้งแต่ผิวชั้นตื้นจนถึงชั้นลึก ซึ่งเป็นหัวใจของเทคโนโลยียกกระชับผิวยุคใหม่ที่ต้องการความแม่นยำและผลลัพธ์ที่กลมกลืนกับใบหน้า
ด้วยระบบทำความเย็นที่พัฒนาให้สบายขึ้น และการควบคุมพลังงานแบบเรียลไทม์ ทำให้ผู้เข้ารับบริการสามารถสัมผัสการเปลี่ยนแปลงของผิวได้อย่างราบรื่น ไม่ต้องพักฟื้น และค่อย ๆ เห็นผลชัดเจนขึ้นตามกระบวนการฟื้นฟูของผิวเอง ผลลัพธ์ที่คงอยู่ได้ยาวนานพร้อมคุณภาพผิวที่ดีขึ้นในหลายด้าน ทำให้ OligioX เป็นหนึ่งในตัวเลือกที่เหมาะสำหรับผู้ที่มองหาการดูแลผิวแบบไม่ผ่าตัด ที่ให้ความกลมกลืนกับใบหน้าและครอบคลุมหลายมิติของผิวหน้า
หากกำลังพิจารณาวิธีดูแลผิวที่ช่วยเสริมความมั่นใจ ทั้งในด้านความกระชับ ความละเอียดผิว และความคมชัดของโครงหน้า การทำ OligioX ถือเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่ช่วยตอบโจทย์ได้อย่างลงตัว ทั้งยังสามารถนำไปผสานร่วมกับเทคนิคอื่นเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพได้ตามการประเมินของแพทย์
*ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับสภาพผิวแต่ละบุคคล ควรปรึกษาแพทย์ก่อนเข้ารับบริการ
*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯกำหนด

