Ultherapy PRIME MAX คืออะไร? เข้าใจยกกระชับระดับ M–A–X ก่อนทำ

Ultherapy PRIME MAX คืออะไร
Ultherapy PRIME MAX คืออะไร?
Ultherapy PRIME MAX คืออะไร?

 

Ultherapy PRIME MAX คืออะไร?

Ultherapy PRIME MAX คือรูปแบบการวางแผน (Protocol) การทำโปรแกรมยกกระชับหน้าด้วย 

Ultherapy PRIME ถึงจะถูกวางแผนแนวทางการรักษามาเป็นอย่างดีแล้วจากบริษัทตัวแทน แต่ยังคงต้องผ่านการประเมินการรักษาอย่างละเอียดจากแพทย์ผู้ดูแลอีกทีเพื่อให้ผลลัพธ์ในการรักษาเป็นไปได้อย่างดีโดยการประเมินปัญหาและออกแบบการรักษาให้เหมาะกับแต่ละบุคคล ตามสภาพผิว ผิวหน้า รวมทั้งการกำหนดจำนวนไลน์ (Line) ในการยิงลงบนใบหน้า

Ultherapy PRIME เป็นเครื่องยกกระชับที่เป็นการพลังงานอัลตราซาวนด์แบบโฟกัสในการยกกระชับผิว พร้อมทั้งยังมีจอเพื่อให้สามารถมองเห็นชั้นผิวได้เป็นอย่างดี เพื่อเสริมความแม่นยำในระหว่างการทำหัตถการ

 

M–A–X หมายถึงอะไร?
M–A–X หมายถึงอะไร?

 

M–A–X หมายถึงอะไร?

คำว่า MAX ของ Ultherapy PRIME สามารถอธิบายความหมายได้ดังนี้

  • M มาจาก Maximum Lift & Tight

วางเป้าหมายการยกกระชับจากปัญหาที่ประเมินพบ เพื่อให้เกิดการยกกระชับขึ้นอย่างเต็มที่ ทั้งยังช่วยแก้ในส่วนปัญหาความหย่อนคล้อยของผิวหน้า ให้แน่น กระชับเท่าที่จะสามารถทำได้

  • A มาจาก Annual Treatment Plan

 จัดแผนการรักษาได้อย่างละเอียดแม่นยำ

  • X — Experience Plus

เพื่อออกแบบประสบการณ์ในการรักษาที่เหนือกว่า และให้ผู้เข้ารับบริการมีส่วนร่วมในการแจ้งความต้องการร่วมกับแพทย์โดยเป็นการกำหนดไลน์ในการยิงสำหรับทั้งปี

หากแพทย์ยังไม่รู้ว่าปัญหาหลักอยู่ตรงไหน การจะวางแผนจำนวนไลน์ในการยิง Ultherapy PRIME ทั้งปีอาจไม่แม่นยำมากนัก จึงควรทำกับแพทย์ที่ได้รับการสอนโดนบริษัทแล้วเท่านั้น

 

Maximum Lift & Tight ยกกระชับให้ตรงกับปัญหา

เบื้องต้นคือการมองใบหน้าแบบแยกออกเป็นรายบริเวณ โดยแพทย์จะประเมินเป็นตำแหน่งไล่ลงมาจากคิ้ว ช่วงกลางและล่างของใบหน้า ความหย่อนคล้อยต่าง ๆ ผิวใต้คาง รวมถึงลำคอ 

จากนั้นคือพิจารณาเฉพาะจุดว่ามีปัญหาใดหลัก จุดใดเป็นปัญหาร่วม และ Ultherapy PRIME ช่วยแก้ไขปัญหาใดได้บ้าง

บางคนอาจกังวลกรอบหน้าเป็นอันดับแรก แต่เมื่อตรวจจริงพบว่าผิวใต้คางมีส่วนทำให้กรอบหน้าดูไม่ชัดด้วย อีกคนอาจต้องการดูแลริ้วรอยผิวชั้นตื้นควบคู่กับความหย่อนคล้อย การวางแผนจึงไม่ควรเริ่มจาก “ทุกคนใช้สูตรเดียวกัน”

ผลลัพธ์ในการรักษาขึ้นอยู่กับ

  • สภาพเนื้อเยื่อ 
  • ระดับปัญหา 
  • การตอบสนองของแต่ละบุคคล 

 

A — Annual Treatment Plan มองการรักษาเป็นแผน 

การจัดแผนภายในหนึ่งปี เป็นสิ่งที่ทำให้ต้องมองในระยะยาวทั่วทั้ง

  • พื้นที่การรักษา 
  • จำนวนไลน์ 
  • ช่วงติดตามผล

โดยจำนวนไลน์ที่เหมาะสมตลอดทั้งปี คือ 800–1,200 ไลน์ต่อปี จำนวนไลน์ดังกล่าวนี้เป็นเพียงแนวทางที่ช่วยให้เห็นวิธีคิดเท่านั้นไม่ใช่จำนวนขั้นต่ำที่ทุกคนต้องทำ และไม่ใช่เกณฑ์ทางการแพทย์ที่ใช้แทนการตรวจจริง

ผู้เข้ารับบริการสามารถทำตามแผนที่แพทย์ประเมินไว้ทั้งหมดในครั้งเดียวได้เลย หรือแบ่งทำหลายครั้งตามปัญหา เวลา หรือค่าใช้จ่ายที่รับไหวก็ได้เช่นกัน

แพทย์จะระบุอย่างชัดเจนว่าแต่ละครั้งที่เข้ารับบริการจะดูแลบริเวณใด เหตุผลที่ว่าทำไมจึงเลือกบริเวณนั้นก่อน และจะครั้งถัดไปจะทำบริเวณไหน เท่าไหร่ เพื่อวางแผนในลำดับถัดไป

การแบ่งทำจึงไม่ใช่เพียงนำ 800 ไลน์มาหารเป็นครั้งละ 400 ไลน์โดยอัตโนมัติ เนื่องจากการกระจายไลน์และเป้าหมายของการทำในแต่ละครั้งอาจมีความต้องการที่แตกต่างกัน

 

X — Experience Plus ทำอะไรและทำไปเพื่ออะไร

เป็นส่วนที่ทำให้แผนการรักษาเป็นเรื่องที่ผู้เข้ารับบริการเข้าใจและร่วมตัดสินใจได้ เนื่องจากมีการพูดคุยปัญหาที่กังวล การอธิบายจำนวนไลน์และพื้นที่ที่ต้องทำ ไปจนถึงการนัดติดตามผล

เมื่อเข้าใจแผนการรักษา ผู้เข้ารับบริการจะเข้าใจถึงเหตุผลการประเมินจำนวนไลน์ ว่าจำนวนไลน์ที่ประเมินนั้นเหมาะสมที่จะใช้ในการรักษาหรือไม่

 

Ultherapy PRIME ช่วยให้วางแผนเฉพาะบุคคลได้อย่างไร?
Ultherapy PRIME ช่วยให้วางแผนเฉพาะบุคคลได้อย่างไร?

 

Ultherapy PRIME ช่วยให้วางแผนเฉพาะบุคคลได้อย่างไร?

Ultherapy PRIME จะส่งพลังงานอัลตราซาวนด์แบบโฟกัสไปยังระดับความลึกที่แพทย์เลือก เพื่อเข้าไปทำการกระตุ้นการตอบสนองของเนื้อเยื่อและกระบวนการสร้างคอลลาเจน โดยการรักษามีหลายระดับความลึก ได้แก่ 1.5, 3.0 และ 4.5 มิลลิเมตร ซึ่งเหมาะกับการใช้กับชั้นผิวหนังที่ต่างกันออกไป

อีกหนึ่งจุดสิ่งที่สำคัญคือ การแสดงผลภาพอัลตราซาวนด์แบบเรียลไทม์ ซึ่งเป็นส่วนที่จะช่วยให้แพทย์ผู้ทำหัตถการสามารถดูชั้นผิว เนื้อเยื่อ ตรวจการสัมผัสของหัวรักษากับผิว และประเมินระดับความลึกก่อนทำการยิงส่งพลังงาน 

คำว่า “เฉพาะบุคคล” เวลาทำ Ultherapy PRIME จึงเป็นการกำหนด

  • ตำแหน่ง 
  • ความลึก 
  • วิธีวางแผนการทำของแพทย์ 

ไม่ใช่เปลี่ยนเพียงแค่จำนวนไลน์บนของโปรแกรมที่ใช้ในการทำเพียงเท่านั้น อย่างไรก็ตาม ภาพอัลตราซาวนด์ที่มองเห็นผ่านจอนั้น เป็นข้อมูลช่วยให้แพทย์ตัดสินใจระหว่างทำ ไม่ได้เป็นการทำนายล่วงหน้าว่าทุกคนจะเห็นการเปลี่ยนแปลงเท่ากัน เพราะทั้งใบหน้าภายนอก เนื้อเยื่อและผิวหน้าภายใน รวมทั้งปัญหาของแต่ละคนนั้นมีความแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง

 

จำนวนไลน์จึงไม่ใช่คำตอบทั้งหมด?

จำนวนไลน์คือหนึ่งสิ่งในการส่งพลังงานของหัวรักษา จำนวนไลน์ช่วยบอกปริมาณส่วนหนึ่งของแผน แต่ยังไม่บอกว่าไลน์เหล่านั้นกระจายอยู่ตรงไหนบ้างหรือใช้กับปัญหาใดบ้าง

หากมีคนสองคนที่ได้รับการทำ Ultherapy PRIME  800 ไลน์ โดยที่คนแรกอาจต้องการดูแลพื้นที่หลายจุดบนใบหน้าและใต้คาง ส่วนอีกคนอาจมีปัญหาหลักที่แตกต่างกันออกไป หากดูเพียงจำนวนไลน์รวม เราจะไม่สามารถเห็นเหตุผลเบื้องหลังการจัดสรรไลน์ได้เลย

ดังนั้นก่อนตกลงทำ Ultherapy PRIME  จึงควรขอให้แพทย์อธิบายอย่างน้อยสามเรื่อง ได้แก่ 

  • พื้นที่ที่จะทำ 
  • จำนวนไลน์ของแต่ละพื้นที่ 
  • เหตุผลที่เลือกแผนนั้น 

หากปรับจำนวนไลน์ขึ้นหรือลง ก็ควรทราบด้วยว่าอะไรในแผนจะเปลี่ยนไป

 

แพทย์ประเมินอะไรบ้างก่อนวางแผนทำ Ultherapy PRIME  MAX?
แพทย์ประเมินอะไรบ้างก่อนวางแผนทำ Ultherapy PRIME  MAX?

 

แพทย์ประเมินอะไรบ้างก่อนวางแผนทำ Ultherapy PRIME  MAX?

การประเมินใบหน้าเบื้องต้นนั้น แพทย์จะไม่ดูเฉพาะอายุหรือความหย่อนคล้อยจากภาพถ่ายเท่านั้น แพทย์จะพิจารณาอย่างลึกซึ้งทั้งปัญหาผิวชั้นตื้น เช่น ลักษณะผิวและความยืดหยุ่น รวมถึงความหย่อนคล้อยในบริเวณคิ้ว ใบหน้าช่วงกลาง ใบหน้าช่วงล่าง ใต้คาง และลำคอ เป็นต้น

อีกส่วนที่ไม่ควรข้ามคือประวัติการทำหัตถการเดิม หากคนไข้ผู้เข้ารับบริการเคยฉีดฟิลเลอร์ หรือมีวัสดุฝังในบริเวณที่จะทำ มีการใช้ยาที่เกี่ยวข้องกับการแข็งตัวของเลือด หรือมีโรคประจำตัว ควรแจ้งแพทย์ให้ครบ แม้เรื่องนั้นจะดูไม่เกี่ยวกับความหย่อนคล้อยของผิวหน้าก็ตาม

 

ใครอาจเหมาะกับ Ultherapy PRIME MAX?
ใครอาจเหมาะกับ Ultherapy PRIME MAX?

 

ใครอาจเหมาะกับ Ultherapy PRIME MAX?

ผู้ที่เริ่มกังวลความหย่อนคล้อยบริเวณ

  • ใบหน้า 
  • ใต้คาง 
  • ลำคอ 
  • ผู้ที่ต้องการปรึกษาทางเลือกยกกระชับแบบไม่ผ่าตัด 

อาจเข้ารับการประเมินเพื่อดูว่าแผนลักษณะนี้เหมาะหรือไม่

แต่คำว่า “เหมาะ” ในที่นี้จะต้องมาจากการตรวจจริง 

 

ข้อจำกัดในการทำ Ultherapy PRIME MAX?

ผู้ที่มีปัญหาหรือมีอาการ

  • มีแผลเปิด
  • มีสิวอักเสบรุนแรงหรือสิวชนิดซีสต์ 
  • มีอุปกรณ์ฝังชนิดทำงานหรือโลหะฝังในพื้นที่นั้น 

อีกทั้งยังมีข้อควรระวังเกี่ยวกับการฉีดฟิลเลอร์ วัสดุฝัง และภาวะสุขภาพบางอย่าง

ที่หากไม่แน่ใจว่าเคยทำหัตถการอะไรมา ควรบอกแพทย์ทั้งหมดเท่าที่ทราบเพื่อนำข้อมูลเดิมไปประกอบการปรึกษา ไม่ควรคาดเดาเอาเองว่าสามารถทำได้หรือไม่ได้

 

หลังทำ Ultherapy PRIME MAX? ควรคาดหวังผลและติดตามผลอย่างไร?

หลังทำ เหมาะกับ Ultherapy PRIME MAX? จะเกิดการเปลี่ยนแปลงหลังทำที่จะค่อย ๆ เห็นมากขึ้นเมื่อเนื้อเยื่อเกิดการตอบสนองต่อพลังงาน และจะเห็นผลชัดขึ้นในช่วงประมาณ 2–3 เดือน 

ระดับผลลัพธ์และระยะเวลาคงอยู่แตกต่างกันในแต่ละคนเนื่องจากแต่ละคนมีการดูแลผิวที่แตกต่างกันตามชีวิตประจำวัน รวมทั้งสภาพผิวก็ส่งผลต่อการคงอยู่ของพลังงานด้วย

 

สิ่งที่อาจเกิดขึ้นได้หลังทำ Ultherapy PRIME MAX?

หลังทำอาจมี

  • รอยแดง 
  • บวม 
  • กดเจ็บ 
  • ช้ำชั่วคราวได้ 

ดังนั้นแผนรายปีที่ดีไม่ควรมีเพียงกำหนดจำนวนไลน์ แต่ควรบอกด้วยว่าจะติดตามผลเมื่อไร และจะใช้ผลลัพธ์การทำในครั้งนี้เพื่อตัดสินใจเรื่องการรักษาในส่วนของครั้งต่อไปอย่างไร

 

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Ultherapy PRIME MAX

  • Ultherapy PRIME MAX เป็นเครื่องรุ่นใหม่หรือไม่?

ไม่ใช่ Ultherapy PRIME MAX เป็นชื่อส่วนหนึ่งของการรักษาที่อธิบายผ่าน Maximum Lift & Tight, Annual Treatment Plan และ Experience Plus

  • ทุกคนต้องทำ 800–1,200 ไลน์ต่อปีไหม?

ไม่จำเป็น ตัวเลขดังกล่าวเป็นเพียงตัวอย่างกรอบแผน ในการรักษาเท่านั้น จำนวนไลน์อื่น ๆ จะขึ้นอยู่ตามเป้าหมายและพื้นที่รักษา จำนวนที่เหมาะจะมาจากการประเมินรายบุคคล

  • ทำครั้งเดียวหรือแบ่งทำหลายครั้ง แบบไหนดีกว่า?

ไม่มีคำตอบที่ดีที่สุด ควรดูเป้าหมาย พื้นที่รักษา ประวัติสุขภาพ และเหตุผลของการแบ่งแผนทำ หากแบ่งครั้งในการทำ ควรพูดคุยดันให้ชัดเจนว่าแต่ละครั้งที่ทำแพทย์เน้นอะไรและจะประเมินผลก่อนครั้งถัดไปอย่างไร

  • เคยฉีดฟิลเลอร์มา ทำได้ไหม?

ควรแจ้งตำแหน่งการฉีดฟิลเลอร์ ช่วงเวลา และข้อมูลผลิตภัณฑ์ให้แพทย์ทาบเพื่อประกอบการประเมินการทำ

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้เพื่อช่วยให้ท่านได้รับประสบการณ์การใช้งานที่ดีที่สุด และช่วยปรับปรุงคุณภาพบริการให้ดียิ่งขึ้น การเข้าใช้งานเว็บไซต์นี้ถือว่าท่านยอมรับการใช้งานคุกกี้ อ่านเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายการใช้คุกกี้