ในปัจจุบัน เทคโนโลยีการดูแลผิวหน้ามีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งเน้นการส่งพลังงานลงสู่ผิวในชั้นลึก เพื่อดูแลโครงสร้างผิวจากภายใน ไม่ใช่เพียงแค่ผิวชั้นบนเท่านั้น หนึ่งในเทคโนโลยีที่ได้รับความสนใจ คือ การใช้คลื่นวิทยุความถี่สูง (Radiofrequency: RF) ซึ่งถูกนำมาพัฒนาให้มีความแม่นยำและสม่ำเสมอยิ่งขึ้น เพื่อตอบโจทย์ปัญหาผิวหย่อนคล้อย และความเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างผิวตามวัย
OligioX เป็นหนึ่งในเครื่องมือที่ถูกออกแบบมาให้สามารถส่งพลังงาน RF ลงสู่ผิวชั้นลึกได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยหัวใจสำคัญของเทคโนโลยีนี้อยู่ที่โหมด GXG ซึ่งเป็นรูปแบบการปล่อยพลังงานเฉพาะของ OligioX หลายคนอาจยังสงสัยว่าโหมด GXG คืออะไร และแตกต่างจากการปล่อยพลังงาน RF ทั่วไปอย่างไร
บทความนี้จะพาคุณไปทำความเข้าใจตั้งแต่พื้นฐานว่าโหมด GXG คืออะไร หลักการทำงานของโหมด GXG รวมถึงบทบาทของพลังงานนี้ในการดูแลผิวในชั้นลึก เพื่อให้สามารถตัดสินใจเลือกเทคโนโลยีการดูแลผิวได้อย่างเหมาะสม และสอดคล้องกับโครงสร้างผิวของแต่ละบุคคลอย่างแท้จริง

โหมด GXG คืออะไร?
โหมด GXG ใน Oligio X รุ่นใหม่ เป็นระบบการปล่อยพลังงานคลื่นวิทยุความถี่สูงแบบ Monopolar RF ที่ถูกพัฒนาขึ้นให้ทำงานเป็นลำดับขั้นอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การส่งพลังงานมีความเสถียร และลงสู่ผิวในชั้นลึกได้ดียิ่งขึ้น หัวใจสำคัญของเทคโนโลยีนี้คือโหมด GXG ซึ่งออกแบบให้พลังงานถูกปล่อยในรูปแบบ 3 จังหวะต่อเนื่อง ช่วยควบคุมทิศทาง และการกระจายความร้อนได้อย่างเหมาะสม
การทำงานของโหมด GXG เริ่มจากการส่งพลังงานในระดับที่ค่อยเป็นค่อยไป เพื่อเตรียมผิวและเนื้อเยื่อให้พร้อม จากนั้นจึงเสริมพลังงานในช่วงที่สามารถลงสู่ชั้นหนังแท้และชั้นไขมันได้อย่างแม่นยำ ก่อนจะกลับมาควบคุม และกระจายความร้อนให้สม่ำเสมออีกครั้งในช่วงสุดท้าย กลไกนี้ช่วยให้พลังงาน RF ลงลึกได้อย่างต่อเนื่อง ลดการกระจุกตัวของความร้อน และช่วยให้การดูแลโครงสร้างผิวเป็นไปอย่างเป็นระบบ
ด้วยการควบคุมพลังงานในลักษณะดังกล่าว โหมด GXG จึงมีบทบาทในการดูแลผิวบริเวณใบหน้าและกรอบหน้าในเชิงโครงสร้าง ช่วยให้ผิวดูกระชับ แน่น และได้รูปมากขึ้น พร้อมทั้งลดความรู้สึกไม่สบายระหว่างการทำหัตถการ เมื่อเทียบกับการปล่อยพลังงานแบบเดิม

หลักการทำงานของโหมด GXG ใน OligioX
โหมด GXG ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อดูแลโครงสร้างผิวอย่างครอบคลุมทั้งระดับตื้นและลึก ผ่านการสลับโหมดการทำงานอย่างเป็นลำดับ เพื่อให้พลังงานทำงานได้อย่างเหมาะสมในแต่ละชั้นผิว
- Step 1: G Mode (Gliding / Warm-up Phase)
ในช่วงแรก หัวทิปจะเคลื่อนผ่านผิวอย่างต่อเนื่อง พร้อมปล่อยพลังงานในระดับเบาเข้าสู่ผิวชั้นบนและหนังแท้ตอนต้น เพื่อปรับสภาพผิวให้พร้อม ลดแรงต้านของเนื้อเยื่อ และเตรียมโครงสร้างคอลลาเจนก่อนรับพลังงานที่ลึก โดยเข้มข้นขึ้นในขั้นตอนถัดไป
- Step 2: X Mode (Deep / Stamping Phase)
เมื่อผิวอยู่ในสภาวะที่เหมาะสม ระบบจะเปลี่ยนเป็นการปล่อยพลังงานแบบจุดต่อจุด (Stamping) ลงสู่ชั้นหนังแท้ส่วนลึกและบริเวณใกล้ชั้นไขมันใต้ผิว พลังงานในระดับที่สูงขึ้นจะเข้าไปมีบทบาทต่อโครงสร้างคอลลาเจน และเนื้อเยื่อเกี่ยวพัน ช่วยเสริมความกระชับของผิว และสนับสนุนการปรับรูปหน้าให้ดูได้สัดส่วนมากขึ้น
- Step 3: G Mode (Locking Phase)
ในขั้นตอนสุดท้าย ระบบจะกลับสู่โหมด G อีกครั้ง เพื่อช่วยกระจายและคงอุณหภูมิความร้อนในชั้นผิวอย่างสม่ำเสมอ ลดการกระจุกตัวของพลังงาน และสนับสนุนกระบวนการฟื้นฟูผิวตามธรรมชาติ ให้ดำเนินต่อเนื่องหลังทำหัตถการ

โหมด GXG ส่งพลังงานลงสู่ผิวชั้นใดบ้าง
โหมด GXG ใน OligioX ถูกออกแบบให้พลังงานคลื่นวิทยุความถี่สูงสามารถทำงานได้อย่างเป็นระบบ ครอบคลุมโครงสร้างผิวในหลายระดับ โดยแต่ละชั้นผิวจะได้รับบทบาทของพลังงานที่แตกต่างกัน เพื่อให้การดูแลผิวมีความสมดุล และเหมาะสมกับโครงสร้างผิวในแต่ละตำแหน่ง
- ชั้นหนังกำพร้า (Epidermis)
แม้จะเป็นผิวชั้นนอกสุดที่สัมผัสกับความร้อนก่อน แต่โหมด GXG จะทำงานควบคู่กับระบบทำความเย็น (Cooling System) เพื่อช่วยปกป้องผิวชั้นบนให้อยู่ในระดับอุณหภูมิที่เหมาะสม ขณะเดียวกันพลังงานความร้อนในระดับอ่อนจะช่วยส่งเสริมกระบวนการผลัดเซลล์ผิว ทำให้ผิวดูเรียบเนียนและมีความสม่ำเสมอมากขึ้น
- ชั้นหนังแท้ (Dermis)
ผิวชั้นหนังแท้ถือเป็นหนึ่งในเป้าหมายสำคัญของโหมด GXG โดยพลังงาน RF จะถูกส่งลงไปสร้างความร้อนในช่วงอุณหภูมิที่เหมาะสมต่อโครงสร้างผิว ซึ่งช่วยให้เส้นใยคอลลาเจนเกิดการเปลี่ยนแปลงในทันที และเอื้อต่อกระบวนการฟื้นฟูผิวในระยะยาว ส่งผลให้ผิวมีความยืดหยุ่น และดูแน่นกระชับมากขึ้น
- ชั้นไขมันใต้ผิว (Subcutaneous Fat)
ในระดับผิวชั้นลึก โหมด GXG สามารถส่งพลังงานไปถึงบริเวณรอยต่อของชั้นไขมันใต้ผิว ซึ่งมีบทบาทต่อรูปทรงของใบหน้า พลังงานในระดับนี้ช่วยให้โครงสร้างเนื้อเยื่อเกี่ยวพันมีความกระชับมากขึ้น ส่งผลให้กรอบหน้าดูชัดเจนและผิวโดยรวมดูได้รูปมากขึ้นเมื่อเทียบกับการปล่อยพลังงานในรูปแบบเดิม
