ลงทะเบียนรับสิทธิพิเศษ
ไม่ว่าจะนานเท่าไหร่ สิวก็นับเป็นวายร้ายของคนทุกเพศทุกวัย เพราะสามารถเป็นได้โดยไม่เลือกคน และสิวยังมีมากมายหลายชนิด โดยในบางคนก็ขึ้นแบบมีเหตุผล ในบางคนก็ขึ้นแบบไม่มีเหตุผลตามความรู้สึกของคนเรา แต่ในความจริงแล้วสิวที่ใบหน้าของทุกคนขึ้นแบบมีเหตุผลทั้งนั้น เพราะทุกอย่างที่เราทำ ทั้งอาหารการกิน อากาศ การดูแลรักษาความสะอาด รวมทั้งฮอร์โมนก็สามารถเป็นปัจจัยในการเกิดสิวได้ เพียงแต่เรานั้นจะไม่สามารถรู้ได้เลยว่า สิวที่เกิดขึ้นนั้นเกิดจากอะไรหากไม่ปรึกษาแพทย์เพื่อทำความเข้าใจ และรักษาอย่างถูกวิธี เพราะหากปัจจัยการเกิดสิวของเราเกิดขึ้นจากปัจจัยหนึ่ง แต่เราไปรักษาด้วยปัจจัยหนึ่ง สิวที่เรารักษาก็อาจไม่หาย ไม่เพียงเท่านั้น อาจลุกลามหรือเป็นมากขึ้นกว่าเดิมได้ รมย์รวินท์คลินิกจึงคิดค้นโปรแกรมรักษาสิว ที่จะทำให้คนไข้เข้าใจถึงสาเหตุการเกิดสิวเพื่อให้คนไข้สามารถทำการรักษาได้อย่างถูกวิธี และได้ใช้เวลาในการพูดคุยกับแพทย์ เพื่อทำความเข้าใจถึงปัจจัยการเกิดสิว
เพื่อให้การรักษานั้นเป็นการรักษาที่เห็นผลลัพธ์ชัดเจน ครอบคลุมทั้งการดูแล โดยแพทย์ผู้มีความรู้ด้านสิว ควบคู่ไปกับการบำรุงอย่างต่อเนื่องที่บ้าน เพื่อให้การรักษาเป็นการรักษาที่ครบถ้วนตลอดทาง และเป็นการรักษาอย่างต่อเนื่อง

โปรแกรม AC CLEAR จากรมย์รวินท์คลินิก บำบัดสิวครบวงจร 5 ขั้นตอน จากคลินิกสู่การยกคลินิกกลับไปบ้าน
โปรแกรม AC CLEAR เป็นโปรแกรมที่ถูกออกแบบมาเพื่อจัดการปัญหาสิว ตั้งแต่ต้นตอ และทำความเข้าใจเรื่องราวเกี่ยวกับสิวอย่างตรงจุด เพื่อเป็นการปรับสมดุลผิวให้มีความแข็งแรงในระยะยาว ด้วย 5 ขั้นตอนที่ออกแบบมาอย่างประณีต

กดสิวทั่วใบหน้า
เพื่อเป็นการเคลียร์สิ่งสกปรกที่ฝังอยู่ในรูขุมขนออกอย่างละเอียด และสะสมลดการอุดตันในรูขุมขนออกก่อนทำการรักษาขั้นตอนอื่นๆทำให้ผิวหน้าเรียบเนียนขึ้น และตัดวงจรไม่ให้สิวอุดตันพัฒนาไปเป็นสิวอักเสบในอนาคต

ฉีดสิวทั่วใบหน้า
ขั้นตอนนี้เป็นขั้นตอนที่ช่วยเร่งอาการ ลดการอักเสบของสิวอย่างเร่งด่วนสำหรับผู้ที่มีปัญหาสิวอักเสบหรือสิวตุ่มนูนแดง การฉีดสิวจะช่วยบรรเทาอาการบวมแดง และช่วยลดโอกาสการเกิดรอยแผลเป็นหรือรอยดำจากสิวที่รุนแรง โดยขั้นตอนนี้จะอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด
โดยการฉีดสิวนั้นจะขึ้นอยู่ตามดุลยพินิจของแพทย์ผู้ทำการรักษา

ทรีตเมนต์บำบัดผิว
ในขั้นตอนนี้เป็นการปลอบประโลมผิวจากการบอบช้ำในการกดฉีดสิว ด้วยการทำทรีตเมนต์บำบัดผิวโดยการใช้เทคโนโลยีคลื่นเสียงความถี่สูง (Ultrasonic) ที่เป็นการช่วยผลักวิตามินและสารบำรุงลึกเข้าสู่เซลล์ผิว ช่วยปลอบประโลมผิว ลดการระคายเคือง เติมความชุ่มชื้น และช่วยปรับสมดุลให้เกราะป้องกันผิวแข็งแรงขึ้นทันทีหลังการรักษาทั้งยังช่วยลดอาการระคายเคืองจากการรักษา และยังเป็นการฟื้นฟูผิวให้ค่อยๆ กลับมาดีขึ้นอีกครั้ง

AC CLEAR มีชุดผลิตภัณฑ์ดูแลสิว Home Care ที่จะได้รับจากรมย์รวินท์คลินิก
ผลิตภัณฑ์ล้างหน้า
ผลิตภัณฑ์ช่วยทำความสะอาดผิวหน้าอย่างสะอาดล้ำลึก ทำการขจัดความมันส่วนเกิน สิ่งสกปรก และสิ่งตกค้างที่อยู่บนผิวและรูขุมขนได้อย่างสะอาดหมดจด พร้อมลดการสะสมของแบคทีเรียบนผิว ซึ่งเป็นต้นตอของการเกิดสิวใหม่
ผลิตภัณฑ์ลดการอุดตันของผิว
ผลิตภัณฑ์ที่ทำหน้าที่จัดการปัญหาสิวอย่างตรงจุด ช่วยในเรื่องของการลดการสะสมของแบคทีเรีย ลดการอุดตันและการอักเสบที่เกิดขึ้นภายในรูขุมขน พร้อมช่วยบรรเทาอาการบวมแดงของสิวอักเสบให้ยุบตัวลงและดีขึ้น

ผลิตภัณฑ์บำรุงผิว
ผลิตภัณฑ์ที่ออกแบบมาโดยเฉพาะเพื่อช่วยเติมและล็อกความชุ่มชื้นของผิว เพื่อปรับให้ผิวมีความสมดุลช่วยบรรเทาการระคายเคืองและลดการอักเสบ พร้อมปรับสภาพผิวเพื่อลดการขยายตัวของเชื้อสิวบนที่ตกค้างอยู่เดิม (C.Acnes) เพื่อให้ลดโอกาสการเกิดสิวอุดตันในอนาคต

ปรึกษาแพทย์ผู้มีประสบการณ์เรื่องการรักษาสิวโดยตรง
ขั้นตอนนี้นับเป็นขั้นตอนพิเศษที่จัดขึ้นมาเพื่อให้คนไข้ที่เข้ารับการรักษาสิว พบแพทย์เพื่อตรวจวิเคราะห์สภาพผิว เพื่อรับคำแนะนำ เกี่ยวกับปัญหาที่ทำให้เป็นสิวอยู่ รับคำแนะนำในการดูแลปัญหาสิว วางแผนการแก้ไขปัญหาสิวให้ตรงจุดและเหมาะสมกับตัวคุณมากที่สุด ที่เหมาะสมกับตัวคุณคนเดียวโดยเฉพาะ
โปรแกรมAC CLEAR คืออะไร? ช่วยเรื่องอะไรบ้าง และเหมาะกับใคร?
ปัญหาสิวไม่ได้เป็นเพียงแค่ปัญหาที่เป็นเรื่องกวนใจชั่วคราว แต่หากดูแลไม่ถูกวิธีก็อาจกลายเป็นปัญหาเรื้อรังที่ทำลายความมั่นใจได้หลายคนจึงอาจสงสัยว่าหากทำการรักษาด้วยโปรแกรม AC CLEAR จะช่วยเรื่องอะไรได้บ้าง โดยรมย์รวินท์คลินิกสามารถแจกแจงได้ดังนี้
โปรแกรม AC CLEAR ช่วยเรื่องอะไรบ้าง?
AC CLEAR ช่วยลดการเกิดสิวอุดตันและสิวอักเสบ
ช่วยลดการสะสมของสิ่งสกปรกต่างๆและสิ่งอุดตันที่อยู่ภายในรูขุมขน ซึ่งทั้งหมดนี้นับเป็นต้นเหตุหลักของการเกิดสิว จึงเป็นการรักษาสิวอย่างมีประสิทธิภาพ
AC CLEAR ลดโอกาสการเกิดสิวซ้ำ
เป็นการดูแลแบบหลายมิติ ทั้งดูแลด้วยตนเอง และแพทย์ช่วยดูแลจึงส่งผลให้สามารถช่วยควบคุมปัจจัยเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นหลายๆ ปัจจัยได้ เช่น ความมันส่วนเกิน และการสะสมของแบคทีเรีย ทำให้สิวใหม่ไม่กลับมาขึ้นซ้ำในจุดเดิมๆ และการมีผลิตภัณฑ์ให้กลับไปใช้ที่บ้านยังเป็นการช่วยเลือกผลิตภัณฑ์ดูแลผิว แบบที่คนไข้ไม่ต้องควานหาผลิตภัณฑ์ที่ถูกกับหน้าในท้องตลาด
AC CLEAR ปรับผิวให้เรียบเนียน ลดรอยสิว
ทำให้รูขุมขนสะอาดขึ้นโดยเมื่อรูขุมขนสะอาดขึ้น ผิวก็จะค่อย ๆ เรียบเนียนขึ้น ทั้งยังช่วยเลือนรอยแดงและรอยดำที่เกิดขึ้นจากสิวให้ดูจางลง
AC CLEAR เสริมเกราะปกป้องผิวให้แข็งแรง
ช่วยปรับผิวให้เกิดสมดุลความชุ่มชื้น ทั้งยังช่วยทำให้ผิวอุ้มน้ำได้ดีขึ้น ซึ่งเมื่อเรามีปราการผิวที่ดี แข็งแรงแล้วก็จะทำให้ผิวก็จะมีสุขภาพดีได้ในระยะยาวนั่นเอง
โปรแกรมรักษาสิว AC CLEAR เหมาะกับใครบ้าง?
AC CLEAR ออกแบบมาเพื่อให้ครอบคลุมปัญหาสำหรับผู้ที่มีปัญหาสิวใน ตั้งแต่ระดับเริ่มต้นจนถึงปานกลาง โดย AC CLEAR เหมาะสำหรับปัญหาดังนี้
- ผู้ที่มีปัญหาสิวอุดตัน สามารถรักษาได้ทั้งสิวหัวขาวและสิวหัวดำที่เกิดจากคราบไขมันสะสมใต้รูขุมขน
- ผู้ที่มีปัญหาสิวอักเสบ ทั้งมีหัวและไม่มีหัว รวมถึงสิวตุ่มแดง สิวหัวหนองที่เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียและเกิดจากความมัน
- ผู้ที่เป็นสิวเรื้อรัง เกิดสิวขึ้นบ่อย ในบริเวณเดิม ที่เดิมๆไม่ยอมหาย
- ผู้ที่ต้องการฟื้นฟูผิว หลังเป็นสิว AC CLEAR จะช่วยในการปรับสมดุลผิว ให้ผิวกลับมาเนียนใสและแข็งแรงขึ้นอีกครั้ง
- ผู้ที่ต้องการเริ่มต้นดูแลผิวอย่างถูกวิธี AC CLEAR จึงเหมาะสำหรับคนที่อยากรักษาสิวอย่างเป็นขั้นตอนและมีแบบแผน
โดยผลลัพธ์ในการรักษาอาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ซึ่งขึ้นอยู่กับสภาพผิวเดิมและการดูแลผิวอย่างต่อเนื่องเป็นประจำ
ทำความรู้จักปัญหาสิวและสาเหตุของการเกิดสิว
สิวสามารถเกิดได้จากหลายปัจจัย มีทั้งปัจจัยภายนอกและปัจจัยภายในที่สามารถเกิดขึ้นได้เองจากร่างกายของคนเรา และยังมีปัจจัยอีกมากมายที่ช่วยในการกระตุ้นให้ผิวเกิดการอักเสบและกลายเป็นสิวในที่สุด โดยปัญหาที่ทำให้เกิดสิวสามารถเกิดได้ดังนี้
รูขุมขนที่เกิดการอุดตัน
ปัญหานี้มักเกิดขึ้นจากเซลล์ผิวของเราที่ตายแล้ว และไม่ผลัดออกส่งผลให้เกิดการอุดตันอยู่ในรูขุมขน เมื่อเซลล์ผิวดังกล่าวอุดตันในรูขุมขนแล้วเข้าไปรวมหรือจับตัวกับน้ำมันส่วนเกินของใบหน้า จึงทำให้เกิดการอุดตันในที่สุด
แบคทีเรียที่สะสมบนผิวหนัง
ผิวหนังที่เกิดสิว จะมีเชื้อแบคทีเรียที่ชื่อ C. acnes สะสมอยู่และเติบโตขึ้นเรื่อยๆ หากรักษาหรือทำความสะอาดได้ไม่ดีพอ ก็จะทำให้ผิวเกิดสิวได้
ผิวเกิดการผลิตน้ำมันขึ้นมามากจนเกินไป
จึงทำให้ผิวเกิดการสะสมของน้ำมันส่วนเกิน และทำให้เกิดการอุดตันได้หากทำความสะอาดได้ไม่ดีพอ
ฮอร์โมน
สิวประเภทนี้จะเกินขึ้นตามช่วงวัย อาจจะมีในวัยรุ่น หรือในช่วงที่สาวๆจะมีประจำเดือน ในช่วงนี้ร่างกายของคนเราจะเกิดการผลิตน้ำมันที่ผิวมากขึ้น ทำให้เกิดการสะสมของน้ำมันและส่งผลต่อการเกิดสิวอุดตันได้ง่ายมากขึ้น สิวประเภทนี้มักขึ้นบริเวณ คาง กรอบหน้า หรือสันกราม เป็นต้น
สิวมีกี่ประเภท
ประเภทของสิวสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทใหญ่ โดยแบ่งตามลักษณะของรูปลักษณ์ของสิว และยังสามารถแยกได้อีก 6 ประเภทย่อย
กลุ่มสิวไม่อักเสบ (Non-Inflammatory Acne)
สิวกลุ่มนี้มักถูกเรียกว่าสิวอุดตัน เนื่องจากเป็นสิวที่เกิดจากการอุดตันของน้ำมันบนใบหน้า และไปผสมกับเซลล์ผิวที่ตายแล้วที่อยู่ในรูขุมขน สามารถแบ่งสิวประเภทนี้แยกย่อยออกได้อีก 2 ชนิดคือ
สิวหัวขาว (Whiteheads / Closed Comedones)
สิวชนิดนี้จะมีลักษณะเป็นตุ่มที่นูนขึ้นมา มีขนาดเล็ก จะมีสีขาวหรือเป็นสีเดียวกับผิวหนังของคนเรา และไม่มีรูเปิด โดยสิวชนิดนี้เมื่อเป็นแล้วไม่ควรบีบ เพราะอาจจะเกิดการอักเสบได้หากผนังรูขุมขนแตก
สิวหัวดำ (Blackheads / Open Comedones)
สิวชนิดนี้จะมีรูเปิด ไม่ปิดแบบชนิดแรก จึงทำให้สิ่งอุดตันต่างๆเกิดปฏิกิริยากับออกซิเจน และกลายเป็นสีดำนั่นเอง สิวประเภทนี้จะมีข้อดีอยู่ที่สามารถกดออกได้ง่าย แต่การกดนั้นจะต้องทำโดยผู้มีประสบการณ์เพื่อไม่ให้เกิดการติดเชื้อ
กลุ่มสิวอักเสบ (Inflammatory Acne)
สิวชนิดนี้จะเกิดจากสิวที่อุดตันและไปผสมเข้ากับ เชื้อสิว C.acnes จนเกิดปฏิกิริยาบางอย่าง ทำให้เชื้อเข้าไปเจริญเติบโต จากนั้นร่างกายก็จะกระตุ้นให้เกิดการอักเสบ ขึ้นนั่นเอง สามารถแบ่งแยกย่อยได้เป็น 4 ข้อย่อยดังนี้
สิวตุ่มแดง (Papules)
สิวประเภทนี้จะมีลักษณะคล้ายตุ่มแดงที่มีขนาดเล็กๆ จะมีหัวหนอง กดหรือจับจะมีความเจ็บ หรือคัน
สิวหนอง (Pustules)
สิวประเภทนี้จะเริ่มมาจากการเป็นสิวตุ่มแดง ลักษณะคือจะมีหัวหนองตรงกลาง จะเกิดจากเม็ดเลือดขาวและแบคทีเรีย
สิวอักเสบแดงก้อนลึก (Nodules)
สิวประเภทนี้จะมีลักษณะเป็นตุ่มแดงที่มีขนาดใหญ่ขึ้นมากกว่าสิวตุ่มแดง จับแล้วจะรู้สึกมีก้อนแข็ง จะรู้สึกเจ็บ และไม่มีหัวที่เป็นหนอง
สิวหัวช้าง หรือสิวซีสต์ (Cysts)
สิวประเภทนี้จะมีลักษณะคล้ายถุงซีสต์ที่มีขนาดใหญ่ และจะมีหนองและเลือดสะสมอยู่ใต้ผิวหนังอยู่เป็นจำนวนมาก จับไปแล้วจะรู้สึกได้ว่ามีความนิ่ม เจ็บ และปวดที่ผิวมาก เมื่อไรที่เป็นสิวชนิดนี้ ไม่ควรบีบเป็นอันขาด เนื่องจากจะทำให้เนื้อเยื่อของผิว ถูกทำร้ายอย่างรุนแรง อาจทำให้เกิดแผลเป็น หรือหลุมสิวได้
นอกจาก 6 ประเภทนี้แล้ว ยังมีสิวที่สามารถเกิดจากปัจจัยอื่นๆได้อีก เช่น สิวผด (Acne Estivalis) ที่เกิดได้จากอากาศร้อน ผิวสัมผัสกับเหงื่อ เป็นต้น
ยังมีสิวเทียม หรือสิวสเตียรอยด์
หรืออาจเรียกว่าผิวติดสารก็ได้ ซึ่งเป็นสิวที่เกิดจากการแพ้สารเคมีอีกด้วย โดยปกติจะเกิดจากการทาครีม หรือใช้ยาที่มีส่วนผสมของสเตียรอยด์
ดูแลผิวเองอย่างไรให้ลดโอกาสการเกิดสิว
การรักษาสิว สามารถรักษาได้โดยแพทย์ แต่หากดูแลตัวเองร่วมด้วย ก็จะยิ่งทำให้ประสิทธิภาพในการรักษาดีขึ้นไปด้วย เป็นการส่งเสริมกันได้เป็นอย่างดี โดยวิธีการแนะนำให้ดูแลตัวเองในขณะที่รักษาสิวมีดังนี้
ดูแลผิวภายนอก
ล้างหน้า
- สามารถทำได้โดยการล้างหน้าให้ถูกวิธี โดยการล้างหน้าที่ถูกต้องนั้นควรล้างวันละ 2 ครั้ง ในช่วงเวลาเช้า และเย็น การเลือกโฟมล้างหน้าควรเลือกเป็นโฟมล้างหน้าที่มีความอ่อนโยน มีค่า pHที่มีความใกล้เคียงกับผิวให้มากที่สุด คือ pH 5.5 และควรหลีกเลี่ยงการทำร้ายผิวด้วยการขัด ถู หรือเกาผิวหน้าในขณะที่ล้าง
รู้จักการล้างหน้าหลายขั้นตอน
- หากแต่งหน้า หรือทาครีมกันแดด ควรใช้ Cleansing Water, Oil หรือ Cleansing Balm ก่อนล้างด้วยโฟมล้างหน้า เพื่อลดการอุดตันของผิว และป้องกันสารเคมีตกค้าง
ใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมในการช่วยลดสิว
- เลือกใช้สกินแคร์ที่มีส่วนผสมของ Salicylic Acid (BHA) ในการผลัดเซลล์ผิว ช่วยลดสิ่งอุดตัน ใช้ Niacinamide (Vitamin B3) ในการลดความมันสะสมบนใบหน้าที่เป็นต้นเหตุของการอักเสบของผิว
ใช้ Moisturizer
เพื่อให้ผิวหน้ามีความชุ่มชื้น ไม่ขาดน้ำ เพื่อป้องกันไม่ให้ต่อมน้ำมันผลิตน้ำมันออกมามากจนเกินไป แต่ควรเลือก Moisturizer เนื้อเจล หรือเนื้อโลชัน เพื่อความบางเบาและเป็นผลิตภัณฑ์ Non-Comedogenic เพื่อลดการอุดตันของผลิตภัณฑ์
การปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิต
ห้ามจับ ห้ามแกะ ห้ามเกาสิว
- เพื่อป้องกันสิ่งสกปรกหรือแบคทีเรียต่างๆที่อยู่ในมือ ไปสัมผัสกับใบหน้า การจับ แกะ เกาสิว รวมทั้งการบีบสิว จะทำให้แบคทีเรียแพร่กระจายลงสู่ผิวได้ และเกิดเป็นรอยแดง รอยดำซึ่งยากต่อการรักษาในอนาคต
อะไรที่ต้องสัมผัสกับผิว ควรรักษาควรสะอาด
- ปลอกหมอนที่นอนและต้องถูกับใบหน้า ควรเปลี่ยนบ่อยๆ อย่างน้อย สัปดาห์ละ 1 ครั้ง
- โทรศัพท์มือถือที่ต้องสัมผัสทั้งมือและใบหน้า ควรเช็ดและทำความสะอาดบ่อยเท่าที่จะสามารถทำได้
- ควรเปลี่ยนผ้าขนหนูอาบน้ำบ่อยๆ หรือใช้กระดาษทิชชูในการเช็ดหน้าแทนผ้าขนหนู
- ผ้าห่มที่ต้องโดนใบหน้า ควรซักอย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 ครั้ง
- อุปกรณ์แต่งหน้า ควรทำความสะอาดทุกสัปดาห์ เพื่อลดการสะสมของสิ่งสกปรกและการหมักหมม
พยายามไม่เครียด และนอนหลับให้เพียงพอ
- เนื่องจากความเครียดนั้นส่งผลต่อการหลั่งฮอร์โมนคอร์ติซอล (Cortisol) ของร่างกาย ซึ่งฮอร์โมนชนิดนี้จะเข้าไปกระตุ้นการทำงานของต่อมไขมันให้ทำงานหนักขึ้น และจะทำให้เกิดสิวอักเสบได้ในที่สุด
การเลือกรับประทานอาหาร
- การเลือกรับประทานอาหาร นับเป็นอีกหนึ่งสิ่งจำเป็นของการเกิดสิว เมื่อไหร่ก็ตามที่เรารับประทานอาหารที่มีส่วนประกอบของน้ำตาลมาก เช่น ของหวาน หรือขนม จะทำให้น้ำตาลพุ่ง และเข้าไปกระตุ้นให้เกิดการอักเสบ และเพิ่มไขมันบนผิวได้
- นมวัว นมสด ผลิตภัณฑ์ที่ทำจากนมเช่น ชีส เวย์โปรตีน ของมัน ของทอดจะมีฮอร์โมน ที่เข้าไปกระตุ้นต่อมไขมัน
- เลือกรับประทานอาหารที่มีซิงค์ (Zinc) หรือสังกะสีให้มาก เนื่องจากสามารถลดการอักเสบของผิวได้ อาหารประเภทนี้ได้แก่ หอยนางรม เมล็ดฟักทอง และถั่วต่างๆ
- อาหารที่มีโอเมก้า 3 สูง เช่น อะโวคาโด ปลาทะเล ควรรับประทานให้มาก เพื่อลดการอักเสบของสิว
- รับประทานผักผลไม้หลากสี เพื่อเพิ่มสารอนุมูลอิสระ และทำให้ผิวแข็งแรงมากขึ้น
การดูแลผิวนั้น ควรทำอย่างสม่ำเสมอ ไม่ควรเปลี่ยนสกินแคร์บ่อยๆ ให้เวลาผิวได้ผลัดตัว และปรับตัวประมาณ 28 วันเพื่อผลลัพธ์ที่ดี ในการดูแลตัวเอง
FAQ AC CLEAR
ทำ AC CLEAR เจ็บไหม
- ภาพรวมของการรักษาไม่เจ็บ เนื่องจากขั้นตอนการดูแลสิวทั้ง 5 ขั้นตอนไม่มีขั้นตอนไหนเป็นการรักษาสิวโดยการใช้อุปกรณ์ที่ทำให้รู้สึกเจ็บ อาจมีขั้นการ กด และฉีดสิวเท่านั้น ที่อาจให้ความรู้สึก เจ็บ ตึง หรือกลัวเล็กน้อยในผู้ที่ไม่เคยทำ
ต้องทำ AC CLEAR กี่ครั้งจึงจะเห็นผล
- จำนวนการรักษาด้วยโปรแกรม AC CLEAR ขึ้นอยู่กับสภาพผิว และปัญหาสิวที่เป็น ทั้งนี้ควรให้แพทย์พิจารณา โดยปกติแล้วอาจต้องทำ 3-5 ครั้งเพื่อผลลัพธ์ที่ดี
สิวประเภทไหนเหมาะกับการทำ AC CLEAR
- AC CLEAR เป็นโปรแกรมรักษาสิวแบบเคสต่อเคส โดยแพทย์จะพิจารณาการแก้ปัญหาและจ่ายยาตามปัญหาที่เกิดขึ้นจริง โดยไม่เลี้ยงไข้ จึงทำให้ผู้ที่เป็นสิวสามารถเข้ารักษาได้ในสิวทุกกลุ่ม และทุกประเภทที่สร้างความกังวลใจ
AC CLEAR ต้องจองก่อนหรือไม่
- ควรทำการจองมาก่อนเข้ารับบริการ เพื่อความสะดวกสบายในการเข้ารับบริการ และเพื่อจัดหาแพทย์ผู้มีความรู้ความสามารถในการรักษาสิวโดยเฉพาะเพื่อทำการดูแล
AC CLEAR ราคาเท่าไหร่
- ตอนนี้รมย์รวินท์คลินิกมีจัดโปรโมชัน AC CLEAR รักษาสิว 5 ขั้นตอน ในราคา 990 บาท จากปกติ 2,020 เพื่อให้คนไข้ทั้งเด็ก วัยรุ่น และผู้ใหญ่ ที่ประสบปัญหาสิว ได้รักษาสิวอย่างถูกต้องในราคาที่จับต้องได้
การดูแลตัวเองควรทำควบคู่กันไปทั้งโดยแพทย์และทำเองที่บ้าน อีกทั้งควรปรับวิธีการใช้ชีวิตเพื่อให้การรักษาสิวประสบความสำเร็จโดยเร็ว โดยโปรแกรม AC CLEAR จากรมย์รวินท์คลินิก นับเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยที่จะทำให้การรักษาสิวของคุณประสบความสำเร็จ หากคุณประสบปัญหาสิว เรื้อรัง รักษาที่ไหนก็ไม่หาย หรือเป็นสิว แต่ไม่รู้ว่าจะเริ่มรักษาอย่างไรดี ให้โปรแกรม AC CLEAR ที่รมย์รวินท์คลินิกช่วยดูแล



















