การทำหัตถการทางการแพทย์ ไม่ว่าจะเป็นหัตถการกลุ่มฟิลเลอร์ ฉีดโบ ฉีดกระตุ้นคอลลาเจน เลเซอร์ หรือเครื่องยกกระชับ นอกจากเทคนิคของแพทย์ และคุณภาพของผลิตภัณฑ์แล้ว “การเตรียมผิวก่อนทำหัตถการ” ก็ถือเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่หลายคนมักมองข้าม ซึ่งมีผลโดยตรงต่อผลลัพธ์ ผลข้างเคียง และการฟื้นตัวของผิวหลังทำ เนื่องจากผิวที่แข็งแรง มักจะตอบสนองต่อการรักษาได้ดีกว่าผิวที่อ่อนแอ วันนี้ รมย์รวินท์จะพามาเรียนรู้เกี่ยวกับการเตรียมผิวก่อนทำหัตถการว่า คืออะไร? ดีอย่างไร? และสามารถเตรียมผิวด้วยวิธีไหนได้บ้าง? เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่สวยงาม และลดความเสี่ยงต่อการเกิดผลข้างเคียงอันตราย บทความนี้รวบรวมคำตอบมาไว้ให้แล้ว

เตรียมผิวก่อนทำหัตถการ คืออะไร?
การเตรียมผิวก่อนทำหัตถการ คือ กระบวนการดูแล และฟื้นฟูสภาพผิวให้มีความแข็งแรง ชุ่มชื้น และสมดุล ก่อนเข้ารับการทำหัตถการทางการแพทย์ ไม่ว่าจะเป็นเลเซอร์ เครื่องยกกระชับ ฉีดฟิลเลอร์ หรือฉีดโบ เพื่อให้ผิวพร้อมรับสำหรับการรักษามากขึ้น ลดความเสี่ยงต่อการระคายเคือง หรือผลข้างเคียงอื่น ๆ หลังทำ อีกทั้งยังช่วยให้ผลลัพธ์จากการทำหัตถการมีประสิทธิภาพ แลดูเป็นธรรมชาติ และสามารถฟื้นตัวได้เร็วอีกด้วย

ข้อดีของการเตรียมผิวก่อนทำหัตถการ
การเตรียมผิวก่อนทำหัตถการ เป็นขั้นตอนสำคัญที่ช่วยเพิ่มทั้งประสิทธิภาพของการรักษา และลดความเสี่ยงต่อการเกิดผลข้างเคียง โดยข้อดีของการเตรียมผิวก่อนทำหัตถการ มีดังนี้
- ลดผลข้างเคียง
การเตรียมผิวก่อนทำหัตถการ สามารถช่วยลดการเกิดผลข้างเคียง และผิวระคายเคืองได้ เนื่องจากหากผิวมีความอ่อนแอ หรือขาดความชุ่มชื้น ก็จะทำให้ผิวไวต่อการทำหัตถการมากกว่าปกติ ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดผลข้างเคียงตามมาได้ง่าย เช่น อาการบวม รอยแดง รอยช้ำ หรือเกิดการอักเสบหลังทำ
- ผลลัพธ์ชัดเจนขึ้น
การเตรียมผิวก่อนทำหัตถการ สามารถช่วยให้ผลลัพธ์จากการรักษาชัดเจนมากขึ้น เมื่อโครงสร้างผิวมีความแข็งแรง สมดุล และชุ่มชื้นอย่างเหมาะสม ในกรณีที่ทำหัตถการกลุ่มเลเซอร์ และเครื่องยกกระชับ จะช่วยให้พลังงานลงสู่ผิวได้อย่างสม่ำเสมอ ทำให้การรักษามีประสิทธิภาพมากขึ้น อีกทั้งในกรณีที่ทำหัตถการกลุ่มฉีด การเตรียมผิวจะช่วยให้ผิวมีความพร้อมสำหรับการดูดซึม และตอบสนองต่อตัวยาได้ดีมากขึ้น
- ผิวฟื้นตัวเร็วขึ้นหลังทำ
การเตรียมผิวก่อนทำหัตถการ สามารถช่วยให้ผิวฟื้นตัวเร็วขึ้นหลังทำได้ เมื่อโครงสร้างผิวมีความแข็งแรง และชุ่มชื้นอย่างเพียงพอ ก็จะทำให้กระบวนการซ่อมแซมเนื้อเยื่อตามธรรมชาติ สามารถทำงานได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ส่งผลให้ระยะเวลาในการฟื้นตัว (Downtime) สั้นลง และอาการข้างเคียงหลังทำลดลงตามไปด้วย
- ยืดอายุของผลลัพธ์
การเตรียมผิวก่อนทำหัตถการ สามารถช่วยยืดอายุของผลลัพธ์ให้คงอยู่ยาวนานมากขึ้นได้ เมื่อโครงสร้างผิวมีความแข็งแรง สมดุล และชุ่มชื้นอย่างเหมาะสม ก็จะทำให้ผิวตอบสนองต่อการรักษาได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น จึงส่งผลให้ผลลัพธ์ที่ได้คงอยู่ยาวนาน และเสื่อมสภาพช้าลงกว่าปกติ

เตรียมผิวก่อนทำหัตถการ ทำได้กี่วิธี?
โดยทั่วไปแล้ว การเตรียมผิวก่อนทำหัตถการ สามารถแบ่งออกเป็น 2 วิธีหลัก ๆ ดังนี้
เตรียมผิวก่อนทำหัตถการด้วยการดูแลตัวเอง
- ดื่มน้ำในปริมาณที่เหมาะสม
การดื่มน้ำในปริมาณที่เหมาะสม เป็นอีกหนึ่งวิธีในการเตรียมผิวก่อนทำหัตถการ โดยจะแนะนำให้ดื่มน้ำอย่างต่อเนื่องประมาณ 1.5 – 2 ลิตรต่อวัน เนื่องจากน้ำเป็นองค์ประกอบสำคัญของร่างกาย เมื่อร่างกายได้รับน้ำอย่างเพียงพอ ก็จะทำให้ผิวมีความชุ่มชื้น และสมดุลมากขึ้น ช่วยให้ผิวพร้อมสำหรับการทำหัตถการได้อย่างเต็มที่
- นอนหลับให้เพียงพอ
การนอนหลับให้เพียงพอ เป็นอีกหนึ่งวิธีในการเตรียมผิวก่อนทำหัตถการ โดยจะแนะนำให้นอนหลับประมาณ 7 – 8 ชั่วโมงต่อวัน เนื่องจากในขณะหลับ ร่างกายจะหลั่ง Growth Hormone ออกมามากขึ้น เพื่อกระตุ้นกระบวนการซ่อมแซมเซลล์ผิว และฟื้นฟูเนื้อเยื่อ ส่งผลให้ผิวแข็งแรงขึ้น และสามารถฟื้นตัวได้เร็วขึ้นหลังทำหัตถการ
- ใช้สกินแคร์เติมความชุ่มชื้นให้ผิว
การใช้สกินแคร์เติมความชุ่มชื้นให้ผิว เป็นอีกหนึ่งวิธีในการเตรียมผิวก่อนทำหัตถการ โดยจะแนะนำให้เลือกสกินแคร์สูตรอ่อนโยนที่มีส่วนผสมของสารให้ความชุ่มชื้น เช่น Hyaluronic Acid, Glycerin, Ceramide หรือ Panthenol เนื่องจากส่วนผสมเหล่านี้ มักจะช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น เสริมเกราะป้องกันผิวให้แข็งแรง และลดการสูญเสียน้ำในชั้นผิว ส่งผลให้ผิวพร้อมรับการรักษามากขึ้น ลดการระคายเคือง และลดโอกาสผิวลอก แสบ แดงหลังทำ
- ทาครีมกันแดดสม่ำเสมอ
การใช้ครีมกันแดดสม่ำเสมอ เป็นอีกหนึ่งวิธีในการเตรียมผิวก่อนทำหัตถการ โดยจะแนะนำให้เลือกครีมกันแดดที่มีค่า SPF อย่างน้อย 30 ขึ้นไป และมีค่า PA +++ รวมทั้งควรทาก่อนออกแดดล่วงหน้าประมาณ 15 – 30 นาที เพื่อปกป้องผิวจากรังสี UV ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของการเกิดปัญหาฝ้า กระ จุดด่างดำ ริ้วรอย และผิวเสื่อมสภาพก่อนวัยได้ง่าย
- งดดื่มแอลกอฮอล์ และสูบบุหรี่
การงดดื่มแอลกอฮอล์ และสูบบุหรี่ เป็นอีกหนึ่งวิธีในการเตรียมผิวก่อนทำหัตถการ เนื่องจากการดื่มแอลกอฮอล์ และสูบบุหรี่ สามารถกระตุ้นให้เกิดการอักเสบ ทำให้ผิวบวม ระคายเคืองง่าย และฟื้นตัวได้ช้ากว่าปกติ อีกทั้งยังเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดผลข้างเคียงอื่น ๆ หลังทำหัตถการมากขึ้นได้
- งดใช้ผลิตภัณฑ์ระคายเคืองผิว
การงดใช้ผลิตภัณฑ์ระคายเคืองผิว เป็นอีกหนึ่งวิธีในการเตรียมผิวก่อนทำหัตถการ เนื่องจากผลิตภัณฑ์บางชนิดอาจมีส่วนผสมที่รุนแรง และมีความเข้มข้นสูง ซึ่งอาจกระตุ้นให้ผิวเกิดการระคายเคือง อักเสบ และทำให้เกราะป้องกันผิวอ่อนแอ จนส่งผลให้เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดผลข้างเคียงหลังทำหัตถการ เช่น อาการแสบ แดง หรือผิวลอกได้ง่ายขึ้น
