ปัญหาใต้ตาดำ หรือขอบตาคล้ำ เป็นหนึ่งในปัญหาที่สร้างความกังวลใจให้กับใครหลายคน เพราะนอกจากจะทำให้ใบหน้าดูโทรม และอิดโรยเหมือนคนพักผ่อนไม่เพียงพอแล้ว ยังทำให้ดูแก่กว่าวัย และส่งผลต่อความมั่นใจในชีวิตประจำวันอย่างมาก หลายคนพยายามหาสกินแคร์บำรุงรอบดวงตามาใช้ แต่กลับพบว่าปัญหาใต้ตาดำก็ยังไม่หายไป ซึ่งอาจเป็นเพราะเรายังแก้ปัญหาไม่ตรงกับสาเหตุ วันนี้ รมย์รวินท์คลินิกจะพามาไปเจาะลึกเกี่ยวกับใต้ตาดำว่า คืออะไร? เกิดจากสาเหตุอะไร? และมีวิธีแก้ไขใต้ตาดำอย่างไร? บทความนี้รวบรวมข้อมูลมาไว้ให้แล้ว
ใต้ตาดำมีลักษณะอย่างไร?
ใต้ตาดำ คือ ลักษณะของผิวบริเวณใต้ดวงตาที่มีสีเข้มกว่าผิวบริเวณโดยรอบ ทำให้ใต้ตาดูหมองคล้ำ ไม่สดใส และส่งผลให้ใบหน้าโดยรวมดูอ่อนล้าหรือแก่กว่าวัย ซึ่งสามารถพบได้ทุกเพศ และทุกวัย โดยลักษณะของใต้ตาดำอาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล เช่น ใต้ตาเป็นสีน้ำตาล สีม่วง สีน้ำเงินอมเทา หรือดำคล้ำ รวมถึงอาจพบร่วมกับปัญหาร่องใต้ตา เบ้าตาลึก หรือถุงใต้ตา ซึ่งจะทำให้เกิดเงาบริเวณใต้ดวงตา และยิ่งส่งผลให้ใต้ตาดูคล้ำอย่างเห็นได้ชัด

สาเหตุที่ทำให้ใต้ตาดำ
ปัญหาใต้ตาดำสามารถเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ ทั้งปัจจัยภายในร่างกาย และปัจจัยภายนอกในชีวิตประจำวัน ดังนี้
พันธุกรรม
หากบุคคลในครอบครัวมีปัญหาใต้ตาดำ ก็มีโอกาสที่เราจะมีปัญหาใต้ตาดำได้เช่นกัน เนื่องจากพันธุกรรมสามารถส่งผลต่อการกระจายตัวของเม็ดสีเมลานิน ความบางของผิวบริเวณใต้ตา รวมถึงโครงสร้างกระดูกเบ้าตา ซึ่งอาจทำให้เกิดเงาบริเวณใต้ดวงตา ส่งผลให้ใต้ตาดูดำคล้ำได้แม้จะพักผ่อนเพียงพอแล้วก็ตาม
พักผ่อนไม่เพียงพอ
การนอนดึก นอนหลับไม่สนิท หรือพักผ่อนไม่เพียงพอ อาจทำให้ระบบไหลเวียนเลือดทำงานได้ไม่เต็มที่ และส่งผลให้เส้นเลือดบริเวณใต้ตาดูชัดขึ้น เนื่องจากผิวใต้ตามีความบาง จึงทำให้ใต้ตาดูคล้ำ และใบหน้าโดยรวมดูอ่อนเพลียกว่าปกติ
อายุเพิ่มขึ้น
เมื่ออายุมากขึ้น ผิวของเราจะผลิตคอลลาเจน และอีลาสตินได้น้อยลง ทำให้ผิวบริเวณใต้ตาซึ่งมีความบางตามธรรมชาติอยู่แล้ว ยิ่งบางลงจนสามารถมองเห็นเส้นเลือดใต้ผิวได้อย่างชัดเจน ประกอบกับไขมันใต้ตาที่ลดลง จึงอาจทำให้เกิดปัญหาเบ้าตาลึก ร่องใต้ตา หรือเกิดเงาบริเวณใต้ตาได้
ขยี้ตาบ่อยเกินไป
การขยี้ตาบ่อย ๆ อาจกระตุ้นให้ผิวบริเวณรอบดวงตาเกิดการอักเสบ และเกิดการสร้างเม็ดสีเมลานินเพิ่มขึ้น ส่งผลให้สีผิวรอบดวงตาดูเด่นชัด จนเกิดปัญหาใต้ตาดำได้ โดยจะพบได้บ่อยในผู้ที่มีอาการภูมิแพ้ หรือระคายเคืองตาเป็นประจำ
รังสี UV จากแสงแดด
การโดนแสงแดดเป็นเวลานาน อาจกระตุ้นการสร้างเม็ดสีเมลานินเพิ่มขึ้น ทำให้ผิวบริเวณใต้ดวงตาที่มีความบอบบางเกิดความหมองคล้ำได้ง่าย หากไม่ได้รับการป้องกันด้วยครีมกันแดด หรือการสวมแว่นกันแดดอย่างเหมาะสม
พฤติกรรมในชีวิตประจำวัน
ความเครียด การสูบบุหรี่ การดื่มแอลกอฮอล์ การดื่มน้ำน้อย หรือการใช้สายตากับหน้าจอเป็นเวลานาน อาจส่งผลต่อสุขภาพผิว และการไหลเวียนเลือดบริเวณรอบดวงตา ทำให้ใต้ตาดูหมองคล้ำ และใบหน้าดูโทรมได้

วิธีแก้ปัญหาใต้ตาดำ
การแก้ปัญหาใต้ตาดำสามารถทำได้หลายวิธี โดยควรเลือกตามสาเหตุ และระดับความรุนแรงของปัญหา ดังนี้
ปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิต
สำหรับผู้ที่มีปัญหาใต้ตาดำจากพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน ควรเริ่มต้นด้วยการปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิตให้เหมาะสม เช่น นอนหลับให้เพียงพอ ดื่มน้ำให้มาก ๆ หากิจกรรมผ่อนคลายความเครียด และหลีกเลี่ยงการขยี้ตา เพราะพฤติกรรมเหล่านี้จะช่วยลดปัญหาใต้ตาดำ พร้อมทั้งช่วยให้ผิวบริเวณรอบดวงตาดูสดใส และสุขภาพดีขึ้น
ใช้สกินแคร์บำรุงผิวรอบดวงตา
ควรเลือกใช้สกินแคร์บำรุงผิวรอบดวงตาที่มีส่วนผสมของ Vitamin C, Niacinamide, Hyaluronic Acid หรือ Peptides ที่ช่วยลดความหมองคล้ำ เพิ่มความชุ่มชื้น และปรับผิวรอบดวงตาให้ดูกระจ่างใสขึ้น ทั้งนี้ หากมีปัญหาใต้ตาดำที่เกิดจากเบ้าตาลึก หรือไขมันใต้ตายุบตัว การใช้สกินแคร์บำรุงผิวเพียงอย่างเดียว อาจยังไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างชัดเจน แนะนำให้ทำหัตถการทางการแพทย์ร่วมด้วย
ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา
การฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา เป็นหนึ่งในหัตถการที่ได้รับความนิยมสำหรับผู้ที่มีปัญหาใต้ตาลึก ร่องใต้ตา หรือมีเงาใต้ตา จนทำให้ใต้ตาดูคล้ำ โดยแพทย์จะใช้สารเติมเต็มประเภท Hyaluronic Acid (HA) ฉีดเข้าไปบริเวณใต้ตา เพื่อช่วยเติมเต็มร่องลึก เพิ่มความอิ่มฟู และลดการเกิดเงาใต้ตา ส่งผลให้ผิวบริเวณใต้ตาดูเรียบเนียน สดใส และใบหน้าโดยรวมดูอ่อนกว่าวัยมากขึ้น
ฉีดโปรแกรมกลุ่ม PN
การฉีดโปรแกรมกลุ่ม PN (Polynucleotide) เป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการฟื้นฟูผิวบริเวณรอบดวงตา โดยจะช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน เพิ่มความชุ่มชื้น ซ่อมแซมเซลล์ผิวที่เสียหาย และเสริมความแข็งแรงของผิวใต้ตา จึงเหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาใต้ตาดำจากผิวบาง หรือคุณภาพผิวที่เสื่อมลง ทั้งนี้ หากมีปัญหาใต้ตาดำที่เกิดจากร่องใต้ตา หรือเบ้าตาลึก แพทย์อาจพิจารณาให้ทำการรักษาด้วยหัตถการอื่นร่วมด้วย
เลเซอร์ลดใต้ตาดำ
การทำเลเซอร์บางประเภท สามารถลดปัญหาใต้ตาดำได้ โดยเฉพาะผู้ที่มีปัญหาใต้ตาดำที่เกิดจากการสะสมของเม็ดสี หรือความหมองคล้ำของผิว ซึ่งเลเซอร์จะช่วยทำลายเม็ดสีเมลานิน กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน และฟื้นฟูผิวบริเวณรอบดวงตาให้ดูกระจ่างใสขึ้น ทั้งนี้ แพทย์จะเป็นผู้ประเมินสภาพผิว และเลือกเทคโนโลยีเลเซอร์ที่เหมาะสมกับปัญหาของแต่ละบุคคล
FAQ ไขข้อสงสัยเกี่ยวกับใต้ตาดำ
การนอนเร็วช่วยลดใต้ตาดำได้ไหม?
- การนอนหลับอย่างเหมาะสม สามารถช่วยลดใต้ตาดำที่เกิดจากการนอนดึก หรือการพักผ่อนไม่เพียงพอได้ แต่หากใต้ตาดำเกิดจากสาเหตุอื่น เช่น พันธุกรรม หรืออายุที่เพิ่มขึ้น การนอนหลับให้เพียงพอเพียงอย่างเดียวอาจไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ แนะนำให้ปรึกษาแพทย์ เพื่อพิจารณาวิธีการรักษาอื่นร่วมด้วย
ใต้ตาดำสามารถป้องกันได้ไหม?
- โดยทั่วไปสามารถป้องกันการเกิดใต้ตาดำได้ โดยการนอนหลับให้เพียงพอ ดื่มน้ำให้มาก ๆ หลีกเลี่ยงการขยี้ตา ปกป้องผิวจากแสงแดด และดูแลผิวบริเวณรอบดวงตาอย่างสม่ำเสมอ แต่ทั้งนี้ สำหรับผู้ที่มีปัญหาใต้ตาดำจากพันธุกรรม โครงสร้างใบหน้า หรืออายุที่มากขึ้น แนะนำให้ทำการรักษาด้วยวิธีอื่นร่วมด้วย
ใต้ตาดำต้องใช้เวลารักษานานไหม?
- โดยทั่วไประยะเวลาในการรักษาใต้ตาดำ จะขึ้นอยู่กับสาเหตุ และวิธีการรักษาของแต่ละบุคคล หากใต้ตาดำเกิดจากพฤติกรรมการใช้ชีวิต อาจดีขึ้นได้เมื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมอย่างต่อเนื่อง แต่หากเกิดจากพันธุกรรม อายุที่เพิ่มขึ้น หรือโครงสร้างใต้ตา อาจต้องเข้ารับการรักษาด้วยหัตถการทางการแพทย์ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น
สรุปเรื่องใต้ตาดำ
ปัญหาใต้ตาดำเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ ไม่ว่าจะเป็นการพักผ่อนไม่เพียงพอ พันธุกรรม อายุที่เพิ่มขึ้น การขยี้ตาบ่อย รังสี UV จากแสงแดด หรือพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน ซึ่งแต่ละสาเหตุอาจต้องใช้วิธีดูแล และรักษาที่แตกต่างกัน
ดังนั้น การแก้ปัญหาใต้ตาดำจึงควรเริ่มจากการหาสาเหตุที่แท้จริง เพื่อเลือกวิธีการรักษาที่เหมาะสม ตั้งแต่การปรับพฤติกรรม การบำรุงผิวรอบดวงตา ไปจนถึงการทำหัตถการทางการแพทย์ เช่น ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา ฉีดโปรแกรมกลุ่ม PN หรือการทำเลเซอร์ โดยจะแนะนำให้ปรึกษาแพทย์ก่อนตัดสินใจ เพื่อให้แพทย์ประเมินปัญหา และวางแผนการรักษาให้เหมาะกับแต่ละบุคคล
*ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับสภาพผิวแต่ละบุคคล ควรปรึกษาแพทย์ก่อนเข้ารับบริการ
*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯกำหนด

