เคยไหม? ส่องกระจกแล้วรู้สึกว่าผิวหน้าดูหมองคล้ำ แห้งกร้าน แต่งหน้าไม่ติด แถมยังเริ่มมีริ้วรอยเล็ก ๆ ปรากฏขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งนี่อาจเป็นสัญญาณเตือนว่า ผิวของเรากำลังเผชิญกับปัญหาผิวเสียอยู่ โดยปัญหานี้มักไม่ได้เกิดขึ้นเพียงข้ามคืน แต่เป็นผลจากการสะสมปัจจัยที่ทำร้ายผิวในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นแสงแดด มลภาวะ ความเครียด พักผ่อนน้อย หรือการดูแลผิวผิดวิธี วันนี้ รมย์รวินท์คลินิกจะพาทุกคนไปเจาะลึกเกี่ยวกับผิวเสียว่า เกิดจากอะไร? มีวิธีแก้อย่างไร? พร้อมแนะนำหัตถการที่ช่วยฟื้นฟูผิวเสียให้กลับมาสุขภาพดี ติดตามอ่านได้ในบทความนี้
ผิวเสียคืออะไร?
ผิวเสีย คือ สภาพผิวที่สูญเสียความแข็งแรง และความสมดุล จนเกราะป้องกันผิว (Skin Barrier) อ่อนแอ และถูกทำลาย ส่งผลให้ผิวกักเก็บความชุ่มชื้นได้น้อยลง และไวต่อการระคายเคืองจากปัจจัยภายนอกได้ง่าย เช่น แสงแดด มลภาวะ ฝุ่นควัน รวมถึงการใช้ผลิตภัณฑ์ที่ไม่เหมาะกับสภาพผิว ทำให้ผิวดูหมองคล้ำ แห้งกร้าน ไม่เรียบเนียน รูขุมขนดูกว้าง และเกิดริ้วรอยก่อนวัยได้ง่าย
หากปล่อยไว้โดยไม่มีการแก้ไขอย่างเหมาะสม ปัญหาผิวเสียอาจสะสม จนส่งผลกระทบต่อสุขภาพผิวในระยะยาวได้ ซึ่งการฟื้นฟูผิวตั้งแต่เนิ่น ๆ ทั้งการดูแลผิวอย่างถูกวิธี และการเลือกหัตถการที่เหมาะกับปัญหาผิว จึงเป็นอีกหนึ่งกุญแจสำคัญที่จะช่วยให้ผิวกลับมาแข็งแรง และดูสุขภาพดีอีกครั้ง

ผิวเสียเกิดจากอะไร?
อายุเพิ่มขึ้น
เมื่ออายุมากขึ้น การผลิตคอลลาเจน และสารให้ความชุ่มชื้นในผิวก็จะลดลงตามธรรมชาติ ส่งผลให้ผิวคล้ำเสีย แห้งกร้าน ขาดความยืดหยุ่น และเกิดปัญหาผิวได้ง่าย
แสงแดด
แสงแดด เป็นอีกหนึ่งสาเหตุหลักที่ทำให้ผิวเสีย เนื่องจากรังสี UV สามารถเข้าไปทำลายคอลลาเจน และอีลาสตินใต้ผิว พร้อมทั้งกระตุ้นให้เกิดอนุมูลอิสระ ทำให้ผิวหมองคล้ำ แห้งกร้าน และเกิดริ้วรอยก่อนวัยได้ง่าย
มลภาวะ
มลภาวะ เป็นอีกหนึ่งสาเหตุหลักที่ทำให้ผิวเสีย เนื่องจากมลภาวะสามารถกระตุ้นให้เกิดอนุมูลอิสระ และกระตุ้นการอักเสบของผิว ทำให้เกราะป้องกันผิวอ่อนแอลง จนส่งผลให้ผิวหมองคล้ำ ขาดความชุ่มชื้น และเกิดสิวได้ง่าย
เครียดสะสม
เมื่อมีความเครียดสะสม ระดับฮอร์โมนคอร์ติซอล (Cortisol) ก็จะเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งอาจกระตุ้นให้เกิดการอักเสบ และลดประสิทธิภาพในการฟื้นฟูผิว ทำให้ผิวอ่อนแอ และสูญเสียสมดุล จนผิวเสีย หมองคล้ำ และดูโทรมได้
ดูแลผิวผิดวิธี
การดูแลผิวผิดวิธี โดยเฉพาะการใช้สกินแคร์ที่ไม่เหมาะกับสภาพผิว ล้างหน้าบ่อยเกินไป หรือผลัดเซลล์ผิวมากเกินความจำเป็น อาจทำให้เกราะป้องกันผิวถูกทำลาย จนเกิดปัญหาผิวเสียตามมาได้
พฤติกรรมการใช้ชีวิต
การสูบบุหรี่ ดื่มแอลกอฮอล์ พักผ่อนไม่เพียงพอ ดื่มน้ำน้อย หรือรับประทานอาหารที่ไม่มีประโยชน์ ล้วนเป็นพฤติกรรมที่เพิ่มความเสี่ยงให้เกิดปัญหาผิวเสียได้ ทำให้ผิวอ่อนแอ เสื่อมสภาพ หมองคล้ำ แห้งกร้าน และดูแก่กว่าวัยได้

5 วิธีกู้ผิวเสียให้กลับมาสุขภาพดี
เมื่อรู้สาเหตุของปัญหาผิวเสียแล้ว สิ่งสำคัญคือการกู้ผิวเสียอย่างถูกวิธี เพื่อช่วยให้เกราะป้องกันผิวกลับมาแข็งแรง ลดการระคายเคือง และคืนความชุ่มชื้นให้ผิว โดยสามารถเริ่มดูแลได้ด้วยวิธีต่อไปนี้
- ใช้สกินแคร์ที่เหมาะกับสภาพผิว และใช้มอยส์เจอไรเซอร์เป็นประจำ เพื่อช่วยกักเก็บความชุ่มชื้น เสริมเกราะป้องกันผิว และลดปัญหาผิวแห้งกร้าน
- ทาครีมกันแดดทุกวัน เพื่อปกป้องผิวจากรังสี UVA และ UVB ที่คอยทำร้ายผิว พร้อมทาซ้ำระหว่างวัน เมื่อต้องเผชิญกับแสงแดดเป็นเวลานาน
- หลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ที่ระคายเคืองผิว หรือผลัดเซลล์ผิวบ่อยจนเกินไป เพื่อป้องกันไม่ให้เกราะป้องกันผิวอ่อนแอ ซึ่งอาจนำไปสู่ปัญหาผิวเสียได้
- ปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิต ไม่ว่าะจะเป็นการนอนหลับให้เพียงพอ ดื่มน้ำในปริมาณที่เหมาะสม รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ และลดความเครียด เพื่อช่วยกู้ผิวเสียให้กลับมาสุขภาพดีจากภายใน
- ฟื้นฟูผิวเสียด้วยหัตถการ เพื่อช่วยฟื้นฟูคุณภาพผิวให้แข็งแรง ชุ่มชื้น และดูสุขภาพดีเร็วขึ้น ซึ่งจะแนะนำให้ปรึกษาแพทย์ก่อนตัดสินใจ เพื่อให้แพทย์เลือกหัตถการดูแลผิวที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล
รวมหัตถการฟื้นฟูผิวเสีย
Vitaran I
Vitaran I เป็นหัตถการฟื้นฟูผิวเสียที่มี Polynucleotide (PN) จากปลาเทราต์เป็นส่วนประกอบหลัก ช่วยซ่อมแซมผิวที่เสียหาย ลดการอักเสบ ฟื้นฟูผิวที่เป็นสิว กระตุ้นการผลัดเซลล์ผิว เสริมเกราะป้องกันผิว เพิ่มความชุ่มชื้น และกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่เพิ่มขึ้น ทำให้ผิวกลับมาแข็งแรง ชุ่มชื้น เรียบเนียน ยืดหยุ่น และสีผิวดูสม่ำเสมอมากขึ้น เหมาะกับผู้ที่มีปัญหาสิว ผิวอ่อนแอ แพ้ง่าย ผิวคล้ำเสียจากแสงแดด มีรอยสิว ริ้วรอยเล็ก ๆ รูขุมขนกว้าง หรือหลุมสิวตื้น ซึ่งหลังฉีดผลลัพธ์จะอยู่ได้นานประมาณ 9 – 12 เดือน ขึ้นอยู่กับการดูแลตัวเองหลังฉีด
Rejuran
Rejuran เป็นหัตถการฟื้นฟูผิวเสียที่มี Polynucleotide (PN) จากปลาแซลมอนเป็นส่วนประกอบหลัก ช่วยส่งเสริมการหลั่ง Growth Factor กระตุ้นการสร้างคอลลเจน กระตุ้นการสร้างเซลล์ผิวใหม่ ฟื้นฟูเซลล์ผิวที่เสื่อมสภาพ เพิ่มความชุ่มชื้น และปรับสีผิวให้สม่ำเสมอ ทำให้ผิวกลับมาแข็งแรง ยืดหยุ่น ชุ่มชื้น ฉ่ำวาว และดูเรียบเนียนจากภายใน เหมาะกับผู้ที่มีปัญหาผิวแห้ง ผิวหยาบกร้าย ผิวเสียจากการเผชิญปัจจัยภายนอก รูขุมขนกว้าง ผิวหมองคล้ำ และมีริ้วรอยเล็ก ๆ ซึ่งหลังฉีดผลลัพธ์จะอยู่ได้นานประมาณ 3 – 6 เดือน ขึ้นอยู่กับการดูแลตัวเองหลังฉีด
Profhilo
Profhilo เป็นหัตถการฟื้นฟูผิวเสียที่มี Hyaluronic Acid (HA) เข้มข้นสูงเป็นส่วนประกอบหลัก ช่วยปรับโครงสร้างผิวให้แข็งแรง ฟื้นฟูคุณภาพผิวในทุกชั้นผิว กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน และอีลาสติน เพิ่มความชุ่มชื้น ปรับสมดุลผิว และฟื้นฟูรอยแผลเป็นจากสิว ทำให้ผิวกลับมาแข็งแรง แน่นกระชับ ยืดหยุ่น ชุ่มชื้น อิ่มน้ำ และดูอ่อนกว่าวัยในระยะยาว เหมาะกับผู้ที่เริ่มมีผิวหย่อนคล้อย ผิวขาดความยืดหยุ่น มีริ้วรอยเล็ก ๆ ผิวแห้งกร้าน ดูหมองคล้ำ รูขุมขนกว้าง และพื้นผิวไม่เรียบ ซึ่งหลังฉีดผลลัพธ์จะอยู่ได้นานประมาณ 6 – 9 เดือน ขึ้นอยู่กับการดูแลตัวเองหลังฉีด
FAQ ไขข้อสงสัยเกี่ยวกับผิวเสีย
ผิวเสีย กับ ผิวขาดน้ำเหมือนกันไหม?
- ผิวเสีย และผิวขาดน้ำมีความแตกต่างกันอย่างชัดเจน โดยผิวขาดน้ำ เป็นภาวะที่ผิวมีปริมาณน้ำไม่เพียงพอ ซึ่งสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกสภาพผิว ไม่ว่าจะเป็นผิวแห้ง ผิวมัน หรือผิวผสม ในขณะที่ผิวเสีย เป็นภาวะที่เกราะป้องกันผิวอ่อนแอ ทำให้ผิวสูญเสียความชุ่มชื้น หมองคล้ำ ระคายเคืองง่าย และเกิดปัญหาผิวอื่น ๆ ตามมาได้
ผิวเสีย ใช้เวลาฟื้นฟูนานไหม?
- โดยทั่วไประยะเวลาในการฟื้นฟูผิวเสีย อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับสาเหตุ ความรุนแรงของปัญหา และการดูแลตัวเอง ซึ่งหากมีการดูแลตัวเองอย่างต่อเนื่อง และถูกวิธี ผิวก็สามารถค่อย ๆ กลับมาแข็งแรง ชุ่มชื้น และดูสุขภาพดีขึ้นได้
ผิวเสีย ควรหลีกเลี่ยงอะไรบ้าง?
- ผู้ที่มีปัญหาผิวเสีย ควรหลีกเลี่ยงการเผชิญแสงแดดเป็นเวลานาน หลีกเลี่ยงการใช้ผลิตภัณฑ์ที่อาจก่อให้เกิดการระคายเคือง หลีกเลี่ยงการผลัดเซลล์ผิวบ่อยเกินไป รวมถึงหลีกเลี่ยงการนอนดึก พักผ่อนน้อย เครียดสะสม สูบบุหรี่ และดื่มแอลกอฮอล์ ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยที่ทำให้ผิวยิ่งอ่อนแอ และฟื้นตัวช้ากว่าเดิมได้
สรุปผิวเสีย
ผิวเสีย เป็นปัญหาผิวที่เกิดได้จากหลายปัจจัย ทั้งแสงแดด มลภาวะ ความเครียด การดูแลผิวผิดวิธี และพฤติกรรมการใช้ชีวิต ซึ่งทำให้เกราะป้องกันผิวอ่อนแอ และผิวถูกทำลายได้ง่าย ดังนั้น การดูแลผิวเสียให้กลับมาแข็งแรง ควรเริ่มจากการใช้สกินแคร์ที่เหมาะกับสภาพผิว ใช้มอยส์เจอไรเซอร์เป็นประจำ ทาครีมกันแดดทุกวัน หลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ที่ระคายเคืองผิว ดื่มน้ำให้มาก ๆ นอนหลับให้เพียงพอ รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ไปจนถึงการฟื้นฟูผิวเสียด้วยหัตถการ ไม่ว่าจะเป็น Vitaran I, Rejuran หรือ Profhilo
โดยก่อนเข้ารับบริการ ควรปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินสภาพผิว และเลือกหัตถการฟื้นฟูผิวเสียที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล ช่วยให้เกราะป้องกันผิวกลับมาแข็งแรง ผิวมีความยืดหยุ่น ชุ่มชื้น เรียบเนียน กระจ่างใส และดูสุขภาพจากภายในอย่างแท้จริง
*ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับสภาพผิวแต่ละบุคคล ควรปรึกษาแพทย์ก่อนเข้ารับบริการ
*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯกำหนด

