เมื่อวันเวลาผ่านไป อายุที่เพิ่มมากขึ้น กระบวนการทำงานของผิวหนังจะค่อย ๆ เปลี่ยนไป โดยเฉพาะการผลิตคอลลาเจนและอีลาสตินที่ลดลงตามวัย ส่งผลให้ผิวสูญเสียความยืดหยุ่น เกิดภาวะผิวหย่อนคล้อยร่วมกับการเปลี่ยนแปลงของไขมันและโครงสร้างกระดูกบนใบหน้า ทำให้กรอบหน้าไม่ชัดและรูปหน้าดูเปลี่ยนไปจากเดิม การยกกระชับจึงเข้ามามีบทบาทสำคัญในฐานะเทคนิคการฟื้นฟูผิวที่ช่วยกระตุ้นให้ผิวกลับมาแข็งแรงและเต่งตึงอีกครั้ง
ในทางการแพทย์การยกกระชับ หมายถึงการใช้เทคนิคหรือพลังงานเฉพาะเพื่อกระตุ้นให้เนื้อเยื่อผิวหนังเกิดการหดกระชับและสร้างคอลลาเจนใหม่ ส่งผลให้ผิวดูแน่นเรียบขึ้นอย่างกลมกลืนกับใบหน้า ไม่เพียงช่วยลดเลือนริ้วรอย แต่ยังช่วยยกกระชับปรับรูปหน้าให้ได้สัดส่วนสมดุลมากขึ้น ปัจจุบันมีเทคโนโลยีหลากหลายรูปแบบ ทั้งการยกกระชับแบบไม่ผ่าตัด เช่น Ultherapy Prime, Thermage FLX ไปจนถึงการร้อยไหม ซึ่งแต่ละวิธีจะเหมาะกับระดับความหย่อนคล้อยของผิวที่แตกต่างกัน
บทความนี้จะอธิบายตั้งแต่ ยกกระชับคืออะไร หลักการทำงานของการยกกระชับ ไปจนถึงเทคโนโลยีที่นิยมใช้ในปัจจุบัน เพื่อให้คุณเข้าใจกลไกการฟื้นฟูผิวอย่างถูกต้อง และสามารถเลือกแนวทางการดูแลหรือยกกระชับปรับรูปหน้าได้เหมาะสมกับสภาพผิวและช่วงวัยของตัวเอง

ยกกระชับคืออะไร? ทำงานอย่างไร?
การยกกระชับ คือกระบวนการฟื้นฟูผิวที่มีจุดประสงค์เพื่อคืนความเต่งตึงและความยืดหยุ่นให้กับผิวหนัง รวมถึงช่วยให้โครงสร้างใบหน้าที่เริ่มหย่อนคล้อยกลับมากระชับขึ้นอีกครั้ง การยกกระชับสามารถทำได้หลายวิธี เช่น การใช้คลื่นอัลตราซาวนด์พลังงานสูง (HIFU), การใช้คลื่นวิทยุ (RF) ที่ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในชั้นผิว ทำให้ผิวดูเรียบเนียนและอ่อนวัยขึ้นอย่างกลมกลืนกับใบหน้า
หลักสำคัญของการยกกระชับ คือการกระตุ้นเนื้อเยื่อในชั้นผิวโดยเฉพาะชั้น SMAS (Superficial Musculoaponeurotic System) ซึ่งเป็นชั้นที่เชื่อมระหว่างผิวหนังกับกล้ามเนื้อใบหน้า การส่งพลังงานลงไปถึงชั้นนี้จะช่วยให้เนื้อเยื่อเกิดการหดตัว กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ และส่งผลให้ผิวด้านบนดูยกกระชับขึ้น นอกจากช่วยลดเลือนริ้วรอยแล้ว ยังช่วยยกกระชับปรับรูปหน้าให้ได้สัดส่วนและยกแนวกรอบหน้าให้ชัดเจนขึ้น
การกระตุ้นชั้น SMAS ถือเป็นหัวใจสำคัญของเทคนิคยกกระชับในยุคปัจจุบัน เพราะให้ผลลัพธ์ที่ดูกลมกลืนกับใบหน้าและอยู่ได้นานกว่า เทคโนโลยีอย่าง Ultherapy Prime หรือ Ultraformer 4D Lift จึงได้รับความนิยมอย่างมาก เนื่องจากสามารถยกกระชับและยกกระชับปรับรูปหน้าได้อย่างแม่นยำ โดยไม่ต้องพักฟื้นหรือเสี่ยงแผลต่อการผ่าตัด
ทำไมผิวถึงหย่อนคล้อย? เข้าใจต้นเหตุเพื่อดูแลผิวได้อย่างแม่นยำ
สาเหตุของผิวหย่อนคล้อยมักเกิดจากการเสื่อมของโครงสร้างผิวตามวัยและปัจจัยแวดล้อมต่าง ๆ ที่เราพบเจอในชีวิตประจำวัน เมื่ออายุมากขึ้น การสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินในผิวลดลง ทำให้ผิวสูญเสียความยืดหยุ่น ความแน่นกระชับค่อย ๆ หายไป ผิวจึงดูบางลงและเริ่มเกิดร่องลึกหรือริ้วรอยตามมา
อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญคือการสูญเสียไขมันใต้ผิว ซึ่งเป็นส่วนที่ช่วยพยุงและเติมเต็มโครงหน้า เมื่อไขมันลดลง ใบหน้าจะดูแบนหรือหย่อนลง ส่งผลให้รูปหน้าดูเปลี่ยนไปจากเดิม เช่น จากรูปหน้าแบบตัววี (V-Shape) กลายเป็นรูปตัวยู (U-Shape) นอกจากนี้ การลดน้ำหนักอย่างรวดเร็วโดยไม่ควบคุม ยังทำให้ผิวไม่สามารถหดกลับได้ทัน ส่งผลให้ผิวย้วยและขาดความกระชับ
ปัจจัยภายนอกอย่างแสงแดด มลภาวะ และรังสี UV ก็มีผลโดยตรงต่อการทำลายเส้นใยคอลลาเจนใต้ผิว การละเลยการป้องกันแสงแดด หรือการพักผ่อนไม่เพียงพอ ล้วนเร่งให้เกิดการเสื่อมของผิวเร็วกว่าปกติ รวมถึงพฤติกรรมที่ทำซ้ำ ๆ เช่น การแสดงสีหน้าเดิมบ่อย ๆ หรือความเครียดสะสม ก็ทำให้กล้ามเนื้อใบหน้าอ่อนแรงและหย่อนคล้อยได้เช่นกัน
เมื่อผิวเริ่มสูญเสียความกระชับ โครงสร้างใบหน้าจะดูเปลี่ยนไป กรอบหน้าไม่ชัด ผิวบริเวณแก้มและแนวกรามเริ่มหย่อน ซึ่งเป็นจุดที่หลายคนมักเลือกใช้เทคนิคยกกระชับเพื่อช่วยฟื้นฟูความแน่นเรียบให้กลับมา และยังสามารถยกกระชับปรับรูปหน้าให้ดูสมส่วนและอ่อนวัยขึ้นได้อย่างกลมกลืนกับใบหน้า การดูแลผิวเชิงลึกอย่างต่อเนื่องร่วมกับการป้องกันปัจจัยเสื่อมเหล่านี้ จึงเป็นกุญแจสำคัญในการชะลอความหย่อนคล้อยของผิวในระยะยาว

รวมเทคนิคยกกระชับในปัจจุบัน
การยกกระชับสามารถทำได้หลายวิธี ขึ้นอยู่กับระดับความหย่อนคล้อยของผิว ลักษณะปัญหา และผลลัพธ์ที่ต้องการ โดยแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มหลัก ๆ ดังนี้
เป็นเทคนิคยอดนิยมที่ช่วยฟื้นฟูผิวโดยไม่ต้องเจ็บตัวหรือพักฟื้น ใช้พลังงานเฉพาะเพื่อกระตุ้นให้ผิวเกิดการสร้างคอลลาเจนใหม่และกระชับขึ้นจากภายใน
- Ultherapy Prime – เทคโนโลยีอัลตราซาวนด์เฉพาะจุดที่สามารถเห็นภาพชั้นผิวระหว่างทำ ทำให้แพทย์สามารถปล่อยพลังงานได้อย่างแม่นยำ
- Ultra 4D Lift – เทคโนโลยีพลังงานคลื่นเสียง Micro & Macro Focused Ultrasound (MMFU) ช่วยยกกระชับพร้อมลดไขมันใต้ผิว เหมาะกับผู้ที่ต้องการยกกระชับปรับรูปหน้าให้ชัดเจนขึ้นในคราวเดียว
- Super HIFU – ใช้คลื่นเสียงความเข้มข้นสูงส่งพลังงานลงสู่ชั้น SMAS ซึ่งเป็นชั้นเนื้อเยื่อที่อยู่ระหว่างผิวและกล้ามเนื้อ ช่วยให้ผิวบริเวณกรอบหน้าและแนวกรามยกกระชับขึ้น พร้อมทั้งช่วยยกกระชับปรับรูปหน้าให้เรียวได้รูปโดยไม่ต้องผ่าตัด
เทคโนโลยีกลุ่มนี้ให้ผลลัพธ์ที่ดูกลมกลืนกับใบหน้า เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการฟื้นฟูความกระชับของผิวและยกกระชับปรับรูปหน้า ให้ดูเรียวได้สัดส่วนโดยไม่ต้องพักฟื้นนาน
- การยกกระชับด้วยการร้อยไหม
เทคนิคนี้เป็นการร้อยไหมละลายหรือไหมชนิดพิเศษ เช่น PDO, PLLA เข้าไปใต้ชั้นผิวเพื่อช่วยพยุงและยกเนื้อเยื่อที่หย่อนคล้อยให้ตึงขึ้นอย่างรวดเร็ว อีกทั้งเส้นไหมยังช่วยกระตุ้นให้ร่างกายสร้างคอลลาเจนใหม่ในบริเวณที่ร้อยไหม
ผลลัพธ์คือผิวดูยกขึ้นบางส่วนหลังทำ และจะค่อย ๆ กระชับขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วง 1–3 เดือนถัดมา จึงเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการยกกระชับปรับรูปหน้าให้ดูเข้ารูปโดยไม่ต้องผ่าตัด ทั้งยังให้ผลอยู่ได้นานและดูกลมกลืนกับใบหน้า
การเลือกวิธียกกระชับที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับสภาพผิว ระดับความหย่อนคล้อย และผลลัพธ์ที่ต้องการ หากเป็นผิวที่เริ่มหย่อนคล้อยไม่มาก การใช้เทคโนโลยีพลังงาน เช่น Ultherapy Prime, Ultra 4D Lft, Super HIFU, Ultra Lift, BarLift หรือการร้อยไหม จะช่วยให้ผิวกระชับขึ้นและสามารถยกกระชับปรับรูปหน้าให้ดูเรียวและสมส่วนได้อย่างกลมกลืนกับใบหน้า โดยไม่ต้องเสี่ยงกับการผ่าตัดหรือพักฟื้นเป็นเวลานาน

ยกกระชับในแต่ละช่วงวัย
การดูแลผิวให้กระชับและอ่อนวัย ควรปรับให้เหมาะกับสภาพผิวในแต่ละช่วงอายุ เพราะแต่ละวัยมีระดับคอลลาเจนและอีลาสตินที่แตกต่างกัน การเลือกเทคนิคยกกระชับที่เหมาะสมจะช่วยฟื้นฟูผิวได้อย่างแม่นยำและช่วยยกกระชับปรับรูปหน้าให้ดูสมดุลอย่างกลมกลืนกับใบหน้า
วัย 20–30 ปี
ในช่วงวัยนี้ผิวยังแข็งแรงและมีการสร้างคอลลาเจนได้ดี การดูแลหลักจึงอยู่ที่การป้องกันไม่ให้เกิดริ้วรอยก่อนวัย สามารถเลือกทำเทคนิคยกกระชับ ดังนี้
- Super HIFU เพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในชั้นผิวและชะลอความหย่อนคล้อยในอนาคต
- การร้อยไหม เหมาะสำหรับผู้ที่เริ่มมีผิวหย่อนคล้อยเล็กน้อย ช่วยยกผิวให้แน่นขึ้นพร้อมกระตุ้นคอลลาเจน
เทคนิคเหล่านี้เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเริ่มต้นดูแลผิวตั้งแต่เนิ่น ๆ เพื่อรักษาความเต่งตึงและยกกระชับปรับรูปหน้าโดยไม่ต้องพักฟื้น
วัย 30–40 ปี
ในวัยนี้ ผิวเริ่มสูญเสียคอลลาเจนบางส่วน ทำให้เกิดริ้วรอยเล็ก ๆ และกรอบหน้าเริ่มไม่ชัดเจน การดูแลสามารถใช้เทคนิคยกกระชับ ดังนี้
- Ultherapy Prime, Ultra 4D Lift และ Super HIFU ใช้พลังงานอัลตราซาวนด์ลงลึกถึงชั้น SMAS เพื่อยกกระชับชั้นใน
- การร้อยไหม เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการผลลัพธ์บางส่วนหลังทำและยกผิวที่หย่อนมากบริเวณแก้มหรือแนวกราม
เทคนิคเหล่านี้ให้ผลลัพธ์ทั้งการยกกระชับและยกกระชับปรับรูปหน้าให้ดูอ่อนวัยโดยไม่ต้องผ่าตัด
วัย 40–50 ปี
เมื่ออายุเข้าใกล้เลขสี่ โครงสร้างผิวและชั้นไขมันใต้ผิวเริ่มหย่อนตัวลงอย่างเห็นได้ชัด ริ้วรอยลึกและกรอบหน้าเริ่มไม่ชัด การเลือกเทคโนโลยีที่เข้าถึงชั้น SMAS จะช่วยให้เห็นผลการยกกระชับได้ชัดเจนมากขึ้น การดูแลผิวสามารถใช้เทคนิคยกกระชับ ดังนี้
- Ultherapy Prime, Ultra 4D Lift และ Super HIFU ช่วยกระตุ้นคอลลาเจนและฟื้นฟูความยืดหยุ่นของผิว
- การร้อยไหม เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการผลลัพธ์บางส่วนหลังทำและยกผิวที่หย่อนมากบริเวณแก้มและแนวกราม
หากมีผิวหย่อนคล้อยระดับปานกลางถึงมาก แพทย์อาจแนะนำให้ทำเทคโนโลยีร่วมกัน เพื่อผลลัพธ์ที่เห็นชัดและยาวนานขึ้น
วัย 50 ปีขึ้นไป
ในช่วงวัยนี้ การสร้างคอลลาเจนของผิวลดลงมาก ทำให้โครงสร้างใบหน้าหย่อนลงอย่างเห็นได้ชัด การรักษาจึงควรเป็นแนวทางผสมผสานหลายเทคนิค เพื่อยกกระชับได้อย่างเหมาะสมกับสภาพผิวแต่ละบุคคล โดยสามารถใช้เทคนิคยกกระชับร่วมกัน ดังนี้
- Ultherapy Prime, Ultra 4D Lift และ Super HIFU กระตุ้นผิวให้ยกกระชับในระดับชั้น SMAS และช่วยชะลอความหย่อนคล้อย
- การร้อยไหม ช่วยเสริมแรงดึงให้ผิวกลับมาตึงขึ้นหลังทำตั้งแต่ครั้งแรก
การรักษาในช่วงอายุนี้ ควรอยู่ภายใต้การประเมินของแพทย์ เพื่อให้ได้แนวทางยกกระชับและยกกระชับปรับรูปหน้าที่เหมาะกับโครงสร้างผิวและสุขภาพของแต่ละบุคคล
ทั้งนี้ เทคนิคยกกระชับมีให้เลือกหลากหลายตามช่วงวัยและสภาพผิว การเลือกวิธีที่เหมาะสมภายใต้การดูแลของแพทย์ จะช่วยคืนความกระชับ เรียวชัด และฟื้นความอ่อนวัยให้ผิวและใบหน้าได้อย่างกลมกลืนกับใบหน้า

ข้อดีของการยกกระชับ
- ยกกระชับช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินใหม่
- ช่วยยกกระชับปรับรูปหน้าให้ได้สัดส่วน ดูเรียวและยกกรอบหน้าให้ชัดเจนขึ้น
- ลดเลือนริ้วรอย ร่องลึก และความหย่อนคล้อยของผิวโดยไม่ต้องผ่าตัด
- ให้ผลลัพธ์การฟื้นฟูผิวที่ค่อยเป็นค่อยไป ไม่เปลี่ยนโครงหน้าเดิม
- ช่วยกระตุ้นคอลลาเจนอย่างต่อเนื่อง ทำให้ผิวดูอิ่มฟูและยืดหยุ่นขึ้นในระยะยาว
- สามารถทำร่วมกับหัตถการอื่น เช่น โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ โปรแกรมฉีดโบหรือร้อยไหม
- ช่วยลดไขมันส่วนเกินบางบริเวณ เช่น แก้ม เหนียง หรือแนวกรอบหน้า ทำให้ใบหน้าดูเรียวมากขึ้น
- เสริมความมั่นใจในบุคลิกภาพและภาพลักษณ์ เพราะใบหน้าดูกระชับ สดใส และอ่อนวัยขึ้น

ข้อควรระวังของการยกกระชับ
แม้เทคโนโลยียกกระชับจะเป็นทางเลือกที่ได้รับความนิยมในปัจจุบัน เพราะช่วยฟื้นฟูผิวให้เต่งตึงและยกกระชับปรับรูปหน้าได้โดยไม่ต้องผ่าตัด แต่ก่อนตัดสินใจทำ ควรทำความเข้าใจให้ชัดเจนว่ายกกระชับคืออะไร และควรระมัดระวังในหลายประเด็น เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ไม่อันตรายและเหมาะกับสภาพผิวของตนเอง
- ก่อนตัดสินใจทำ ควรศึกษาข้อมูลพื้นฐานว่ายกกระชับคืออะไร และมีเทคนิคหรือเครื่องมือแบบใดบ้าง เพื่อเลือกให้เหมาะกับระดับความหย่อนคล้อยของผิว
- ควรเข้ารับบริการกับแพทย์ที่มีประสบการณ์ยกกระชับโดยเฉพาะ เพื่อประเมินสภาพผิวและวางแผนการรักษาได้อย่างไม่อันตราย
- หลีกเลี่ยงการทำกับสถานที่ที่ไม่มีใบอนุญาตประกอบกิจการสถานพยาบาล เพราะอาจเสี่ยงต่อการเกิดแผลไหม้จากพลังงานหรือผลข้างเคียงที่แก้ไขยาก
- ควรแจ้งแพทย์เกี่ยวกับประวัติสุขภาพ โรคประจำตัว หรือการใช้ยาบางชนิด เช่น ยาต้านการแข็งตัวของเลือด ก่อนเข้ารับการ ยกกระชับ เพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อน
- หากมีการอักเสบ แผลเปิด สิวอักเสบ หรือผื่นแพ้ในบริเวณที่จะทำ ควรรักษาให้หายก่อน เพื่อป้องกันการระคายเคืองหรือการติดเชื้อหลังทำ
- หลังการทำยกกระชับ ควรหลีกเลี่ยงความร้อนจัด เช่น การซาวน่า การอบไอน้ำ หรือการออกกำลังกายหนัก ภายใน 24–48 ชั่วโมง
- หลีกเลี่ยงการสัมผัสหน้าแรง ๆ หรือการนวดหน้าหลังทำ เพราะอาจกระทบต่อผลลัพธ์ของการ ปรับรูปหน้า และการฟื้นตัวของผิว
- ควรดื่มน้ำให้เพียงพอและทาครีมบำรุงเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นแก่ผิว ช่วยให้คอลลาเจนที่ถูกกระตุ้นทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
- หมั่นทาครีมกันแดดอย่างสม่ำเสมอหลังทำการยกกระชับ เพราะผิวในช่วงนี้อาจไวต่อแสงแดดมากกว่าปกติ
- ควรปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด เพื่อให้ผลลัพธ์ของการยกกระชับและยกกระชับปรับรูปหน้าอยู่ได้นานขึ้น
ทั้งนี้ การศึกษาข้อควรระวังก่อนเข้ารับบริการ เป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยลดความเสี่ยงให้กับการรักษา ซึ่งผลลัพธ์จะขึ้นอยู่กับความเหมาะสมของเทคนิคที่เลือกและความชำนาญของแพทย์ผู้ทำหัตถการ การปฏิบัติตามคำแนะนำก่อนและหลังทำอย่างถูกต้อง จะช่วยให้ผิวฟื้นตัวเร็วและคงผลลัพธ์ของการยกกระชับปรับรูปหน้าได้อย่างยาวนานมากขึ้น
รวมคำถามพบบ่อยเกี่ยวกับยกกระชับ
- ผลลัพธ์ของการยกกระชับอยู่ได้นานแค่ไหน?
ผลลัพธ์ของการยกกระชับจะอยู่ได้นานประมาณ 6 เดือนถึง 2 ปี ขึ้นอยู่กับเทคโนโลยีที่ใช้และการดูแลผิวของแต่ละคน การดูแลสุขภาพผิวอย่างสม่ำเสมอจะช่วยให้ผลลัพธ์อยู่ได้นานยิ่งขึ้น
- ยกกระชับกับการผ่าตัดดึงหน้าต่างกันอย่างไร?
การยกกระชับเป็นเทคนิคไม่ต้องผ่าตัด เหมาะสำหรับผู้ที่มีผิวหย่อนคล้อยระดับเล็กน้อยถึงปานกลาง ส่วนการผ่าตัดดึงหน้า เป็นการผ่าตัดศัลยกรรมเพื่อยกผิวและกล้ามเนื้อ เหมาะสำหรับผู้ที่มีผิวหย่อนคล้อยมากหรือมีร่องลึกชัด ผลลัพธ์ของการผ่าตัดดึงหน้าจะอยู่ได้นานกว่า แต่ต้องใช้เวลาพักฟื้น
- ยกกระชับทำตั้งแต่อายุเท่าไหร่ได้บ้าง?
โดยทั่วไปสามารถเริ่มทำยกกระชับได้ตั้งแต่อายุ 25 ปีขึ้นไป หรือเมื่อเริ่มมีสัญญาณผิวหย่อนคล้อยเล็กน้อย การเริ่มดูแลผิวตั้งแต่เนิ่น ๆ จะช่วยชะลอการเสื่อมของผิวและคงความอ่อนวัยได้ยาวนาน
- ผู้ชายสามารถทำยกกระชับได้ไหม?
ผู้ชายก็สามารถทำยกกระชับได้ ในปัจจุบันผู้ชายจำนวนมากหันมาทำยกกระชับ เพื่อฟื้นฟูความกระชับของใบหน้าและยกกระชับปรับรูปหน้าให้คมชัดขึ้น โดยเทคโนโลยีที่ใช้จะปรับพลังงานให้เหมาะกับสภาพผิวของผู้ชายซึ่งมักจะหนาและแน่นกว่าผู้หญิง
- ยกกระชับมีผลข้างเคียงไหม?
โดยทั่วไปเทคโนโลยียกกระชับไม่เป็นอันตราย ผลข้างเคียงมักมีเพียงรอยแดงเล็กน้อยหรืออาการตึงผิวชั่วคราว ซึ่งจะหายภายในไม่กี่ชั่วโมง แต่เพื่อผลลัพธ์ที่ดี ควรทำกับแพทย์และสถานพยาบาลที่ได้มาตรฐานเท่านั้น
การทำความเข้าใจว่ายกกระชับคืออะไร ช่วยให้คุณสามารถเลือกแนวทางการดูแลผิวได้อย่างเหมาะสมกับสภาพผิวและช่วงวัยของตัวเองมากขึ้น ปัจจุบันเทคโนโลยียกกระชับได้รับการพัฒนาให้ไม่อันตราย เห็นผลลัพธ์ที่กลมกลืนกับใบหน้า และตอบโจทย์ผู้ที่ต้องการฟื้นฟูผิว ไม่ว่าจะเป็นการยกแนวกรอบหน้า ลดความหย่อนคล้อย หรือช่วยให้ผิวดูเรียบเนียนเต่งตึงขึ้น
นอกจากช่วยฟื้นฟูสภาพผิวแล้ว การยกกระชับยังมีส่วนช่วยในการยกกระชับปรับรูปหน้าให้ได้สัดส่วนและคมชัดขึ้นอย่างกลมกลืนกับใบหน้า เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการคงความอ่อนวัยโดยไม่เปลี่ยนลักษณะใบหน้าเดิม ทั้งนี้ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ยาวนาน ควรเข้ารับคำแนะนำจากแพทย์ เพื่อประเมินสภาพผิวและเลือกเทคนิคที่เหมาะสมกับตัวเอง