การทำงานแบบครอบคลุมทั้ง 3 ระดับชั้นผิวนี้ ทำให้โหมด GXG เป็นโหมดที่ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อการดูแลผิวเชิงโครงสร้าง โดยคำนึงถึงทั้งประสิทธิภาพของพลังงาน ความปลอดภัยของผิว และความเหมาะสมในการดูแลผิวในระยะยาว

จุดเด่นของโหมด GXG ต่อการดูแลผิวในระยะยาว
หากอธิบายจุดเด่นของโหมด GXG ใน OligioX ให้เห็นภาพชัดเจน คือการพัฒนาแนวคิดของการทำ RF ให้มุ่งเน้นทั้งประสิทธิภาพของพลังงาน และความสบายของผิวไปพร้อมกัน โหมด GXG ถูกออกแบบมาเพื่อให้การส่งพลังงานลงสู่ผิวชั้นลึกเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ขณะเดียวกันยังช่วยลดความรู้สึกไม่สบายของผิวชั้นบน จึงตอบโจทย์ผู้ที่ต้องการการดูแลผิวในระดับสูงโดยไม่รบกวนการใช้ชีวิตประจำวัน
ต่อไปนี้คือจุดเด่นสำคัญที่ทำให้ โหมด GXG ได้รับความสนใจในกลุ่มเทคโนโลยียกกระชับผิว
- การส่งพลังงานที่มีประสิทธิภาพและใช้เวลาน้อยลง
โหมด GXG ถูกออกแบบให้การปล่อยพลังงานเป็นไปอย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอ ช่วยให้ขั้นตอนการทำหัตถการมีความกระชับมากขึ้น ขณะเดียวกันยังสามารถสะสมความร้อนในผิวชั้นลึกได้อย่างเหมาะสม ส่งผลให้การดูแลความกระชับของผิวเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพในเวลาที่เหมาะสม
- เน้นความสบายระหว่างทำหัตถการ
หนึ่งในจุดเด่นของโหมด GXG คือการทำงานร่วมกับระบบช่วยลดความรู้สึกไม่สบาย เช่น ระบบสั่นและระบบทำความเย็นที่ถูกออกแบบให้สอดคล้องกับสภาพผิว ช่วยให้การส่งพลังงานเป็นไปอย่างราบรื่น ลดความตึงหรือร้อนที่ผิวรับรู้ ทำให้ไม่จำเป็นต้องพึ่งการใช้ยาชาในปริมาณมาก และช่วยให้ผิวฟื้นตัวได้ตามปกติหลังทำ
- การดูแลผิวหลายระดับชั้นในแนวทางเดียวกัน
โหมด GXG มีความสามารถในการกระจายพลังงานให้ครอบคลุมผิวหลายระดับชั้น ตั้งแต่ผิวชั้นตื้นที่เกี่ยวข้องกับความเรียบเนียน ผิวชั้นกลางที่เป็นโครงสร้างสำคัญของผิว ไปจนถึงชั้นไขมันใต้ผิวที่มีผลต่อรูปหน้า การดูแลผิวแบบหลายมิตินี้ช่วยให้ผิวดูแน่น และได้สัดส่วนมากขึ้นอย่างสมดุล
- ความแม่นยำของพลังงาน
โหมด GXG มาพร้อมระบบควบคุมพลังงานที่สามารถปรับให้เหมาะสมกับลักษณะผิวในแต่ละตำแหน่งของใบหน้า โดยพิจารณาจากความหนาและความต้านทานของผิว รวมถึงมีระบบตรวจสอบการสัมผัสของหัวเครื่อง เพื่อช่วยลดความเสี่ยงจากการส่งพลังงานที่ไม่เหมาะสม และเพิ่มความมั่นใจระหว่างทำหัตถการ
โดยสรุป โหมด GXG เป็นการพัฒนาเทคโนโลยี RF ที่ให้ความสำคัญกับทั้งความลึกของพลังงาน ความแม่นยำ และความสบายของผิว เหมาะสำหรับผู้ที่มองหาการดูแลผิวเชิงโครงสร้างในแนวทางที่สมดุล และคำนึงถึงผิวในระยะยาว

โหมด GXG เหมาะกับใครบ้าง
ด้วยการออกแบบการทำงานของโหมด GXG ใน OligioX ที่เน้นการควบคุมพลังงานให้เหมาะสมกับผิวแต่ละระดับชั้น ทำให้พลังงานสามารถดูแลผิวชั้นลึกได้อย่างมีประสิทธิภาพ ขณะเดียวกันยังคำนึงถึงความสบายของผิวชั้นบนโหมด GXG จึงถูกพัฒนาขึ้นเพื่อให้สมดุลระหว่างประสิทธิภาพของพลังงานและความอ่อนโยนต่อผิว
แนวคิดการทำงานเช่นนี้ทำให้โหมด GXG เป็นทางเลือกที่มีความยืดหยุ่น เหมาะสำหรับผู้ที่มองหาการดูแลผิวในระดับพรีเมียม แต่ยังให้ความสำคัญกับความรู้สึกระหว่างทำหัตถการ โดยไม่ต้องการความไม่สบายหรือการรบกวนการใช้ชีวิตประจำวัน
ด้วยคุณสมบัติดังกล่าว โหมด GXG จึงเหมาะเป็นพิเศษสำหรับบุคคลในกลุ่มต่อไปนี้
- ผู้ที่มีผิวหย่อนคล้อยร่วมกับไขมันสะสมบนใบหน้า
เช่น ผู้ที่มีแก้มห้อย เหนียง หรือกรอบหน้าไม่ชัดจากการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างผิวตามวัย โหมด GXG ช่วยดูแลทั้งชั้นหนังแท้และชั้นไขมันใต้ผิวอย่างเป็นระบบ
- ผู้ที่ต้องการปรับรูปหน้าให้ดูได้สัดส่วนมากขึ้น
โหมด GXG เหมาะกับผู้ที่ต้องการให้กรอบหน้าดูเป็นระเบียบและกระชับขึ้น โดยเน้นการดูแลโครงสร้างผิวในชั้นลึกอย่างเหมาะสม
- ผู้ที่มีผิวบางหรือมีริ้วรอยตื้น
การทำงานของโหมด GXG ที่ผสานพลังงานสำหรับผิวชั้นตื้น ช่วยส่งเสริมให้ผิวดูเรียบเนียนขึ้น ลดความไม่สม่ำเสมอของผิว และช่วยให้รูขุมขนดูละเอียดขึ้น
- ผู้ที่ต้องการดูแลผิวหลายปัญหาในแนวทางเดียวกัน
เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการดูแลทั้งความกระชับของผิว และคุณภาพผิวในโปรแกรมเดียว โดยผลลัพธ์และระยะเวลาการคงอยู่ของการเปลี่ยนแปลง อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล
- ผู้ที่กังวลเรื่องความรู้สึกระหว่างทำหัตถการ
Oligio X ที่มาพร้อมโหมด GXG มีระบบทำความเย็นที่ช่วยปกป้องผิวชั้นบน ลดความรู้สึกไม่สบาย และช่วยให้การทำหัตถการเป็นไปอย่างราบรื่น
โดยสรุป โหมด GXG เป็นแนวทางการดูแลผิวที่เน้นการทำงานของพลังงานอย่างสมดุลในหลายระดับชั้น เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการดูแลโครงสร้างผิวและคุณภาพผิวไปพร้อมกัน โดยควรได้รับการประเมินจากแพทย์เพื่อเลือกพลังงาน และแผนการดูแลที่เหมาะสมกับสภาพผิวของแต่ละบุคคล
โหมด GXG แตกต่างจากการทำ RF ทั่วไปอย่างไร?
- ความแตกต่างหลักของโหมด GXG คือการควบคุมการปล่อยพลังงานให้ทำงานเป็นลำดับ และครอบคลุมหลายระดับชั้นผิวในแนวทางเดียวกัน พลังงานถูกกระจายอย่างต่อเนื่องทั้งผิวชั้นตื้นและชั้นลึก ขณะที่การทำ RF ทั่วไปมักเป็นการปล่อยพลังงานรูปแบบเดียว ซึ่งอาจเน้นเพียงบางชั้นผิว ทำให้การดูแลผิวด้วย GXG มีความเป็นระบบและสมดุลมากขึ้น
การทำโหมด GXG รู้สึกเจ็บไหม?
- ระดับความรู้สึกระหว่างทำโหมด GXG แตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล โดยทั่วไปจะเป็นความรู้สึกอุ่น ๆ หรือแน่นผิวเล็กน้อย เนื่องจากเครื่องถูกออกแบบให้ทำงานร่วมกับระบบช่วยลดความรู้สึกไม่สบาย เช่น ระบบทำความเย็นและการควบคุมพลังงานอย่างเหมาะสม จึงช่วยให้การทำหัตถการเป็นไปอย่างสบายผิวมากขึ้น
โหมด GXG แล้วต้องแปะยาชาไหม?
- ในหลายกรณีการทำโหมด GXG อาจไม่จำเป็นต้องใช้ยาชา ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความไวของผิวและระดับพลังงานที่แพทย์ประเมินว่าเหมาะสม หากผู้รับบริการมีความกังวลเรื่องความรู้สึกระหว่างทำ สามารถปรึกษาแพทย์เพื่อวางแผนการดูแลที่เหมาะสมเป็นรายบุคคลได้
โหมด GXG ทำเสร็จแล้วหน้าจะบวมหรือแดงไหม?
หลังทำโหมด GXG ผิวอาจอมชมพูหรือรู้สึกอุ่นเล็กน้อยในบางราย ซึ่งมักเป็นอาการชั่วคราวและสามารถหายไปได้เอง โดยทั่วไปไม่จำเป็นต้องพักฟื้น และสามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ ทั้งนี้อาการที่เกิดขึ้นอาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล
จำนวนกี่ Shots ถึงจะเพียงพอพอสำหรับโหมด GXG?
การเลือกจำนวนช็อตในการทำหัตถการควรพิจารณาตามบริเวณที่ต้องการดูแล และสภาพผิวของแต่ละบุคคล โดยทั่วไป จำนวน Shots สามารถแบ่งแนวทางการใช้งานได้ดังนี้
- 300 Shots
เหมาะสำหรับการดูแลเฉพาะตำแหน่ง เช่น บริเวณกรอบหน้า หรือบริเวณใต้คางที่ต้องการความกระชับเป็นพิเศษ ช่วยโฟกัสการส่งพลังงานในจุดที่ต้องการยกกระชับปรับรูปหน้าอย่างแม่นยำ
- 600 Shots
เป็นจำนวนที่มักใช้ในการดูแลทั่วใบหน้า เพื่อให้การกระจายพลังงานครอบคลุมหลายระดับชั้นผิวอย่างสม่ำเสมอ ทั้งนี้จำนวนช็อตที่เหมาะสมอาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล แพทย์จะเป็นผู้ประเมินและวางแผนการดูแลให้สอดคล้องกับสภาพผิว และเป้าหมายของผู้รับบริการ
โหมด GXG ใน OligioX เป็นการพัฒนาเทคโนโลยีการดูแลผิวด้วยพลังงานคลื่นวิทยุความถี่สูง ที่ออกแบบมาเพื่อการส่งพลังงานอย่างเป็นระบบ ครอบคลุมทั้งผิวชั้นตื้นและผิวชั้นลึกในแนวทางเดียวกัน ด้วยการควบคุมพลังงานที่แม่นยำและต่อเนื่อง โหมด GXG จึงช่วยดูแลโครงสร้างผิว และคุณภาพผิวไปพร้อมกันอย่างสมดุล
จุดเด่นของโหมด GXG ไม่ได้อยู่เพียงแค่การดูแลความกระชับของผิวเท่านั้น แต่ยังคำนึงถึงความสบายของผิวและความเหมาะสมในการดูแลผิวระยะยาว เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการดูแลผิวอย่างเป็นระบบ โดยไม่รบกวนการใช้ชีวิตประจำวัน
อย่างไรก็ตาม การเลือกใช้โหมด GXG ควรอยู่ภายใต้การประเมินของแพทย์ เพื่อกำหนดแผนการดูแล ระดับพลังงาน และจำนวนช็อตที่เหมาะสมกับสภาพผิวของแต่ละบุคคล เพื่อให้การดูแลผิวเป็นไปอย่างเหมาะสม และสอดคล้องกับโครงสร้างผิวในระยะยาว
*ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับสภาพผิวแต่ละบุคคล ควรปรึกษาแพทย์ก่อนเข้ารับบริการ
*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯกำหนด

