ใต้ตาคล้ำ ทำหน้าโทรมแก้อย่างไร? เช็กสาเหตุ และวิธีแก้ปัญหาใต้ตาคล้ำ

ใต้ตาคล้ำ

เคยไหม? พอตื่นเช้ามาแล้วส่องกระจกทีไร ก็รู้สึกว่าใต้ตาคล้ำเหมือนนอนไม่พอทุกที ทั้งที่เมื่อคืนพักผ่อนอย่างเต็มที่แล้วก็ตาม ความจริงแล้วใต้ตาคล้ำสามารถเกิดได้จากหลายปัจจัย ไม่ใช่แค่การนอนดึก หรือนอนไม่พอเพียงอย่างเดียว ซึ่งปัญหานี้อาจทำให้หลายคนสูญเสียความมั่นใจ ไม่ว่าจะเป็นเวลาพบปะผู้คน ไปทำงาน หรือถ่ายรูป 

วันนี้ รมย์รวินท์คลินิกจะมาทำความเข้าใจเกี่ยวกับใต้ตาคล้ำว่า คืออะไร? เกิดจากอะไร? พร้อมเจาะลึกวิธีฟื้นฟูใต้ตาให้กลับมาสดใส สามารถหาคำตอบได้ในบทความนี้

 

ลักษณะของใต้ตาคล้ำ

ใต้ตาคล้ำ คือ ลักษณะของผิวบริเวณใต้ตาที่มีสีเข้มกว่าผิวบริเวณอื่น ๆ จนสังเกตเห็นได้ชัด ส่งผลให้ใบหน้าดูอิดโรย ดูโทรม และดูเหนื่อยล้า แม้จะพักผ่อนเพียงพอแล้วก็ตาม 

โดยทั่วไปปัญหาใต้ตาคล้ำในแต่ละคนอาจมีลักษณะที่แตกต่างกัน ซึ่งในบางคนอาจมีสีคล้ำออกน้ำตาล หรือดำ ในขณะที่บางคนอาจมีสีอมม่วง หรือสีน้ำเงิน นอกจากนี้อาจพบร่วมกับปัญหาร่องใต้ตาลึก ผิวใต้ตาบาง หรือถุงใต้ตา ซึ่งล้วนทำให้ความคล้ำใต้ตาดูชัดมากขึ้น โดยเฉพาะในช่วงที่พักผ่อนน้อย เครียดสะสม หรือเผชิญแสงแดดเป็นเวลานาน

หากพบว่าปัญหาใต้ตาคล้ำเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ดูแลตัวเองแล้วยังไม่ดีขึ้น หรือเริ่มคล้ำมากขึ้นเรื่อย ๆ แนะนำให้หาสาเหตุของปัญหา เพื่อเลือกวิธีดูแล และรักษาให้เหมาะสมกับสภาพผิวของแต่ละบุคคล

 

ใต้ตาคล้ำเกิดจากอะไร?
ใต้ตาคล้ำเกิดจากอะไร?

 

ใต้ตาคล้ำเกิดจากอะไร?

ใต้ตาคล้ำสามารถเกิดขึ้นได้จากหลายปัจจัย ไม่ได้มีเพียงแค่การนอนดึก หรือพักผ่อนไม่เพียงพอเท่านั้น แต่ยังเกี่ยวข้องกับปัจจัยทั้งภายในร่างกาย และพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน โดยสาเหตุที่พบได้บ่อย มีดังนี้

  • นอนหลับไม่เพียงพอ

เมื่อร่างกายได้รับการพักผ่อนไม่เพียงพอ อาจส่งผลต่อกระบวนการฟื้นฟูของผิว และกระตุ้นการสร้างเม็ดสีเมลานินเพิ่มขึ้น ทำให้ผิวบริเวณใต้ตาดูหมองคล้ำ ขอบตาดูเข้มขึ้น และใบหน้าโดยรวมดูอ่อนล้าได้

  • อายุที่เพิ่มขึ้น

เมื่ออายุมากขึ้น กระบวนการสร้างคอลลาเจนในผิวลดลง ทำให้ผิวใต้ตาบาง และขาดความกระชับ จึงเห็นเส้นเลือดใต้ผิวได้ง่ายขึ้น ประกอบกับการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างรอบดวงตา เช่น เบ้าตาที่ลึกขึ้น ทำให้เกิดเงาบริเวณใต้ตา และใต้ตาคล้ำกว่าปกติ 

  • พันธุกรรม

ในบางคนมีปัญหาใต้ตาคล้ำแม้จะพักผ่อนเพียงพอ เนื่องจากปัจจัยจากพันธุกรรม หากพบว่าคนในครอบครัวมีลักษณะขอบตาดำ หรือใต้ตาคล้ำมาตั้งแต่เด็ก ก็อาจมีโอกาสที่จะพบปัญหานี้ได้เช่นกัน ซึ่งอาจเกิดจากเม็ดสีใต้ตาที่เข้มกว่าปกติ หรือโครงสร้างบริเวณเบ้าตาที่ลึก ทำให้เกิดเงา และทำให้ใต้ตาดูคล้ำมากขึ้น

  • แสงแดด

รังสี UV จากแสงแดดสามารถกระตุ้นกระบวนการสร้างเม็ดสีใต้ผิว ทำให้เกิดการสะสมของเม็ดสีเมลานินมากขึ้น เมื่อเกิดขึ้นบริเวณใต้ตาซึ่งเป็นบริเวณที่ผิวมีความบางกว่าบริเวณอื่น จึงส่งผลให้ใต้ตาคล้ำ สีผิวไม่สม่ำเสมอ และทำให้ใบหน้าโดยรวมดูโทรมได้ง่าย

  • ขยี้ตาบ่อย

การขยี้ตาเป็นประจำ อาจทำให้ผิวบริเวณรอบดวงตาเกิดการระคายเคือง และอักเสบ ส่งผลให้ผิวกระตุ้นการสร้างเม็ดสีเมลานินเพิ่มขึ้น จนทำให้ใต้ตาคล้ำ หรือขอบตามีสีเข้มขึ้นได้ แม้ไม่ได้มีอาการแพ้ หรือภูมิแพ้ใด ๆ ก็ตาม

  • ภูมิแพ้

ผู้ที่มีปัญหาภูมิแพ้ หรือไซนัสเรื้อรัง อาจพบปัญหาใต้ตาคล้ำได้ง่าย เนื่องจากอาการคัดจมูก หรือการอักเสบบริเวณโพรงจมูก อาจทำให้เลือดไหลเวียนได้ไม่สะดวก และส่งผลให้เส้นเลือดใต้ตาดูชัดมากขึ้น จนเกิดเป็นรอยคล้ำใต้ตาที่เห็นได้ชัด โดยเฉพาะในช่วงที่พักผ่อนน้อย หรืออากาศเปลี่ยนแปลง

 

วิธีแก้ใต้ตาคล้ำด้วยตัวเอง

การแก้ปัญหาขอบตาคล้ำด้วยตัวเอง สามารถทำได้หลายวิธี โดยเริ่มจากการดูแลตัวเอง ดังนี้

  • ปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิต โดยการพักผ่อนให้เพียงพอ ดื่มน้ำให้มาก ๆ ลดความเครียด และหลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่กระตุ้นให้ใต้ตาดูคล้ำมากขึ้น เช่น การเผชิญแสงแดด การขยี้ตา การจ้องหน้าจอนานเกินไป การสูบบุหรี่ และการดื่มแอลกอฮอล์
  • บำรุงผิวบริเวณรอบดวงตาสม่ำเสมอ โดยเน้นการใช้ผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับผิวรอบดวงตาโดยเฉพาะ เพื่อช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น และลดความหมองคล้ำบริเวณใต้ตา รวมถึงควรทาครีมกันแดดเป็นประจำทุกวัน เพื่อป้องกันการกระตุ้นเม็ดสีเมลานินเพิ่มขึ้น
  • ประคบเย็นบริเวณใต้ตา เพื่อช่วยลดอาการบวม และความเหนื่อยล้าบริเวณรอบดวงตา โดยเฉพาะในวันที่พักผ่อนน้อย หรือรู้สึกว่าดวงตาดูไม่สดใส แต่แนะนำให้ทำอย่างเบามือ และหลีกเลี่ยงการถูบริเวณใต้ตาแรง ๆ

 

รวมหัตถการลดปัญหาใต้ตาคล้ำ
รวมหัตถการลดปัญหาใต้ตาคล้ำ

 

รวมหัตถการลดปัญหาใต้ตาคล้ำ

สำหรับผู้ที่มีปัญหาใต้ตาคล้ำ แม้จะดูแลตัวเอง หรือปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิตแล้ว แต่ความคล้ำยังไม่ดีขึ้น การทำหัตถการจึงเป็นอีกทางเลือกที่ช่วยแก้ปัญหาได้ตรงสาเหตุ โดยหัตถการที่นิยมแก้ปัญหาใต้ตาคล้ำ มีดังนี้

  • เลเซอร์

การทำเลเซอร์ เป็นอีกทางเลือกที่เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาใต้ตาคล้ำจากเม็ดสีสะสม โดยพลังงานเลเซอร์จะช่วยจัดการกับเม็ดสีส่วนเกินให้แตกตัวเป็นอนุภาคขนาดเล็ก แล้วร่างกายค่อย ๆ กำจัดออกไป พร้อมทั้งกระตุ้นกระบวนการฟื้นฟูผิว และกระบวนการสร้างคอลลาเจน ทำให้บริเวณรอบดวงตาดูกระจ่างใสมากขึ้น ทั้งนี้ ควรให้แพทย์ประเมินสภาพผิวก่อนเริ่มการรักษา เพื่อเลือกประเภทเลเซอร์ที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล

  • ฉีดฟิลเลอร์

การฉีดฟิลเลอร์ เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาใต้ตาคล้ำจากร่องใต้ตาลึก หรือกระดูกใต้ตาทรุด จนเกิดเป็นเงาบริเวณใต้ตา โดยแพทย์จะทำการฉีดสารเติมเต็ม Hyaluronic Acid (HA) เข้าไปยังบริเวณใต้ตา เพื่อเติมเต็มริ้วรอย ร่องลึก เพิ่มความชุ่มชื้น และปรับผิวใต้ตาให้เรียบเนียนขึ้น ส่งผลให้ใต้ตาดูอิ่มฟู สุขภาพดี และใบหน้าโดยรวมดูสดใสอย่างแลดูเป็นธรรมชาติ ทั้งนี้ ควรให้แพทย์ประเมินสภาพผิวก่อนเริ่มการรักษา เพื่อเลือกชนิดฟิลเลอร์ที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล

  • ฉีดโปรแกรม PN

การฉีดโปรแกรม PN (Polynucleotide) เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการฟื้นฟูคุณภาพผิวรอบดวงตา โดยแพทย์จะทำการฉีดสาร PN เข้าไปยังบริเวณใต้ตา เพื่อช่วยกระตุ้นกระบวนการซ่อมแซมผิว กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน เติมความชุ่มชื้น และลดความหมองคล้ำบริเวณใต้ตา ส่งผลให้ใต้ตาดูสดใส ยืดหยุ่น อิ่มฟู และสุขภาพดีมากขึ้น ทั้งนี้ ควรให้แพทย์ประเมินสภาพผิวก่อนเริ่มการรักษา เพื่อเลือกโปรแกรม PN ที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล

 

FAQ ตอบข้อสงสัยเกี่ยวกับใต้ตาคล้ำ

ใต้ตาคล้ำ กับ ร่องใต้ตาลึกเหมือนกันไหม?

  • โดยทั่วไปใต้ตาคล้ำ และร่องใต้ตาลึกจะมีความแตกต่างกันอย่างชัดเจน โดยใต้ตาคล้ำ คือลักษณะของผิวบริเวณใต้ตาที่เข้มกว่าผิวโดยรอบ ในขณะที่ร่องใต้ตาลึก คือการยุบตัวของผิว หรือโครงสร้างกระดูกบริเวณใต้ตา ทำให้เกิดเป็นเงาจนดูเหมือนใต้ตาคล้ำ ซึ่งทั้งสองปัญหานี้สามารถเกิดร่วมกันได้ และอาจต้องใช้วิธีการรักษาที่แตกต่างกัน

 

สกินแคร์ช่วยลดใต้ตาคล้ำได้จริงไหม?

  • การทาสกินแคร์บำรุงผิว หรืออายครีมสามารถช่วยลดใต้ตาคล้ำได้ในบางกรณี โดยเฉพาะใต้ตาคล้ำที่เกิดจากผิวแห้ง หรือความหมองคล้ำเล็กน้อย หากเกิดจากพันธุกรรม อายุ หรือมีร่องใต้ตาลึก การใช้สกินแคร์เพียงอย่างเดียวอาจยังไม่เห็นผล แนะนำให้พิจารณาการทำหัตถการแพทย์ร่วมด้วย

 

ใต้ตาคล้ำแบบไหนควรพบแพทย์?

  • โดยทั่วไปหากมีปัญหาใต้ตาคล้ำเป็นเวลานาน แม้จะปรับพฤติกรรม หรือใช้สกินแคร์บำรุงผิวแล้วอาการยังไม่ดีขึ้น รวมถึงมีอาการผิดปกติร่วมด้วย เช่น บวม ปวด หรือมีความคล้ำเพียงข้างเดียว ควรเข้าพบแพทย์ เพื่อหาสาเหตุ และวางแผนการรักษาที่เหมาะสม

 

สรุป

ใต้ตาคล้ำ เป็นปัญหาผิวรอบดวงตาที่ทำให้ใบหน้าดูโทรม อิดโรย และแก่กว่าวัย ซึ่งสามารถเกิดได้จากหลายปัจจัย ทั้งปัจจัยภายในร่างกาย และพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน ดังนั้น การดูแล และรักษาให้เห็นผล ควรเริ่มจากการหาสาเหตุที่แท้จริง เพื่อเลือกวิธีการที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล หากปรับพฤติกรรม และดูแลผิวรอบดวงตาแล้วอาการยังไม่ดีขึ้น หรือมีปัญหาใต้ตาคล้ำเรื้อรัง แนะนำให้เข้าพบแพทย์เพื่อประเมินสภาพผิว และวางแผนการรักษาอย่างเหมาะสม เพื่อช่วยให้ใต้ตากลับมาเรียบเนียน กระจ่างใส และใบหน้าดูอ่อนกว่าวัยอย่างแลดูเป็นธรรมชาติ

 

*ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับสภาพผิวแต่ละบุคคล ควรปรึกษาแพทย์ก่อนเข้ารับบริการ

*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯกำหนด

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้เพื่อช่วยให้ท่านได้รับประสบการณ์การใช้งานที่ดีที่สุด และช่วยปรับปรุงคุณภาพบริการให้ดียิ่งขึ้น การเข้าใช้งานเว็บไซต์นี้ถือว่าท่านยอมรับการใช้งานคุกกี้ อ่านเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายการใช้คุกกี้