- งดสครับ ขัดผิว และกำจัดขน
การงดสครับ ขัดผิว และกำจัดขน เช่น การโกน แว็กซ์ หรือถอนขน เป็นอีกหนึ่งวิธีในการเตรียมผิวก่อนทำหัตถการ เนื่องจากพฤติกรรมเหล่านี้ อาจกระตุ้นให้ผิวเกิดการระคายเคือง อักเสบ และทำให้บางลงกว่าปกติ หากทำหัตถการต่อ อาจเพิ่มความเสี่ยงต่ออาการลอก แสบ แดง หรือเกิดรอยดำหลังทำหัตถการได้
- งดรับประทานยาบางชนิด
การงดรับประทานยาบางชนิด เช่น ยากลุ่มต้านการอักเสบ หรือยากลุ่มต้านการแข็งตัวของเลือด เป็นอีกหนึ่งวิธีในการเตรียมผิวก่อนทำหัตถการ เนื่องจากยาบางกลุ่ม อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดรอยช้ำ ผิวอักเสบ และเลือดออกง่ายหลังทำหัตถการได้ จึงแนะนำให้แจ้งแพทย์ทุกครั้งเกี่ยวกับยาที่ใช้เป็นประจำก่อนเข้ารับบริการ

เตรียมผิวก่อนทำหัตถการด้วยหัตถการ
การฉีด Rejuran เป็นอีกหนึ่งหัตถการกลุ่ม Skin Booster ที่ช่วยเตรียมผิวก่อนเริ่มทำหัตถการอื่น ๆ ซึ่งใช้ส่วนประกอบหลักของ Polynucleotide (PN) สกัดจากปลาแซลมอน โดยมีหน้าที่ในการซ่อมแซมเนื้อเยื่อที่เสียหาย เพิ่มความชุ่มชื้น ลดการอักเสบ เสริมความแข็งแรงให้เกราะป้องกันผิว และกระตุ้นการหลั่ง Growth Factor รวมถึงกระตุ้นการผลิตคอลลาเจน และอีลาสตินใหม่ในชั้นผิว ส่งผลให้ผิวแข็งแรง เรียบเนียน ดูฉ่ำโกลว์ อิ่มน้ำ กระจ่างใส และพร้อมรับการบำรุงมากขึ้น
โดย Rejuran สามารถนำมาฉีดได้หลากหลายบริเวณ เช่น ทั่วใบหน้า ลำคอ และหลังมือ ซึ่งจะเหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาผิวแห้ง ขาดน้ำ หยาบกร้าน ผิวโทรม ขาดการบำรุง ผิวหมองคล้ำ ไม่กระจ่างใส ดูไม่เรียบเนียน รูขุมขนกว้าง มีหลุมสิว ริ้วรอยเล็ก ๆ และผู้ที่ต้องการเตรียมผิวก่อนทำหัตถการ โดยผลลัพธ์ที่ได้หลังฉีด สามารถคงอยู่ได้นานเฉลี่ย 3 – 6 เดือน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาพผิว และการปฏิบัติตัวหลังฉีดของแต่ละบุคคล
- Plinest
การฉีด Plinest เป็นอีกหนึ่งหัตถการกลุ่ม Skin Booster ที่ช่วยเตรียมผิวก่อนเริ่มทำหัตถการอื่น ๆ ซึ่งใช้ส่วนประกอบหลักของ Polynucleotide (PN) สกัดจากปลาเทราต์ โดยมีหน้าที่ในการฟื้นฟูผิวระดับเซลล์ เพิ่มความชุ่มชื้น ต้านการอักเสบ และเสริมประสิทธิภาพการสมานแผล รวมถึงกระตุ้นการผลิตคอลลาเจน และอีลาสตินใหม่ในชั้นผิว ส่งผลให้ผิวชุ่มชื้น อิ่มน้ำ แข็งแรง กระชับ เรียบเนียน กระจ่างใส และพร้อมรับการบำรุงมากขึ้น
โดย Plinest สามารถนำมาฉีดได้หลากหลายบริเวณ เช่น ทั่วใบหน้า ใต้ตา ลำคอ หลังมือ เนินอก และหนังศีรษะ ซึ่งจะเหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาผิวแห้ง หยาบกร้าน ผิวโทรม ไม่มีเวลาบำรุง ผิวหมองคล้ำ ไม่สดใส ใต้ตาคล้ำ ผิวไม่เรียบเนียน รูขุมขนกว้าง มีรอยแผลเป็น หลุมสิว ริ้วรอยเล็ก ๆ และผู้ที่ต้องการเตรียมผิวก่อนทำหัตถการ โดยผลลัพธ์ที่ได้หลังฉีด สามารถคงอยู่ได้นานเฉลี่ย 6 – 9 เดือน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาพผิว และการปฏิบัติตัวหลังฉีดของแต่ละบุคคล
- Pluryal Densify
การฉีด Pluryal Densify เป็นอีกหนึ่งหัตถการกลุ่ม Skin Booster ที่ช่วยเตรียมผิวก่อนเริ่มทำหัตถการอื่น ๆ ซึ่งใช้ส่วนประกอบหลักของ Polynucleotide (PN) สกัดจากปลาแซลมอน ร่วมกับ Hyaluronic Acid (HA) และ Mannitol โดยมีหน้าที่ในการฟื้นฟูสภาพผิว ปรับปรุงความกระชับ เพิ่มความชุ่มชื้น ต้านอนุมูลอิสระ และส่งเสริมการปรับสภาพผิวใหม่ รวมถึงกระตุ้นการผลิตคอลลาเจน และอีลาสตินใหม่ในชั้นผิว ส่งผลให้ผิวชุ่มชื้น ดูสุขภาพ แข็งแรง ยืดหยุ่น กระจ่างใส เรียบเนียน และพร้อมรับการบำรุงมากขึ้น
โดย Pluryal Densify สามารถนำมาฉีดได้หลากหลายบริเวณ เช่น ทั่วใบหน้า รอยพับจมูก ร่องแก้ม ลำคอ หลังมือ และเนินอก ซึ่งจะเหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาผิวแห้ง หยาบกร้าน ผิวอ่อนแอ ดูโทรม ขาดการบำรุง ผิวหมองคล้ำ ไม่เรียบเนียน รูขุมขนกว้าง มีรอยแผลเป็น รอยแตกลาย ริ้วรอยเล็ก ๆ และผู้ที่ต้องการเตรียมผิวก่อนทำหัตถการ โดยผลลัพธ์ที่ได้หลังฉีด สามารถคงอยู่ได้นานเฉลี่ย 3 – 6 เดือน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาพผิว และการปฏิบัติตัวหลังฉีดของแต่ละบุคคล
การฉีด Vitaran I เป็นอีกหนึ่งหัตถการกลุ่ม Skin Booster ที่ช่วยเตรียมผิวก่อนเริ่มทำหัตถการอื่น ๆ ซึ่งใช้ส่วนประกอบหลักของ Polynucleotide (PN) สกัดจากปลาเทราต์ โดยมีหน้าที่ในการซ่อมแซมเซลล์ผิว กระตุ้นการผลัดเซลล์ผิว ลดการอักเสบ ฟื้นฟูผิวที่เป็นสิว เสริมเกราะป้องกันผิว และปรับโครงสร้างผิวให้แข็งแรง รวมถึงกระตุ้นการผลิตคอลลาเจน และอีลาสตินใหม่ในชั้นผิว ส่งผลให้ผิวแข็งแรง แน่น ชุ่มชื้น อิ่มน้ำ กระจ่างใส เรียบเนียน และพร้อมรับการบำรุงมากขึ้น
โดย Vitaran I สามารถนำมาฉีดได้หลากหลายบริเวณ เช่น ทั่วใบหน้า รอบดวงตา ลำคอ และหลังมือ ซึ่งจะเหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาผิวแห้ง หยาบกร้าน ผิวแพ้ง่าย เป็นสิว ผิวอักเสบ มีรอยสิว ผิวโทรม ขาดการบำรุง คล้ำเสีย ไม่เรียบเนียน รูขุมขนกว้าง มีรอยแผลเป็น ริ้วรอยเล็ก ๆ และผู้ที่ต้องการเตรียมผิวก่อนทำหัตถการ โดยผลลัพธ์ที่ได้หลังฉีด สามารถคงอยู่ได้นานเฉลี่ย 9 – 12 เดือน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาพผิว และการปฏิบัติตัวหลังฉีดของแต่ละบุคคล

ข้อควรรู้ก่อนทำหัตถการ
ก่อนตัดสินใจทำหัตถการ ควรมีการเตรียมความพร้อมล่วงหน้า เพื่อผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพ และลดความเสี่ยงต่อผลข้างเคียง ดังนี้
- ศึกษา และค้นคว้าหาข้อมูลเบื้องต้น
ก่อนทำหัตถการ ควรศึกษา และค้นคว้าหาข้อมูลเกี่ยวกับหัตถการที่สนใจก่อนเข้ารับบริการ ทั้งในด้านความเหมาะสม ผลลัพธ์ที่ได้ ข้อห้าม และข้อควรระวัง รวมไปถึงความเสี่ยง และผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นหลังทำ
- ปรึกษาแพทย์ก่อนเข้ารับบริการ
ก่อนทำหัตถการ ควรเข้ารับการปรึกษาแพทย์ก่อนเข้ารับบริการ เพื่อประเมินสภาพผิว และวิเคราะห์ปัญหาผิวแบบเจาะลึก พร้อมวางแผนการรักษาอย่างเป็นระบบ และเลือกหัตถการที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล
- เลือกคลินิกที่ได้มาตรฐาน
ก่อนทำหัตถการ ควรเลือกคลินิกที่ได้มาตรฐาน และมีเลขที่ใบอนุญาตประกอบกิจการ จากกระทรวงสาธารณสุขอย่างถูกต้องตามกฏหมาย โดยสามารถสังเกตเห็นได้ชัดบริเวณหน้าคลินิก
- เลือกแพทย์ที่มีความรู้
ก่อนทำหัตถการ ควรเลือกแพทย์ที่มีความรู้ และความเข้าใจเกี่ยวกับหัตถการที่ต้องการทำ รวมถึงมีใบประกอบวิชาชีพอย่างถูกต้องตามกฎหมาย โดยสามารถตรวจสอบชื่อ-นามสกุลของแพทย์ที่เข้ารับบริการได้ที่ เว็บไซต์แพทยสภา
- ใช้ผลิตภัณฑ์แท้ที่ตรวจสอบได้
ก่อนทำหัตถการ ควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์แท้ที่สามารถตรวจสอบแหล่งที่มาได้อย่างชัดเจน โดยต้องมีเลขทะเบียน อย. และเลข Lot. การผลิตอย่างถูกต้อง เพื่อยืนยันถึงคุณภาพ และความไม่เสี่ยงอันตรายของตัวยา รวมไปถึงหัตถการกลุ่มเครื่องประเภทต่าง ๆ ควรใช้เครื่องแท้ที่มีการนำเข้ามาอย่างถูกต้องตามกฏหมาย จากบริษัทผู้จัดจำหน่ายที่น่าเชื่อถือ
- เลือกคลินิกที่มีรีวิวจากผู้ใช้บริการจริง
ก่อนทำหัตถการ ควรเลือกคลินิกที่มีรีวิวก่อน และหลังทำอย่างชัดเจน ทั้งในรูปแบบภาพนิ่ง และวิดีโอผ่านช่องทางออนไลน์ต่าง ๆ โดยควรเป็นแหล่งรีวิวที่น่าเชื่อถือ โปร่งใส และเป็นกลาง เพื่อใช้ประกอบการตัดสินใจ และประเมินคุณภาพของการรักษาได้อย่างเหมาะสม
- มีการดูแล และติดตามผลลัพธ์หลังทำ
ก่อนทำหัตถการ ควรเลือกคลินิกที่มีการดูแล และนัดติดตามผลลัพธ์หลังทำ เพื่อประเมินผลลัพธ์ว่าเป็นไปตามที่วางแผนไว้หรือไม่ หากยังไม่พึงพอใจ สามารถปรับแก้ได้ตามความเหมาะสม รวมไปถึงในกรณีที่เกิดผลข้างเคียงอันตราย แพทย์จะสามารถประเมินอาการได้ตั้งแต่เริ่มต้น และทำการแก้ไขได้อย่างทันท่วงที
รวมคำถามเกี่ยวกับการเตรียมผิวก่อนทำหัตถการ
การเตรียมผิวก่อนทำหัตถการ ควรเริ่มทำตอนไหน?
- โดยทั่วไปแล้วจะแนะนำให้เริ่มเตรียมผิวก่อนทำหัตถการล่วงหน้าประมาณ 1 – 2 สัปดาห์ สำหรับการดูแลตัวเองขั้นพื้นฐาน ส่วนการเตรียมผิวด้วยหัตถการทางการแพทย์ ควรเริ่มทำล่วงหน้าประมาณ 2 – 4 สัปดาห์ ขึ้นอยู่กับการประเมินของแพทย์ ชนิดของหัตถการ และสภาพผิวแต่ละบุคคล
หากไม่เตรียมผิวก่อนทำหัตถการ จะเกิดอะไรขึ้น?
- โดยทั่วไปแล้วการไม่ได้เตรียมผิวก่อนทำหัตถการ มักไม่ก่อให้เกิดอันตรายร้ายแรง แต่หากผิวอยู่สภาพที่อ่อนแอ ขาดความชุ่มชื้น หรือมีการระคายเคืองอยู่ก่อนแล้ว อาจทำให้เพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดผลข้างเคียงได้ง่ายขึ้น เช่น บวม แดง แสบ ลอก และทำให้ผลลัพธ์จากการรักษาออกมาไม่ดีเท่าที่ควรได้
ก่อนทำหัตถการ ควรงดแต่งหน้าไหม?
- โดยทั่วไปแล้วในวันที่เข้ารับการทำหัตถการ ควรหลีกเลี่ยงการแต่งหน้า เพื่อลดความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ และระคายเคืองหลังทำ แต่หากมีความจำเป็นที่จะต้องแต่งหน้ามาก่อน ผู้ช่วยแพทย์จะมีการทำความสะอาดผิวในบริเวณที่จะทำหัตถการอย่างทั่วถึง เพื่อความสะอาด และลดโอกาสที่คราบเครื่องสำอางจะตกค้างอยู่บนผิว
หากเป็นสิว หรือผิวอักเสบ สามารถทำหัตถการได้ไหม?
- โดยทั่วไปแล้วในกรณีที่เป็นสิว ผื่นแพ้ หรือผิวอักเสบ ควรรอให้อาการเหล่านี้หายดีก่อน เพื่อลดความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ หรือผลข้างเคียงอันตราย แต่ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการประเมินของแพทย์ และชนิดของหัตถการที่ต้องการทำ
จะเห็นได้ว่า การเตรียมผิวก่อนทำหัตถการ ถือเป็นอีกหนึ่งขั้นตอนสำคัญที่ช่วยเสริมให้ผิวมีความแข็งแรง ชุ่มชื้น และสามารถฟื้นตัวได้เร็วขึ้นหลังการรักษา อีกทั้งยังช่วยให้ผลลัพธ์จากการทำหัตถการมีประสิทธิภาพ และคงอยู่ได้นานมากขึ้น ซึ่งการเตรียมผิวมารถทำได้หลายวิธี ทั้งจากการดูแลตัวเองในชีวิตประจำวัน เช่น ดื่มน้ำให้มาก ๆ พักผ่อนให้เพียงพอ ใช้สกินแคร์เพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิว ทาครีมกันแดดเป็นประจำ และหลีกเลี่ยงพฤติกรรมเสี่ยงบางประเภท ควบคู่ไปกับการใช้หัตถการทางการแพทย์ร่วมกัน เช่น Rejuran, Plinest, Pluryal Densify หรือ Vitaran I ซึ่งแต่ละหัตถการก็มีเทคโนโลยี จุดเด่น คุณสมบัติ และให้ผลลัพธ์ที่แตกต่างกัน ดังนั้นก่อนตัดสินใจเข้ารับบริการ แนะนำให้ปรึกษาแพทย์ เพื่อให้แพทย์ประเมินสภาพผิว และวางแผนการรักษาอย่างเหมาะสมกับแต่ละบุคคล พร้อมทั้งเลือกหัตถการที่ตอบโจทย์ ทำให้ผลลัพธ์ที่ได้ออกมามีประสิทธิภาพ และตรงตามความต้องการอย่างแท้จริง
*ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับสภาพผิวแต่ละบุคคล ควรปรึกษาแพทย์ก่อนเข้ารับบริการ
*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯกำหนด

