Samsung EVO Q10 ตัวช่วยวางแผนการรักษาในคลินิกเสริมความงาม

Samsung EVO Q10 ตัวช่วยวางแผนการรักษาในคลินิกเสริมความงาม

การทำหัตถการด้านความงามไม่ได้ให้ความสำคัญเพียงแค่ ฉีดตรงไหน หรือ ใช้ผลิตภัณฑ์อะไร เท่านั้น แต่การที่แพทย์มีการเข้าใจในโครงสร้างใต้ผิวของคนไข้แต่ละรายก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน เพราะตำแหน่งของชั้นเนื้อเยื่อ กล้ามเนื้อ ไขมัน และหลอดเลือดนั้น แตกต่างกันได้ในแต่ละบุคคลและไม่สามารถมองได้ด้วยตาเปล่า

 

Samsung EVO Q10
Samsung EVO Q10

 

Samsung EVO Q10 จึงเป็นเครื่อง Diagnostic Ultrasound ที่ออกแบบมาให้สามารถนำมาประยุกต์ใช้กับคลินิกเสริมความงามในแง่ต่าง ๆ ได้อย่างหลากหลาย ทั้งช่วยให้แพทย์มองเห็นโครงสร้างใต้ผิวแบบ Real-time นำข้อมูลที่ได้จาก Samsung EVO Q10 มาใช้ในงานได้ทั้ง

  • การประเมิน 
  • วางแผน 
  • ทำหัตถการได้อย่างเหมาะสมมากขึ้น

จุดประสงค์ของการ Ultrasound จึงไม่ได้เป็นการเข้ามาเพื่อจะใช้ในการวิเคราะห์สิ่งต่าง ๆ แทนแพทย์ที่มีความรู้ด้านกายวิภาคหรือประสบการณ์ในด้านต่าง ๆ ของแพทย์แต่กลับเป็นเหมือน หนึ่งเครื่องมือตัวช่วยที่จะทำให้มองเห็นภายในชั้นโครงสร้างเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือในการรักษาทุก ๆ ขั้นตอน 

 

ช่วยในการดู Anatomy ใต้ผิวเพื่อวางแผนการรักษา
ช่วยในการดู Anatomy ใต้ผิวเพื่อวางแผนการรักษา

 

Samsung EVO Q10 Ultrasound ช่วยอะไรในคลินิกความงามได้บ้าง?

ช่วยในการดู Anatomy ใต้ผิวเพื่อวางแผนการรักษา

เวลาที่แพทย์ประเมินใบหน้าจากภายนอกจะสามารถประเมินรูปหน้า สัดส่วน ริ้วรอย หรือบริเวณที่มี Volume Loss ได้ แต่สิ่งที่ไม่สามารถมองเห็นได้จากภายนอกคือโครงสร้างจริง ๆ ที่อยู่ใต้ผิว

Samsung EVO Q10 Ultrasound จะสามารถทำให้แพทย์ประเมินโครงสร้างต่าง ๆ ได้อย่างแม่นยำมากขึ้นเช่น

  • ผิวหนังและเนื้อเยื่อใต้ผิว
  • ชั้นไขมัน
  • Fascia
  • กล้ามเนื้อ
  • หลอดเลือด
  • ตำแหน่งของกระดูก
  • สารต่าง ๆ ทั้ง Biostimulator หรือ Filler ที่เคยฉีดมาก่อนในบางกรณี

เพื่อให้แพทย์นำข้อมูลเหล่านี้มาประกอบการตัดสินใจว่าร่วมกับคนไข้ผู้เข้ารับบริการ ควรรักษาบริเวณใด ใช้เทคนิคใด และควรทำหัตถการในระดับความลึกประมาณไหน ตรงกับที่มีความกังวลหรือไม่ ได้อย่างเห็นภาพชัดเจนมากยิ่งขึ้น

Samsung EVO Q10 Ultrasound  จึงเข้ามาเพื่อเปลี่ยนจากการประเมินจากสิ่งที่เห็นภายนอกเพียงอย่างเดียว ให้เป็นการประเมินร่วมกับข้อมูลของโครงสร้างภายใน

 

ช่วยวางแผนการฉีด Filler
ช่วยวางแผนการฉีด Filler

 

ช่วยวางแผนการฉีด Filler

ก่อนฉีด แพทย์สามารถทำ Pre-treatment Ultrasound Assessment เพื่อประเมิน Anatomy และหลอดเลือดบริเวณที่จะทำการรักษา ให้คนไข้ได้เห็นภาพในการรักษาได้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น ลดความกลัว เคลียร์ชัดเรื่องความต้องการได้ดีมากยิ่งขึ้น

ยกตัวอย่างเช่น

คนไข้ต้องการเติมคาง

แทนที่จะเริ่มจากการประเมินรูปหน้าภายนอกเพียงอย่างเดียว แพทย์สามารถใช้ Samsung EVO Q10 Ultrasound เพื่อสแกนดูเพิ่มเติมได้ว่า

  • ชั้นเนื้อเยื่อมีความหนาประมาณเท่าไร
  • โครงสร้างบริเวณคางของคนไข้มีลักษณะภายในเป็นอย่างไร
  • มีหลอดเลือดสำคัญอยู่บริเวณใด
  • เคยมี Filler เดิมอยู่หรือไม่
  • หากพบ Filler เดิม อยู่ในตำแหน่งและชั้นใด

จากนั้นจึงนำข้อมูลทั้งหมดมาประกอบการออกแบบโดยการทำ Treatment Plan เพื่อวางแผนการรักษาได้ตั้งแต่ครั้งแรกไปจนถึงลำดับถัดไป โดยเรียงลำดับได้ดังนี้

  • ดูรูปหน้าภายนอก
  • Scan เพื่อดูโครงสร้างภายใน 
  • ประเมินหลอดเลือดในผิวหนัง 
  • วางแผน 
  • ลงมือทำหัตถการ

 

ช่วยดูเข็มหรือ Cannula ระหว่างทำหัตถการ
ช่วยดูเข็มหรือ Cannula ระหว่างทำหัตถการ

 

ช่วยดูเข็มหรือ Cannula ระหว่างทำหัตถการ

Samsung EVO Q10 Ultrasound นั้นมีฟังก์ชันที่สามารถดูภาพได้แบบ Real-time ในระหว่างการรักษาได้ จึงทำให้แพทย์สามารถใช้ Samsung EVO Q10 Ultrasound ในการช่วยดูภาพระหว่างทำ ในขั้นตอนการใช้ Needle หรือ Cannula กับ Anatomy ที่อยู่ใต้ผิวได้ ในระหว่างที่ทำหัตถการอยู่

อีกทั้งยังมีฟังก์ชัน NeedleMate+™ ที่ออกแบบมาเพื่อช่วยทำให้สามารถมองเห็นเข็มในภาพ Ultrasound ได้ชัดมากยิ่งขึ้น จึงทำให้สามารถใช้ข้อมูลจากภาพในจอมาประกอบการประเมินว่าเข็มอยู่บริเวณใด และมีความสัมพันธ์กับ Target Plane หรือโครงสร้างข้างเคียงอย่างไรได้ด้วย

เราเรียกแนวทางนี้ว่า Ultrasound-Guided Injection ซึ่งต้องทำโดยแพทย์ผู้มีความรู้ความสามารถ เนื่องจากยังต้องอาศัยทั้งทักษะด้านการฉีด ความรู้ Anatomy และทักษะการใช้ Ultrasound ของแพทย์ร่วมกันในการรักษา

 

เหมาะมากกับคนไข้ที่เคยฉีดฟิลเลอร์มาก่อน

อีกหนึ่งกลุ่มที่ Samsung EVO Q10 Ultrasound  ช่วยในการประเมินการรักษาได้มากเช่น คนไข้บางรายอาจเคยฉีดฟิลเลอร์ จากหลายสถานพยาบาล หรือจำรายละเอียดการฉีดไม่ได้ทั้งหมด เช่น

  • ผู้ที่เคยฉีดเมื่อหลายปีก่อน 
  • ผู้ที่ไม่แน่ใจว่ายังเหลืออยู่หรือไม่
  • ผู้ที่มีความรู้สึกว่าบริเวณนี้เป็นก้อน แต่ไม่รู้ว่าเกิดจากอะไร
  • ผู้ที่อยากฉีดฟิลเลอร์เติมเพิ่ม แต่ก็เคยฉีดมาแล้วหลายครั้ง

ในสถานการณ์เช่นนี้ การเติมฟิลเลอร์เพิ่มเข้าไปอีกอาจไม่ใช่คำตอบเสมอไป

กรณีนี้แพทย์สามารถใช้ Samsung EVO Q10 Ultrasound ในการช่วยประเมินว่ามีฟิลเลอร์เดิมอยู่ใต้ผิวหรือไม่ ทั้งยังช่วยในการดูตำแหน่ง ความลึก และลักษณะการกระจายตัวของฟิลเลอร์เดิมได้ด้วย

จากข้อมูลที่ได้โดยการใช้ Samsung EVO Q10 Ultrasound  อาจทำให้ Treatment Plan เดิมที่คนไข้ผู้เข้ารับบริการต้องการฉีดฟิลเลอร์เพิ่ม อาจเปลี่ยนจาก การเติมฟิลเลอร์เพิ่ม

เป็นการจัดการฟิลเลอร์เดิมที่คงค้างอยู่ใต้ผิวหน้าก่อน แล้วจึงค่อยเข้าสู่พิจารณาการเติมฟิลเลอร์เพิ่มเติมได้

 

ช่วยประเมินฟิลเลอร์ที่เป็นก้อนหรืออยู่ในตำแหน่งที่ไม่ต้องการ
ช่วยประเมินฟิลเลอร์ที่เป็นก้อนหรืออยู่ในตำแหน่งที่ไม่ต้องการ

 

ช่วยประเมินฟิลเลอร์ที่เป็นก้อนหรืออยู่ในตำแหน่งที่ไม่ต้องการ

หากคนไข้เข้ามาปรึกษาที่คลินิกด้วยปัญหาหลังการฉีดฟิลเลอร์ เช่น

  • คลำแล้วพบก้อน
  • ผิวไม่เรียบเนียนหลังฉีดฟิลเลอร์
  • หลังฉีดมีอาการบวมผิดปกติ
  • สงสัยว่าฟิลเลอร์เคลื่อนที่จากตำแหน่งเดิม
  • บริเวณที่เคยฉีดดูเต็มเกินไป
  • ต้องการแก้ไขปัญหาฟิลเลอร์เดิม

Samsung EVO Q10 Ultrasound เป็นเครื่องมือหนึ่งที่สามารถช่วยให้แพทย์มองเห็นสิ่งที่อยู่ใต้ผิวก่อนวางแผนแก้ไข และรู้ปัญหาที่เกิดขึ้นใต้ผิวหนังได้จริง

จากที่อาศัยเพียงแค่การมองและการคลำจากภายนอก จึงช่วยเปลี่ยนแนวทางการรักษาจากที่เป็นการ

  • คลำ
  • คาดการณ์ 
  • รักษา

เป็น

  • ตรวจ  
  • ระบุตำแหน่ง 
  • วางแผน 
  • รักษาอย่างมีเป้าหมาย

ทำให้การรักษาละเอียดมากยิ่งขึ้น

 

ช่วยวางแผนการสลาย HA Filler

ในกรณีที่แพทย์ประเมินแล้วว่าจำเป็นต้องสลายฟิลเลอร์ การทราบถึงตำแหน่งของการฉีดฟิลเลอร์เดิมนั้นมีประโยชน์ต่อการวางแผนรักษาเป็นอย่างมาก เพราะจะสามารถช่วยในการระบุตำแหน่งของฟิลเลอร์ได้และในบางกรณีสามารถใช้ประกอบการทำ Ultrasound-Guided Hyaluronidase Injection หรือการฉีดสลายฟิลเลอร์ได้ โดยการระบุตำแหน่งที่ต้องการก่อนฉีดตัวยาสลายฟิลเลอร์หรือ Hyaluronidase แทนการคลำ และฉีดโดยอาศัยการคาดการณ์ตำแหน่งเดิมเพียงอย่างเดียว

ทั้งนี้ แนวทางการรักษาต้องขึ้นอยู่กับชนิดของฟิลเลอร์ อาการของคนไข้ และดุลยพินิจของแพทย์ร่วมด้วย

 

ช่วยประเมินภาวะแทรกซ้อนจากการรักษาที่อาจเกิดขึ้นได้ในคนไข้แต่ละคน

Samsung EVO Q10 Ultrasound ยังสามารถมีบทบาทในการจัดการและดูแลการเกิดภาวะแทรกซ้อน จากการรักษาทางการแพทย์

เช่น ในคนไข้ที่มีอาการผิดปกติหลังฉีดฟิลเลอร์ หรือสารกระตุ้นคอลลาเจน การใช้ Samsung EVO Q10 Ultrasound เพื่อช่วยประเมินโครงสร้างใต้ผิว และตำแหน่งของฟิลเลอร์รวมจึงมีประโยชน์ทั้งในด้าน

  • ประเมิน 
  • ระบุตำแหน่งในการรักษาอย่างแม่นยำ 
  • วางแผนการรักษา

ได้เป็นอย่างดี หากสงสัยเกี่ยวกับการเกิดภาวะแทรกซ้อนเฉียบพลันหลังเข้ารับการรักษาควรปรึกษาแพทย์เพื่อป้องกันการเกิดปัญหาต่าง ๆ

 

ใครเหมาะกับการใช้ Samsung EVO Q10 Ultrasound?
ใครเหมาะกับการใช้ Samsung EVO Q10 Ultrasound?

 

ใครเหมาะกับการใช้ Samsung EVO Q10 Ultrasound?

คนไข้ที่กำลังวางแผนการฉีดฟิลเลอร์

  • โดยเฉพาะตำแหน่งที่แพทย์ต้องการข้อมูล Anatomy และ Vascular Mapping เพิ่มเติมก่อนทำหัตถการ

คนไข้ที่เคยฉีดฟิลเลอร์หลายครั้ง

  • เพื่อประเมินว่ามี Filler เดิมเหลืออยู่หรือไม่ และอยู่บริเวณใด

คนไข้ที่ไม่ทราบประวัติฉีดฟิลเลอร์เดิมชัดเจน

  • ช่วยให้แพทย์มีข้อมูลเพิ่มเติมก่อนตัดสินใจว่าจะเติมฟิลเลอร์ แก้ไข หรือพิจารณาการใช้วิธีอื่นร่วม

คนไข้ที่ต้องการฉีดฟิลเลอร์

  • เช่น เป็นก้อน ไม่เรียบ หรือสงสัยว่าฟิลเลอร์อยู่ในตำแหน่งที่ไม่ต้องการหรือไม่

เคสที่แพทย์ต้องการวางแผนทำ Ultrasound-Guided Injection

  • เพราะสามารถใช้ภาพแบบ Real-time เพื่อช่วยดูเข็มและ Anatomy ระหว่างทำหัตถการ

คนไข้ที่มีอาการผิดปกติหลังฉีด

  • Samsung EVO Q10 Ultrasound เป็นเครื่องมือในการประเมินและวางแผนจัดการภาวะแทรกซ้อนตามความเหมาะสมได้

 

Samsung EVO Q10 ไม่ใช่เพียง “เครื่องช่วยดูเส้นเลือดหรือโครงสร้างภายในเท่านั้น” แต่เป็นเครื่องมือที่เข้ามาช่วยในกระบวนการรักษาได้ตั้งแต่ การประเมินก่อนรักษา การวางแผนเฉพาะบุคคล การนำทางระหว่างทำหัตถการ ไปจนถึงการประเมินและวางแผนแก้ไขปัญหาหลังการฉีดได้เป็นอย่างดีและสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น

 

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้เพื่อช่วยให้ท่านได้รับประสบการณ์การใช้งานที่ดีที่สุด และช่วยปรับปรุงคุณภาพบริการให้ดียิ่งขึ้น การเข้าใช้งานเว็บไซต์นี้ถือว่าท่านยอมรับการใช้งานคุกกี้ อ่านเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายการใช้คุกกี้