การเผชิญกับแสงแดด และมลภาวะในแต่ละวัน อาจทำให้ผิวดูโทรม แห้งกร้าน และขาดน้ำโดยไม่รู้ตัว ซึ่งการดูแลผิวในปัจจุบัน จึงไม่ได้เน้นแค่การบำรุงผิวจากภายนอกเพียงอย่างเดียว แต่ให้ความสำคัญกับการฟื้นฟูผิวจากภายใน โดยหนึ่งในทางเลือกที่ได้รับความสนใจคือ ฟิลเลอร์งานผิว Teoxane Redensity 1 จากยุโรป ซึ่งออกแบบมาเพื่อเติมความชุ่มชื้น และฟื้นฟูคุณภาพผิวโดยเฉพาะ
บทความนี้จะพาไปทำความรู้จักฟิลเลอร์ Teoxane Redensity 1 ให้มากขึ้น ทั้งในแง่ของเทคโนโลยีการผลิต จุดเด่น และคุณสมบัติ พื่อให้ผิวดูสุขภาพดีอย่างแลดูเป็นธรรมชาติจากภายใน ทั้งนี้ การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ควรอยู่ภายใต้การประเมินของแพทย์ เพื่อให้เหมาะสมกับสภาพผิวและโครงสร้างใบหน้าอย่างแท้จริง

Teoxane Redensity 1 คืออะไร?
Teoxane Redensity 1 เป็นฟิลเลอร์งานผิวกลุ่ม Hyaluronic Acid (HA) ที่ไม่ผ่านการเชื่อมพันธะ (Non-crosslinked) ความเข้มข้นของ HA 15 mg/ml ทำให้ได้เนื้อเจลที่มีความละเอียดมากคล้ายน้ำ สามารถกระจายตัวในชั้นผิวได้ดี และให้ผลลัพธ์ที่กลมกลืนเข้าผิวอย่างแลดูเป็นธรรมชาติ
ด้วยคุณสมบัติของ HA ที่สามารถอุ้มน้ำ และกักเก็บความชุ่มชื้นสูง จึงทำให้ฟิลเลอร์ Teoxane Redensity 1 ถูกนำมาใช้เพื่อฟื้นฟูสภาพผิว เพิ่มความชุ่มชื้น ลดเลือนริ้วรอยเล็ก ๆ และปรับปรุงคุณภาพผิว โดยไม่ได้เน้นเพิ่มวอลลุม หรือยกกระชับปรับรูปหน้าเหมือนฟิลเลอร์ทั่วไป ซึ่งโดยส่วนใหญ่จะใช้ในการบำรุงผิวชั้นตื้น โดยไม่ทำให้ใบหน้าแข็งตึง และไม่เป็นก้อนง่ายหลังฉีด

ส่วนประกอบของ Teoxane Redensity 1
ฟิลเลอร์ Teoxane Redensity 1 ผสานไปด้วยส่วนประกอบสำคัญหลายชนิด ดังนี้
- Hyaluronic Acid (HA)
Teoxane Redensity 1 ประกอบไปด้วย Hyaluronic Acid (HA) ในรูปแบบ Non-crosslinked ความเข้มข้นของ HA 15 mg/ml ซึ่งทำหน้าที่เหมือนฟองน้ำในการดูดซับ และล็อกความชุ่มชื้นให้ผิว ทำให้ผิวอิ่มน้ำ ฉ่ำวาว และดูสุขภาพดีจากภายใน
- กรดอะมิโน 8 ชนิด
Teoxane Redensity 1 ประกอบไปด้วยกรดอะมิโนถึง 8 ชนิด ได้แก่ Argireline, Glycine, Lysine, Threonine, Proline, Isoleucine, Leucine และ Valine ซึ่งทำหน้าที่เป็นสารตั้งต้นให้เซลล์ผิวสร้างโปรตีนสำคัญอย่าง คอลลาเจน และอีลาสติน
- สารต้านอนุมูลอิสระ 3 ชนิด
Teoxane Redensity 1 ประกอบไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระถึง 3 ชนิด ได้แก่ Glutathione, N-Acetyl-L-Cysteine และ Alpha-Lipoic Acid ซึ่งทำหน้าที่ปกป้องเซลล์ผิวจากการถูกทำร้ายของสารอนุมูลอิสระ
- แร่ธาตุ 2 ชนิด
Teoxane Redensity 1 ประกอบไปด้วยแร่ธาตุถึง 2 ชนิด ได้แก่ Zinc และ Copper ซึ่งทำหน้าที่เสริมกระบวนการสร้างเซลล์ผิวใหม่ และซ่อมแซมเซลล์ผิว
- วิตามิน B6
Teoxane Redensity 1 ประกอบไปด้วยวิตามิน B6 รวม 14 ชนิด ซึ่งทำหน้าที่รักษาสมดุลน้ำในชั้นผิว และเสริมกระบวนการทำงานของเซลล์ผิว

จุดเด่นของ Teoxane Redensity 1
- เทคโนโลยี Preserved Network Technology (PNT)
Teoxane Redensity 1 ใช้เทคโนโลยี Preserved Network Technology (PNT) ในกระบวนการผลิต ซึ่งจะช่วยคงความสมบูรณ์ของโครงสร้างโมเลกุล HA ทำให้ได้เนื้อเจลที่มีความละเอียด เรียบเนียน และกระจายตัวได้ดีในชั้นผิว ลดโอกาสการแพ้ และบวมหลังฉีด
- กักเก็บน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ
Teoxane Redensity 1 ใช้โมเลกุลของ HA สายยาว ทำให้สามารถกักเก็บน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยการดึงโมเลกุลน้ำรอบตัวมาเกาะได้เป็นจำนวนมาก ส่งผลให้ผิวดูฉ่ำวาว และสุขภาพดีจากภายใน
- ให้ผลลัพธ์ที่แลดูเป็นธรรมชาติ
Teoxane Redensity 1 สามารถให้ผลลัพธ์ที่แลดูเป็นธรรมชาติ โดยไม่ทำให้โครงหน้าเปลี่ยน เนื่องจากเป็น Non-crosslinked HA ที่เน้นบำรุงผิวโดยรวม และสามารถกระจายตัวในชั้นผิวได้ดี
- ใช้ได้กับหลากหลายบริเวณ
Teoxane Redensity 1 สามารถใช้ได้กับหลากหลายบริเวณ ทั้งใบหน้า ลำคอ เนินอก และมือ ซึ่งจะเน้นการเสริมสร้างความชุ่มชื้นให้ผิว และบำรุงผิวจากภายใน
- ลดความเจ็บระหว่างการฉีด
Teoxane Redensity 1 มีส่วนประกอบของ Lidocaine จึงช่วยลดความเจ็บระหว่างการฉีด ทำให้ผู้รับบริการรู้สึกสบายผิวมากขึ้น
- มาตรฐานการรับรอง
Teoxane Redensity 1 ในปัจจุบันมีการจัดจำหน่ายมากกว่า 90 ประเทศทั่วโลก และยังได้รับมาตรฐานการรับรองจาก องค์การอาหารและยา (อย.) อีกด้วย

Teoxane Redensity 1 ช่วยเรื่องอะไรได้บ้าง?
- เติมความชุ่มชื้นให้ผิว
Teoxane Redensity 1 เป็นฟิลเลอร์งานผิวที่ช่วยเติมความชุ่มชื้นให้ผิวจากภายใน ลดความแห้งกร้านของผิว ทำให้ผิวอิ่มน้ำ ฉ่ำวาว และดูสุขภาพดี รวมถึงแต่งหน้าติดทนมากขึ้น
- ลดเลือนริ้วรอยเล็ก ๆ
Teoxane Redensity 1 เป็นฟิลเลอร์งานผิวที่ช่วยลดเลือนริ้วรอยเส้นเล็ก ๆ หรือริ้วรอยแรกเริ่ม เช่น ริ้วรอยรอบดวงตา ริ้วรอยรอบริมฝีปาก และริ้วรอยบริเวณลำคอ
- เพิ่มความยืดหยุ่นให้ผิว
Teoxane Redensity 1 เป็นฟิลเลอร์งานผิวที่ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่น เพิ่มความอิ่มฟู และเพิ่มความกระชับให้ผิว ลดปัญหาผิวขาดความยืดหยุ่นเมื่ออายุมากขึ้น
- ปรับสีผิวให้กระจ่างใส
Teoxane Redensity 1 เป็นฟิลเลอร์งานผิวที่ช่วยปรับสีผิวให้กระจ่างใส และสีผิวดูสม่ำเสมอมากขึ้น แก้ปัญหาผิวหมองคล้ำตามวัย เพื่อผิวโกลว์สุขภาพดี
- กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน
Teoxane Redensity 1 เป็นฟิลเลอร์งานผิวที่ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน และอีลาสตินตามธรรมชาติ
- ป้องกันการเกิดริ้วรอยก่อนวัย
Teoxane Redensity 1 เป็นฟิลเลอร์งานผิวที่ช่วยต้านสารอนุมูลอิสระ เสริมเกราะป้องกันผิว และป้องกันการเกิดริ้วรอยก่อนวัย
ทั้งนี้ การเลือกใช้ฟิลเลอร์ Teoxane Redensity 1 ควรอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ เพื่อให้เหมาะสมกับปัญหาและลดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นในแต่ละบุคคล

Teoxane Redensity 1 ฉีดบริเวณใดได้บ้าง?
Teoxane Redensity 1 เป็นฟิลเลอร์งานผิวที่ออกแบบมา เพื่อฟื้นฟูคุณภาพผิวโดยรวม จึงสามารถฉีดได้หลายบริเวณที่ต้องการเพิ่มความชุ่มชื้น ลดริ้วรอยเล็ก ๆ และปรับผิวกระจ่างใส
- ใบหน้า
การฉีด Teoxane Redensity 1 บริเวณใบหน้า เช่น แก้ม ขมับ กรอบหน้า คาง หรือริมฝีปาก สามารถช่วยเสริมสร้างความชุ่มชื้นให้ผิว ต้านสารอนุมูลอิสระ ลดเลือนริ้วรอยเส้นเล็ก ๆ และปรับผิวให้กระจ่างใส ทำให้ผิวมีสุขภาพที่ดีจากภายใน
- ลำคอ
การฉีด Teoxane Redensity 1 บริเวณลำคอ สามารถช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิว ลดปัญหาผิวหยาบกร้าน และแก้ไขริ้วรอยเส้นเล็ก ๆ บริเวณลำคอ
- เนินอก
การฉีด Teoxane Redensity 1 บริเวณเนินอก สามารถช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิว ปรับผิวให้กระจ่างใส และฟื้นฟูผิวที่เสื่อมสภาพ และปรับผิวให้เรียบเนียน
- มือ
การฉีด Teoxane Redensity 1 บริเวณมือ สามารถช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิว ลดความแห้งกร้านของผิว และเพิ่มความยืดหยุ่นให้ผิว

ใครบ้างที่เหมาะกับ Teoxane Redensity 1?
การเลือกฉีด Teoxane Redensity 1 ควรพิจารณาจากสภาพผิว และเป้าหมายในการรักษาของแต่ละบุคคล โดยทั่วไปกลุ่มที่เหมาะกับการฉีดฟิลเลอร์ชนิดนี้ ได้แก่
- ผู้ที่มีปัญหาผิวแห้งกร้าน ขาดน้ำ และผิวลอกเป็นขุย
- ผู้ที่มีปัญหาริ้วรอยเส้นเล็ก ๆ หรือร่องตื้นบนใบหน้า
- ผู้ที่มีปัญหาผิวขาดความยืดหยุ่น และไม่กระชับ
- ผู้ที่ปัญหาผิวหมองคล้ำ และสีผิวไม่สม่ำเสมอ
- ผู้ที่มีปัญหาผิวโทรม ไม่สดใสจากแสงแดด หรือมลภาวะ
- ผู้ที่มีปัญหาผิวขาดการบำรุง และแต่งหน้าไม่ติด
- ผู้ที่ต้องการฟื้นฟูผิวหลังทำหัตถการ
- ผู้ที่ต้องการให้ผิวอิ่มน้ำ ฉ่ำวาว และดูสุขภาพดี
หมายเหตุ ก่อนฉีด Teoxane Redensity ควรเข้ารับการปรึกษาแพทย์ และแจ้งประวัติสุขภาพให้แพทย์ทราบอย่างละเอียด ไม่ว่าจะเป็นประวัติโรคประจำตัว ประวัติการแพ้ ประวัติการรักษา และยาที่รับประทานอยู่
Teoxane Redensity 1 กับ Belotero Revive ต่างกันอย่างไร?
การฉีด Teoxane Redensity 1 และ Belotero Revive แม้จะเป็นฟิลเลอร์งานผิวเหมือนกัน แต่ก็มีความแตกต่างกันอย่างชัดเจนในหลาย ๆ ด้าน ดังนี้
- Teoxane Redensity 1
Teoxane Redensity 1 เป็นฟิลเลอร์งานผิวที่ผสานไปด้วยส่วนประกอบสำคัญอย่าง Hyaluronic Acid (HA), กรดอะมิโน 8 ชนิด, สารต้านอนุมูลอิสระ 3 ชนิด, แร่ธาตุ 2 ชนิด และวิตามิน B6 ซึ่งถูกออกแบบมาเพื่อเสริมสร้างความชุ่มชื้นให้ผิว ปกป้องผิวจากอนุมูลอิสระ ปรับสีผิวให้กระจ่างใส กระตุ้นคอลลาเจน ลดเลือนริ้วรอย เพิ่มความกระชับให้ผิว และป้องกันการเกิดริ้วรอยก่อนวัย ส่งผลให้ผิวมีความชุ่มชื้น อิ่มน้ำ ฉ่ำวาว ยืดหยุ่น กระจ่างใส สีผิวสม่ำเสมอ และดูสุขภาพดีจากภายใน ซึ่งผลลัพธ์หลังฉีดสามารถคงอยู่ได้นานประมาณ 3 เดือน ขึ้นอยู่กับสภาพผิว และการดูแลตัวเองหลังฉีด
- Belotero Revive
Belotero Revive เป็นฟิลเลอร์งานผิวที่ผสานไปด้วยส่วนประกอบสำคัญอย่าง Hyaluronic Acid (HA) และ Glycerol ซึ่งถูกออกแบบมาเพื่อฟื้นฟูสภาพผิว เพิ่มความชุ่มชื้น เพิ่มความยืดหยุ่น ลดเลือนริ้วรอยเล็ก ๆ ปลอบประโลมผิว สามารถอุ้มน้ำได้ดี และเสริมเกราะป้องกันผิวให้แข็งแรงจากภายใน ส่งผลให้ผิวมีความโกลว์ ชุ่มชื้น อิ่มน้ำ ยืดหยุ่น และเรียบเนียนจากภายใน ซึ่งผลลัพธ์หลังฉีดสามารถคงอยู่ได้นานประมาณ 9 เดือน ขึ้นอยู่กับสภาพผิว และการดูแลตัวเองหลังฉีด
ฟิลเลอร์ Teoxane มีทั้งหมดกี่รุ่น?
ฟิลเลอร์แต่ละแบรนด์มักพัฒนาออกมาหลายรุ่น เพื่อให้เหมาะกับระดับปัญหาและตำแหน่งที่ฉีดแตกต่างกัน เช่นเดียวกับฟิลเลอร์ Teoxane ซึ่งในประเทศไทยมีให้เลือกใช้งานทั้งหมดประมาณ 7 รุ่น โดยแต่ละรุ่นของ Teoxane ถูกออกแบบให้มีค่าความแน่น ความยืดหยุ่น และความคงตัวของเนื้อเจลไม่เท่ากัน เพื่อรองรับการเติมเต็มทั้งผิวชั้นตื้นไปจนถึงการปรับโครงสร้างใบหน้าในชั้นลึก
ความแตกต่างของเนื้อฟิลเลอร์ Teoxane
จุดสำคัญของการเลือกใช้ฟิลเลอร์อยู่ที่คุณสมบัติของเนื้อเจล ไม่ว่าจะเป็นความนุ่ม ความแน่น หรือความสามารถในการคงรูป รุ่นที่บางเบาจะเหมาะกับริ้วรอยเล็ก ๆ ขณะที่รุ่นเนื้อแน่นจะเหมาะกับการเสริมโครงสร้างหรือเพิ่มวอลลุมในจุดที่ต้องการการพยุงมากขึ้น
รายละเอียดรุ่นหลักของฟิลเลอร์ Teoxane
- ฟิลเลอร์ Teoxane รุ่น RHA 1
มีเนื้อสัมผัสละเอียดและค่อนข้างบาง เหมาะสำหรับดูแลริ้วรอยตื้น (Fine lines) หรือผิวบริเวณบอบบาง เช่น รอบปาก ลำคอ เนินอก รวมถึงบางกรณีของใต้ตา
- ฟิลเลอร์ Teoxane รุ่น RHA 2
เนื้อเจลมีความนุ่มระดับกลาง ใช้กับริ้วรอยความลึกปานกลาง หรือบริเวณที่ต้องการความเรียบเนียน เช่น มีร่องแก้มเล็กน้อย หน้าผาก และสามารถใช้ปรับรูปทรงริมฝีปากให้ดูสมดุลได้
- ฟิลเลอร์ Teoxane รุ่น RHA 3
มีความแน่นมากขึ้น เหมาะสำหรับเติมเต็มร่องลึกระดับปานกลางถึงค่อนข้างชัด เช่น ร่องแก้ม ร่องน้ำหมาก หรือเพิ่มวอลลุมบริเวณปาก โดยยังคงความยืดหยุ่นตามเอกลักษณ์ของ Teoxane
- ฟิลเลอร์ Teoxane รุ่น RHA 4
เป็นรุ่นที่มีความคงตัวสูงในกลุ่ม RHA เหมาะกับการยกกระชับปรับรูปหน้า เช่น ขมับ แก้ม คาง หรือกรอบหน้า ช่วยพยุงโครงสร้างผิวชั้นลึกได้ดี
- ฟิลเลอร์ Teoxane รุ่น Redensity 1
จัดอยู่ในกลุ่มฟื้นฟูคุณภาพผิว เน้นเพิ่มความชุ่มชื้นและความเรียบเนียน เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการฟื้นฟูสภาพผิวโดยรวม
- ฟิลเลอร์ Teoxane รุ่น Ultra Deep
มีความหนาแน่นสูง เหมาะสำหรับการเสริมโครงสร้างใบหน้าในผิวชั้นลึก เช่น ขมับ แก้มส้ม คาง หรือกรอบหน้า
- ฟิลเลอร์ Teoxane รุ่น Redensity 2
ออกแบบมาสำหรับบริเวณใต้ตาโดยเฉพาะ เหมาะกับการเติมเต็มร่องน้ำตาและดูแลปัญหาใต้ตาที่เกี่ยวข้องกับการยุบตัวของโครงสร้างใบหน้า
ขั้นตอนการทำงานของ Teoxane Redensity 1
- การประเมินสภาพผิว
แพทย์จะทำการวิเคราะห์สภาพผิวและประเมินบริเวณที่ต้องการดูแล เช่น ใบหน้า ลำคอ หรือบริเวณเนินอก เพื่อวางแผนการฉีดให้เหมาะสมกับสภาพผิวของแต่ละบุคคล
- การเตรียมผิวก่อนทำหัตถการ
ก่อนเริ่มการฉีด จะมีการทำความสะอาดผิวอย่างเหมาะสม พร้อมทายาชาเพื่อช่วยลดความรู้สึกไม่สบายผิว โดยทั่วไปใช้เวลาประมาณ 30–45 นาที
- ขั้นตอนการฉีดสารบำรุงผิว
แพทย์จะใช้เทคนิคการฉีดแบบ Micro-injection กระจายสารในระดับตื้นทั่วบริเวณผิวที่ต้องการดูแล เพื่อให้สารกระจายตัวสม่ำเสมอในชั้นผิว
- กลไกการทำงานของสารในผิว
หลังการฉีด Hyaluronic Acid จะช่วยเติมความชุ่มชื้นให้ผิว พร้อมสนับสนุนกระบวนการฟื้นฟูผิวตามธรรมชาติ ทำให้ผิวดูเรียบเนียนขึ้น และช่วยให้ริ้วรอยขนาดเล็กดูจางลง
- การดูแลผิวหลังทำหัตถการ
หลังการฉีดควรหลีกเลี่ยงการกด นวด หรือสัมผัสบริเวณที่ฉีด รวมถึงควรงดกิจกรรมที่มีความร้อนสูง เช่น ซาวน่า หรือการดื่มแอลกอฮอล์ ประมาณ 24–48 ชั่วโมง เพื่อให้ผิวฟื้นตัวได้อย่างเหมาะสม
วิธีเตรียมตัวก่อนทำ และการดูแลหลังฉีดฟิลเลอร์ Teoxane Redensity 1
ก่อนเข้ารับบริการ ควรศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์เบื้องต้น วิธีตรวจสอบผลิตภัณฑ์แท้ รวมถึงเลือกสถานพยาบาลที่ได้มาตรฐานและมีแพทย์เป็นผู้ประเมินโดยตรง
การเตรียมตัวก่อนฉีดฟิลเลอร์ Teoxane Redensity 1
- หลีกเลี่ยงยากลุ่มต้านการอักเสบบางชนิด และยาที่ส่งผลต่อการแข็งตัวของเลือด เช่น NSAIDs แอสไพริน รวมถึงอาหารเสริมบางประเภท เช่น วิตามินอี น้ำมันปลา โสม กระเทียมสกัด ประมาณ 3–7 วัน
- หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และกิจกรรมที่กระตุ้นการไหลเวียนเลือดมาก ๆ ก่อนทำ ประมาณ 24 ชั่วโมง
- งดใช้ผลิตภัณฑ์ผลัดเซลล์ผิวบริเวณที่จะฉีด
- งดการทำเลเซอร์ หัตถการความร้อน หรือการนวดหน้า อย่างน้อย 2–3 วัน
การดูแลตัวเองหลังฉีดฟิลเลอร์ Teoxane Redensity 1
หลังฉีดฟิลเลอร์ Teoxane Redensity 1 ควรปฏิบัติตัวอย่างเหมาะสมเพื่อให้ฟิลเลอร์เข้าที่ได้ดี
- หลีกเลี่ยงการกด นวด หรือจับคลึงบริเวณที่ฉีด
- งดกิจกรรมที่ต้องเผชิญความร้อนจัด เช่น ซาวน่า อบไอน้ำ ออกกำลังกายหนัก ในช่วงแรก
- งดการทำทรีตเมนต์หรือเลเซอร์ที่ลงลึกถึงชั้นผิว อย่างน้อยประมาณ 1 เดือน
- ดื่มน้ำให้เพียงพอวันละประมาณ 1.5–2 ลิตร เนื่องจาก HA เป็นสารที่อุ้มน้ำ
- หลีกเลี่ยงอาหารรสจัด แอลกอฮอล์ และกิจกรรมที่ต้องอยู่หน้าเตาร้อนเป็นเวลานาน ในช่วง 1–2 สัปดาห์แรก
ทั้งนี้ ระยะเวลาการฟื้นตัวและการเข้าที่ของฟิลเลอร์อาจแตกต่างกันในแต่ละบุคคล หากมีอาการผิดปกติควรกลับไปพบแพทย์ผู้ดูแลเพื่อประเมินเพิ่มเติม
ฟิลเลอร์ในปัจจุบันมีให้เลือกหลายแบรนด์และหลายเทคโนโลยี การทำความเข้าใจคุณสมบัติของแต่ละรุ่นจึงเป็นสิ่งสำคัญก่อนตัดสินใจ สำหรับฟิลเลอร์ Teoxane Redensity 1 จุดเด่นอยู่ที่การออกแบบโครงสร้าง Hyaluronic Acid ให้มีความยืดหยุ่นและคงตัวได้อย่างสมดุล รองรับทั้งการเติมเต็มริ้วรอย การเสริมโครงหน้า และการปรับสัดส่วนในบริเวณที่มีการเคลื่อนไหวของใบหน้า
อย่างไรก็ตาม การเลือกใช้ฟิลเลอร์ไม่ควรพิจารณาเพียงยี่ห้อหรือรุ่นเท่านั้น แต่ควรประเมินร่วมกับแพทย์เพื่อวิเคราะห์โครงสร้างใบหน้า ระดับปัญหา และเป้าหมายของแต่ละบุคคล เพื่อวางแผนการรักษาให้เหมาะสมที่สุด
หากได้รับการประเมินอย่างถูกต้องและดูแลตนเองตามคำแนะนำหลังทำอย่างเหมาะสม ฟิลเลอร์ Teoxane Redensity 1 ก็สามารถเป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการยกกระชับปรับรูปหน้าและเติมเต็มผิวให้ดูสมดุล กลมกลืน และสอดคล้องกับลักษณะเฉพาะของแต่ละคนได้อย่างลงตัว

