ดวงตา เป็นหนึ่งในจุดเด่นสำคัญของใบหน้าที่สามารถบ่งบอกได้ถึงความเหนื่อยล้า และการเสื่อมสภาพของผิวอย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นขอบตาดำ เบ้าตาลึก ถุงใต้ตา หรือริ้วรอยใต้ตา ทำให้ใบหน้าดูโทรม ไม่สดใส และแก่กว่าวัย ซึ่งในปัจจุบันการฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา จึงเป็นอีกหนึ่งวิธีที่ได้ความนิยมในการแก้ปัญหาใต้ตา โดยสามารถเห็นผลลัพธ์ได้อย่างรวดเร็ว และแก้ไขปัญหาได้อย่างแม่นยำ วันนี้ รมย์รวินท์คลินิกจะพาทุกคนมาเจาะลึกเกี่ยวกับปัญหาใต้ตาว่า มีอะไรบ้าง ? เกิดจากอะไร? พร้อมให้ความรู้เกี่ยวกับการฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาว่า สามารถแก้ปัญหาใต้ตาได้อย่างไร? เหมาะกับใครบ้าง? บทความนี้สรุปข้อมูลทั้งหมดมาไว้ให้เรียบร้อยแล้ว

ปัญหาใต้ตามีอะไรบ้าง? เกิดจากอะไร?
- ขอบตาดำ
ขอบตาดำ ถือเป็นปัญหาใต้ตาที่พบได้บ่อย โดยมีลักษณะเป็นผิวใต้ตามีสีคล้ำกว่าผิวบริเวณอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นสีน้ำตาล สีเทา หรือสีน้ำเงินอมม่วง ทำให้ใบหน้าดูโทรม เหนื่อยล้า และดูเหมือนพักผ่อนน้อย ถึงแม้ว่าจะพักผ่อนเพียงพอแล้วก็ตาม
โดยส่วนใหญ่มักมีสาเหตุมาจากผิวใต้ตาบาง การสะสมของเม็ดสีเมลานิน กรรมพันธุ์ ภูมิแพ้ อายุมากขึ้น และพฤติกรรมการใช้ชีวิต เช่น ขยี้ตาบ่อย พักผ่อนไม่เพียงพอ นอนดึก ดื่มน้ำน้อย สูบบุหรี่ ดื่มแอลกอฮอล์ และเครียดสะสม ซึ่งสิ่งเหล่านี้ล้วนทำให้ขอบตาดำชัดเจนมากขึ้น
- เบ้าตาลึก
เบ้าตาลึก ถือเป็นปัญหาใต้ตาที่พบได้บ่อย โดยมีลักษณะเป็นร่องลึกใต้ตา หรือผิวรอบดวงตาบุ๋ม ซึ่งในกรณีสำหรับผู้ที่มีเบ้าตาลึกมาก อาจเห็นเป็นชั้นตาหลายชั้น หรือเห็นกระดูกเบ้าตาใต้คิ้วเป็นขอบอย่างชัดเจน ทำให้ใบหน้าดูโทรม ไม่สดใส และแก่กว่าวัยอย่างเห็นได้ชัด
โดยส่วนใหญ่มักมีสาเหตุมาจากกรรมพันธุ์ ภูมิแพ้ อายุมากขึ้น มีอาการป่วย และพฤติกรรมการใช้ชีวิต เช่น พักผ่อนไม่เพียงพอ นอนดึก ดื่มน้ำน้อย สูบบุหรี่ ดื่มแอลกอฮอล์ และเครียดสะสม ซึ่งสิ่งเหล่านี้ล้วนทำให้เบ้าตาลึกชัดเจนมากขึ้น
- ถุงใต้ตา
ถุงใต้ตา ถือเป็นปัญหาใต้ตาที่พบได้บ่อย โดยมีลักษณะเป็นถุงนูนออกมาบริเวณใต้ตา หรือมีอาการบวมตุ่ยบริเวณขอบตาล่าง ทำให้ใบหน้าดูโทรม และดูมีอายุอย่างเห็นได้ชัด
ซึ่งโดยส่วนใหญ่มักมีสาเหตุมาจากกรรมพันธุ์ ภูมิแพ้ อายุมากขึ้น และพฤติกรรมการใช้ชีวิต เช่น ขยี้ตาบ่อย ใช้สายตามากเกินไป ดื่มน้ำน้อย พักผ่อนไม่เพียงพอ นอนดึก รับประทานอาหารที่มีรสเค็มจัด สูบบุหรี่ ดื่มแอลกอฮอล์ และเครียดสะสม ซึ่งสิ่งเหล่านี้ล้วนทำให้ถุงใต้ตาชัดเจนมากขึ้น
- ริ้วรอยใต้ตา
ริ้วรอยใต้ตา ถือเป็นปัญหาใต้ตาที่พบได้บ่อย โดยมีลักษณะเป็นเส้นริ้วเล็ก ๆ หรือเส้นบาง ๆ บริเวณใต้ตา ซึ่งอาจเห็นได้ชัดเมื่อมีการยิ้ม หรือแสดงสีหน้า แต่ในกรณีสำหรับผู้ที่มีริ้วรอยใต้ตาลึกมาก อาจเห็นได้ชัดตลอดเวลา แม้ไม่ได้มีการแสดงสีหน้าใด ๆ ก็มา ทำให้ใบหน้าดูโทรม และแก่กว่าวัยอย่างชัดเจน
โดยส่วนใหญ่มักมีสาเหตุมาจากผิวใต้ตาบาง กรรมพันธุ์ อายุมากขึ้น และพฤติกรรมการใช้ชีวิต เช่น การยิ้ม หรี่ตาบ่อย ขยี้ตาบ่อย กะพริบตาบ่อย ดื่มน้ำน้อย พักผ่อนไม่เพียงพอ นอนดึก เผชิญแสงแดด มลภาวะ สูบบุหรี่ ดื่มแอลกอฮอล์ และเครียดสะสม ซึ่งสิ่งเหล่านี้ล้วนทำให้ริ้วรอยใต้ตาชัดเจนมากขึ้น
ฉีดฟิลเลอร์แก้ปัญหาใต้ตาได้อย่างไร?
การฉีดฟิลเลอร์แก้ปัญหาใต้ตา สามารถแก้ไขปัญหาบริเวณใต้ตาได้อย่างแม่นยำ โดยเฉพาะปัญหาขอบตาดำ เบ้าตาลึก ถุงใต้ตา และริ้วรอยใต้ตา ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้ใบหน้าดูโทรม เหนื่อยล้า และแก่กว่าวัย โดยการใช้สารเติมเต็ม Hyaluronic Acid (HA) ฉีดเข้าไปยังบริเวณที่มีปัญหา เพื่อเติมเต็มริ้วรอย และร่องลึก พร้อมทั้งยกพยุงโครงสร้างผิวใต้ตาที่ยุบตัวให้กลับมาอิ่มฟู กระชับ และเรียบเนียนมากขึ้น โดยแพทย์จะใช้เทคนิคการฉีดที่แตกต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับปัญหาที่ต้องการแก้ไข ซึ่งหลังฉีดเสร็จนั้น สามารถเห็นผลการเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็ว โดยที่ไม่ต้องผ่าตัด และไม่ต้องใช้ระยะเวลาพักฟื้นนาน จึงถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ได้รับความนิยมสำหรับผู้ที่มีปัญหาขอบตาดำ เบ้าตาลึก ถุงใต้ตา และริ้วรอยใต้ตา

เจาะลึกฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาคืออะไร?
การฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา เป็นการใช้สารเติมเต็มประเภทหนึ่งที่มีส่วนประกอบของ Hyaluronic Acid (HA) ฉีดเข้าไปยังบริเวณใต้ตา ซึ่ง HA เป็นสารเติมเต็มที่ถูกสังเคราะห์ขึ้นมา เพื่อเลียนแบบสารที่มีอยู่ในร่างกาย จึงสามารถนำมาเติมเต็มในบริเวณที่เสื่อมสภาพ หรือมีการยุบตัวตามวัยได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยฟิลเลอร์มีหน้าที่หลักในการอุ้มน้ำ และกักเก็บความชุ่มชื้น จึงช่วยในการเติมเต็มริ้วรอย และร่องลึกใต้ตา พร้อมทั้งเพิ่มความอิ่มฟู และเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิวบริเวณใต้ตาอย่างแลดูเป็นธรรมชาติ ส่งผลให้ใต้ตาดูชุ่มชื้น อิ่มฟู กระชับ ดูอ่อนกว่าวัย และสุขภาพดีจากภายใน
ปัญหาแบบไหนควรฉีดฟิลเลอร์แก้ปัญหาใต้ตา?
- ผู้ที่มีปัญหาเบ้าตาลึก
การฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาเบ้าตาลึก ตาโหล และมีร่องใต้ตา ทำให้ใบหน้าดูโทรม และเหนื่อยล้า ซึ่งการฉีดฟิลเลอร์ใต้ตานั้นจะช่วยเติมเต็ม และยกพยุงผิวที่ยุบตัว ทำให้ใต้ตากลับมาอิ่มฟู สดใส และดูอ่อนกว่าวัยมากขึ้น
- ผู้ที่มีปัญหาขอบตาดำ
การฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาขอบตาดำ หรือใต้ตาคล้ำ ทำให้ใบหน้าดูโทรม เหนื่อยล้า และไม่สดใส ซึ่งการฉีดฟิลเลอร์ใต้ตานั้นจะช่วยเติมเต็มใต้ตาให้ดูอิ่มฟู และสว่างมากขึ้น ทำให้ใต้ตากลับมาสดใส และอ่อนกว่าวัยอย่างแลดูเป็นธรรมชาติ
- ผู้ที่มีปัญหาถุงใต้ตา
การฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาถุงใต้ตาเล็กน้อยถึงปานกลาง หรือมีถุงนูนบริเวณขอบตาล่าง ทำให้ใบหน้าดูโทรม และเหนื่อยล้า ซึ่งการฉีดฟิลเลอร์ใต้ตานั้นจะช่วยเติมเต็มชั้นกระดูกที่มีการทรุดตัวตามวัย ทำให้ถุงใต้ตาดูเล็กลง และใต้ตากลับมาสดใสมากขึ้น
- ผู้ที่มีปัญหาริ้วรอยใต้ตา
การฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาริ้วรอยเส้นเล็ก ๆ จนถึงร่องลึกใต้ตา ทำให้ใบหน้าดูโทรม และแก่กว่าวัย ซึ่งการฉีดฟิลเลอร์ใต้ตานั้นจะช่วยเติมเต็มริ้วรอย และร่องลึกต่าง ๆ ให้ดูตื้นขึ้น ทำให้ใต้ตากลับมาสดใส และดูอ่อนกว่าวัยอย่างแลดูเป็นธรรมชาติ
- ผู้ที่มีปัญหาผิวใต้ตาแห้งกร้าน
การฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาผิวใต้ตาแห้งกร้าน และขาดความชุ่มชื้น ทำให้ใบหน้าดูโทรม และไม่สดใส ซึ่งการฉีดฟิลเลอร์ใต้ตานั้นจะช่วยเติมเต็ม และเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิว ทำให้ใต้ตากลับมาสดใส ดูสุขภาพดี และแต่งหน้าติดมากขึ้น
- ผู้ที่มีปัญหาใต้ตาหย่อนคล้อย
การฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาใต้ตาหย่อนคล้อย ใต้ตาเหี่ยวย่น และไม่กระชับ ทำให้ใบหน้าดูโทรม และแก่กว่าวัย ซึ่งการฉีดฟิลเลอร์ใต้ตานั้นจะช่วยยกกระชับผิวบริเวณใต้ตา ทำให้ใต้ตากลับมาเรียบเนียน กระชับ และเต่งตึงอย่างแลดูเป็นธรรมชาติ
หมายเหตุ ก่อนฉีดฟิลเลอร์แก้ปัญหาใต้ตาควรเข้ารับการปรึกษาแพทย์ และแจ้งข้อมูลสุขภาพให้แพทย์ทราบอย่างครบถ้วน ทั้งประวัติโรคประจำตัว ประวัติการแพ้ ประวัติการทำหัตถการ และยาที่กำลังรับประทานอยู่

ฟิลเลอร์แก้ปัญหาใต้ตามีกี่แบบ?
การฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 แบบหลัก ๆ ดังนี้
- ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาชั้นตื้น
การฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาชั้นตื้น โดยทั่วไปแล้วจะเลือกใช้ฟิลเลอร์เนื้อนิ่ม หรือเนื้อละเอียดในการฉีด เนื่องจากมีความยืดหยุ่นสูง เกลี่ยง่าย สามารถกระจายตัวได้ดี และไม่จับตัวเป็นก้อน ซึ่งจะใช้สำหรับการเติมเต็มริ้วรอยตื้น ๆ แก้ไขความหมองคล้ำ เก็บรายละเอียดงานผิว และเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิว ทำให้ใต้ตามีความเรียบเนียน ชุ่มชื้น สดใส และดูสุขภาพดีจากภายใน จึงเหมาะกับผู้ที่ไม่ได้มีปัญหาใต้ตาลึกมาก
- ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาชั้นลึก
การฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาชั้นลึก โดยทั่วไปแล้วจะเลือกใช้ฟิลเลอร์เนื้อแข็ง หรือเนื้อกลางในการฉีด เนื่องจากมีความหนาแน่นสูง และสามารถคงตัวได้ดี ซึ่งจะใช้สำหรับฉีดแนวกระดูกเบ้าตา เส้นเอ็นที่ยึดบริเวณใต้ตา รวมถึงไขมันชั้นลึกบริเวณหน้าแก้ม และใต้ตา เพื่อยกพยุงโครงสร้างผิว หรือกระดูกที่ทรุดตัวตามวัย ทำให้ใต้ตามีความกระชับ อิ่มฟู และดูอ่อนกว่าวัยมากขึ้น จึงเหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาเบ้าตาลึก ตาโหล มีร่องใต้ตา และถุงใต้ตา
ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตายี่ห้อไหนดี?
โดยทั่วไปการฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา สามารถเลือกใช้ฟิลเลอร์ได้หลายยี่ห้อ ซึ่งจะต้องเป็นยี่ห้อที่ได้รับการขึ้นทะเบียนอย่างถูกต้องจาก อย. โดยยี่ห้อที่นิยมใช้ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา มีดังนี้

ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตายี่ห้อ Juvederm
ฟิลเลอร์ยี่ห้อ Juvederm เป็นฟิลเลอร์สัญชาติอเมริกาที่ใช้เทคโนโลยีการผลิตขั้นสูงเรียกว่า HYLACROSS Technology และ VYCROSS Technology โดย HYLACROSS Technology จะช่วยให้ฟิลเลอร์ยืดหยุ่นได้ดี และกักเก็บน้ำสูง ส่วน VYCROSS Technology จะช่วยให้ฟิลเลอร์ยึดเกาะหนาแน่น และบวมน้ำน้อย ซึ่งในปัจจุบันฟิลเลอร์ยี่ห้อ Juvederm มีให้เลือกใช้หลากหลายรุ่น ขึ้นอยู่กับการใช้งาน โดยรุ่นที่นิยมฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา ได้แก่
- Juvederm Voluma เหมาะกับการแก้ปัญหากระดูกหน้าแก้มทรุดร่วมกับใต้ตาลึก หรือมีถุงใต้ตา ซึ่งจะอยู่ได้นานประมาณ 18 เดือน
- Juvederm Volift เหมาะกับการแก้ปัญหาเบ้าตาลึก ตาโหล และถุงใต้ตาหย่อน ซึ่งจะอยู่ได้นานประมาณ 12 – 18 เดือน
- Juvederm Volbella เหมาะกับการแก้ปัญหาใต้ตาชั้นตื้น ใต้ตาแห้งกร้าน หรือมีริ้วรอยรอบดวงตา ซึ่งจะอยู่ได้นานประมาณ 8 – 12 เดือน
- Juvederm Volite เหมาะกับผู้ที่มีผิวบางแต่ไม่มาก ต้องการแก้ปัญหาใต้ตาชั้นตื้น ใต้ตาแห้งกร้าน ขอบตาดำ หรือมีริ้วรอยรอบดวงตา ซึ่งจะอยู่ได้นานประมาณ 8 – 12 เดือน
ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตายี่ห้อ Restylane
ฟิลเลอร์ยี่ห้อ Restylane เป็นฟิลเลอร์สัญชาติสวีเดนที่ใช้เทคโนโลยีการผลิตขั้นสูงเรียกว่า NASHA Technology และ OBT Technology โดย NASHA Technology จะช่วยให้ฟิลเลอร์คงตัวได้ดี และไม่เคลื่อนที่ง่าย ส่วน OBT Technology จะช่วยให้ฟิลเลอร์ยืดหยุ่นได้ดี และปั้นทรงได้อย่างหลากหลาย โดยในปัจจุบันฟิลเลอร์ยี่ห้อ Restylane มีให้เลือกใช้หลากหลายรุ่น ขึ้นอยู่กับการใช้งาน ซึ่งรุ่นที่นิยมฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา ได้แก่
- Restylane Perlane Lyft เหมาะกับการแก้ปัญหากระดูกหน้าแก้มทรุดร่วมกับใต้ตาลึก หรือมีถุงใต้ตา ซึ่งจะอยู่ได้นานประมาณ 12 เดือน
- Restylane Defyne เหมาะกับแก้ปัญหากระดูกใต้ตาทรุดตัว ร่องลึกใต้ตา และเบ้าตาลึก ซึ่งจะอยู่ได้นานประมาณ 12 – 18 เดือน
- Restylane Classic เหมาะกับแก้ปัญหาริ้วรอยใต้ตาระดับปานกลางจนถึงมาก ซึ่งจะอยู่ได้นานประมาณ 12 เดือน
- Restylane Vital เหมาะกับการแก้ปัญหาริ้วรอยเส้นเล็ก ๆ หรือร่องตื้น ๆ บริเวณรอบดวงตา ซึ่งจะอยู่ได้นานประมาณ 12 เดือน
- Restylane Vital Light เหมาะกับผู้ที่มีผิวบาง ต้องการแก้ปัญหาเล็ก ๆ น้อย ๆ บริเวณใต้ตา และต้องการเก็บรายละเอียดงานผิวใต้ตาชั้นตื้น ซึ่งจะอยู่ได้นานประมาณ 6 – 12 เดือน
ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตายี่ห้อ Belotero
ฟิลเลอร์ยี่ห้อ Belotero เป็นฟิลเลอร์สัญชาติสวิตเซอร์แลนด์ที่ใช้เทคโนโลยีการผลิตขั้นสูงเรียกว่า CPM Technology โดยจะช่วยให้ฟิลเลอร์คงตัวได้ดี มีความยืดหยุ่นสูง และสามารถปรับรูปทรงได้อย่างหลากหลาย ซึ่งในปัจจุบันฟิลเลอร์ยี่ห้อ Belotero มีให้เลือกใช้หลากหลายรุ่น ขึ้นอยู่กับการใช้งาน ซึ่งรุ่นที่นิยมฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา ได้แก่
- Belotero Volume เหมาะกับการแก้ปัญหาใต้ตาชั้นลึก และใช้ฉีดเสริมกระดูกใต้ตา ซึ่งจะอยู่ได้นานประมาณ 18 เดือน
- Belotero Soft เหมาะกับการแก้ปัญหาริ้วรอยเส้นเล็ก ๆ บริเวณใต้ตา และใช้เก็บรายละเอียดใต้ตาได้ดี ซึ่งจะอยู่ได้นานประมาณ 6 – 12 เดือน
- Belotero Revive เหมาะกับการแก้ปัญหาผิวใต้ตาแห้ง ขอบตาดำ และต้องการปรับสภาพผิวบริเวณใต้ตา ซึ่งจะอยู่ได้นานประมาณ 6 – 9 เดือน
ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาช่วยเรื่องอะไร?
- การฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา ช่วยเติมเต็มริ้วรอย และร่องลึกบริเวณใต้ตา
- การฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา ช่วยเติมเต็มวอลลุ่มบริเวณใต้ตา แก้ปัญหาเบ้าตาลึก
- การฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา ช่วยลดปัญหาขอบตาดำ และใต้ตาคล้ำ
- การฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา ช่วยยกกระชับผิวบริเวณใต้ตาที่หย่อนคล้อย
- การฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา ช่วยลดปัญหาถุงใต้ตา และปรับผิวใต้ตาให้เรียบเนียน
- การฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น และปรับปรุงคุณภาพผิวบริเวณใต้ตา

ข้อดีของการฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา
- แก้ปัญหาใต้ตาได้อย่างแม่นยำ
การฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา สามารถแก้ไขปัญหาใต้ตาได้อย่างมีประสิทธิภาพ และแม่นยำ ไม่ว่าจะเป็นขอบตาดำ เบ้าตาลึก ถุงใต้ตา และริ้วรอยใต้ตา ทำให้ใบหน้าโดยรวมดูสดใส และอ่อนกว่าวัยอย่างแลดูเป็นธรรมชาติ
- เห็นการเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็ว
หลังฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา สามารถเห็นการเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็ว โดยในช่วงแรก ๆ อาจมีอาการบวมเล็กน้อย แต่ผลลัพธ์จะชัดเจนมากขึ้น เมื่อฟิลเลอร์เข้าที่อย่างสมบูรณ์ภายใน 2 – 4 สัปดาห์
- ให้ผลลัพธ์ที่ยาวนาน
หลังฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา สามารถคงผลลัพธ์ได้อย่างยาวนานประมาณ 6 – 18 เดือน ขึ้นอยู่กับยี่ห้อฟิลเลอร์ สภาพผิว และการปฏิบัติตัวเองหลังฉีด
- กลมกลืนเข้ากับผิวอย่างเรียบเนียน
การฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา สามารถให้ผลลัพธ์ที่แลดูเป็นธรรมชาติ และกลมกลืนเข้ากับผิวอย่างเรียบเนียน โดยไม่เป็นก้อนแข็งง่าย
- ไม่ต้องใช้เวลาพักฟื้นนาน
หลังฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา ไม่ต้องใช้ระยะเวลาในการพักฟื้นนาน สามารถใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างปกติ แต่แนะนำให้ปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด เพื่อป้องกันการเกิดผลข้างเคียงอันตราย
- ย่อยสลายได้เองตามกลไกธรรมชาติ
หลังฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา สามารถย่อยสลายได้เองตามกลไกธรรมชาติ เมื่อครบกำหนดอายุการใช้งาน โดยไม่ทิ้งสารตกค้างอันตรายในร่างกาย
- ปรับแก้ง่าย หากไม่พึงพอใจในผลลัพธ์
หลังฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา หากยังไม่พึงพอใจในผลลัพธ์ สามารถทำการปรับแก้ได้ง่าย โดยการฉีดเพิ่ม หรือฉีดสลายด้วยเอนไซม์ Hyaluronidase ในกรณีที่เกิดข้อผิดพลาดหลังฉีด
ข้อควรระวังในการฉีดฟิลเลอร์แก้ปัญหาใต้ตา
- ควรฉีดกับแพทย์ที่มีความรู้เท่านั้น
การฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา ควรฉีดกับแพทย์ที่มีความรู้ และความเข้าใจเกี่ยวกับกายวิภาคของใบหน้าเท่านั้น เนื่องจากบริเวณรอบดวงตา เป็นจุดที่มีความบอบบาง และมีเส้นเลือดสำคัญเป็นจำนวนมาก หากฉีดผิดพลาด หรือใช้เทคนิคการฉีดที่ไม่ถูกต้อง อาจทำให้เกิดปัญหาฟิลเลอร์เป็นก้อน ผิวไม่เรียบเนียน หรือในกรณีร้ายแรงอาจถึงขั้นอุดตันเส้นเลือดได้
- เลือกใช้ฟิลเลอร์แท้ที่ได้มาตรฐาน
การฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา ควรเลือกใช้ฟิลเลอร์แท้ที่ได้มาตรฐาน ซึ่งจะต้องเป็นฟิลเลอร์ประเภท Hyaluronic Acid (HA) ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนอย่างถูกต้องจาก อย. เช่น ยี่ห้อ Juvederm, Restylane หรือ Belotero
- งดยาที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือด
ก่อนฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา ควรงดรับประทานยาที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือด และยากลุ่มต้านการอักเสบ เนื่องจากอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดรอยช้ำได้
- งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และงดสูบบุหรี่
ก่อนฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา ควรงดการดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ และงดการสูบบุหรี่ เนื่องจากอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการบวมช้ำ และอักเสบหลังฉีดได้
- งดนวดหน้า ทรีตเมนต์ และหัตถการ
ก่อนฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา ควรงดการนวดหน้า ทำทรีตเมนต์ และทำหัตถการที่ทำให้ผิวไวต่อการระคายเคืองเนื่องจากอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการอักเสบ และบวมหลังฉีดได้
- งดสครับ ขัดผิว และผลัดเซลล์ผิว
ก่อนฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา ควรงดการสครับ ขัดผิว หรือใช้สกินแคร์ผลัดเซลล์ผิว เนื่องจากอาจทำให้ผิวไวต่อการระคายเคือง และเพิ่มความเสี่ยงต่อการอักเสบได้
- งดออกกำลังกาย และทำกิจกรรมหักโหม
ก่อนฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา ควรงดการออกกำลังกายหนัก หรือทำกิจกรรมที่ทำให้เลือดสูบฉีด เนื่องจากอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการบวมช้ำหลังฉีดได้
จะเห็นได้ว่า การฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา ถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่สามารถแก้ปัญหาใต้ตาได้อย่างหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นขอบตาดำ เบ้าตาลึก ถุงใต้ตา หรือมีริ้วรอยใต้ตา ซึ่งปัญหาเหล่านี้ล้วนเป็นสาเหตุที่ทำให้ใบหน้าดูโทรม เหนื่อยล้า และแก่กว่าวัยอย่างชัดเจน ดังนั้นสำหรับใครที่กำลังมีปัญหาขอบตาดำ เบ้าตาลึก ถุงใต้ตา และริ้วรอยใต้ตาอยู่ สามารถเข้ามาปรึกษาแพทย์ได้ที่ รมย์รวินท์คลินิก โดยแพทย์จะเป็นผู้ประเมินสภาพผิว และปัญหาที่ต้องการแก้ไข พร้อมทั้งวางแผนการรักษา และคำนวณปริมาณฟิลเลอร์ที่ควรใช้อย่างเหมาะสม เพื่อให้ผลลัพธ์ที่ได้ออกมามีประสิทธิภาพ แลดูเป็นธรรมชาติ และห่างไกลผลข้างเคียงค่ะ
*ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับสภาพผิวแต่ละบุคคล ควรปรึกษาแพทย์ก่อนเข้ารับบริการ
*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯกำหนด

