รมย์รวินท์คลินิก ประกาศแผนธุรกิจปี 2569 ไตรมาสที่ 2 เดินหน้าขยายตลาดความงามในกลุ่ม Youthgevity หรือการดูแลผิวในระยะยาว โดยเพิ่มสัดส่วนงบลงทุนด้านการตลาด และพัฒนาการบริการ 20% เพื่อรองรับพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปสู่การดูแลผิวเชิงลึก และให้ความสำคัญกับผลลัพธ์ในระยะยาวมากขึ้น ท่ามกลางตลาดความงามที่ยังเติบโตต่อเนื่อง โดยเฉพาะกลุ่มฟื้นฟูผิวเชิงลึกและ Anti-aging

ปรับกลยุทธ์ รับเทรนด์ Youthgevity
รมย์รวินท์คลินิกประเมินว่า ตลาดความงามกำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่าน จากการเน้นผลลัพธ์ระยะสั้น ไปสู่การดูแลผิวในระยะยาว โดยเฉพาะกลุ่มวัยทำงานที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพผิวโดยรวม เช่น ความยืดหยุ่น ความชุ่มชื้น และความสมดุลของผิว มากกว่าการแก้ไขปัญหาเฉพาะจุด
ทั้งนี้ ข้อมูลอุตสาหกรรมระบุว่า ตลาดความงามและเวชศาสตร์ความงาม (Medical Aesthetic) ในประเทศไทยมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยราว 8–12% ต่อปี ขณะที่กลุ่มบริการฟื้นฟูผิวเชิงลึกและ Anti-aging มีแนวโน้มเติบโตสูงกว่าค่าเฉลี่ยตลาด จากความต้องการของผู้บริโภคที่มองหาผลลัพธ์ระยะยาว
แนวโน้มดังกล่าวสอดคล้องกับกระแส Wellness Economy ซึ่งมีมูลค่าตลาดระดับโลกเติบโตต่อเนื่อง และเริ่มส่งอิทธิพลต่อพฤติกรรมผู้บริโภคในไทยมากขึ้น
ในขณะที่การแข่งขันในตลาดมีความเข้มข้น ผู้ประกอบการต่างเร่งพัฒนาโมเดลธุรกิจเพื่อสร้างความแตกต่าง โดยไม่ได้แข่งขันเพียงด้านราคา แต่รวมถึงคุณภาพบริการ เทคโนโลยี และประสบการณ์ของผู้ใช้บริการ
ดัน PN เป็นบริการหลัก ขยายตลาดสู่ Regenerative Aesthetic
หนึ่งในกลยุทธ์สำคัญ คือการผลักดันโปรแกรมในกลุ่ม PN (Polynucleotide) ให้เป็นหนึ่งในบริการหลักของคลินิก โดยวางตำแหน่งในกลุ่มฟื้นฟูผิวเชิงโครงสร้าง (Skin Quality)
การขยายบริการในกลุ่มดังกล่าว สะท้อนแนวโน้มของตลาดที่ให้ความสำคัญกับการฟื้นฟูผิวในระดับลึกมากขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มผู้บริโภคที่มีความเข้าใจด้านการดูแลผิว และมองหาทางเลือกที่ตอบโจทย์ในระยะยาว
พร้อมกันนี้ คลินิกยังปรับภาพลักษณ์ไปสู่การเป็นผู้ให้บริการด้าน Regenerative Aesthetic โดยผสานโปรแกรม PN เข้ากับเทคโนโลยีอื่น เพื่อออกแบบแนวทางการดูแลผิวแบบเฉพาะบุคคล ภายใต้การประเมินโดยแพทย์ ซึ่งสะท้อนการยกระดับบริการจากการแก้ปัญหาเฉพาะจุด ไปสู่การดูแลผิวแบบองค์รวม

เพิ่มงบ 20% ขยายฐานลูกค้า วางรากฐานเติบโตในระยะยาว
ในปี 2569 รมย์รวินท์คลินิกมีแผนนำงบลงทุนที่เพิ่มขึ้นประมาณ 20% ไปใช้ในด้านการสื่อสารแบรนด์ การให้ความรู้ผู้บริโภค และการพัฒนาศักยภาพบุคลากร เพื่อรองรับการแข่งขันที่สูงขึ้นในตลาด
ขณะเดียวกัน ยังมีแผนขยายฐานลูกค้าไปยังกลุ่ม Preventive Care หรือผู้ที่เริ่มดูแลผิวตั้งแต่อายุยังน้อย รวมถึงกลุ่มวัยทำงานที่มีกำลังซื้อสูง ซึ่งถือเป็นกลุ่มสำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโตในระยะยาว
ในภาพรวม อุตสาหกรรมความงามของไทยยังมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง โดยได้รับแรงสนับสนุนจากทั้งกำลังซื้อในประเทศ และการฟื้นตัวของลูกค้าต่างชาติ โดยเฉพาะในกลุ่ม Medical Aesthetic ที่มีการพัฒนาเทคโนโลยี และบริการใหม่อย่างต่อเนื่อง
ด้วยกลยุทธ์การลงทุน การปรับตำแหน่งทางธุรกิจ และการพัฒนาบริการที่สอดคล้องกับแนวโน้มตลาด รมย์รวินท์คลินิกคาดว่าจะเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และสร้างการเติบโตได้อย่างต่อเนื่องในระยะยาว ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิด “For the better you, For the better longevity of skin quality” ที่มุ่งเน้นการยกระดับการดูแลผิว เพื่อผลลัพธ์ที่ดีและยั่งยืนในแบบเฉพาะบุคคล

