ริมฝีปากเป็นบริเวณที่มีชั้นผิวบาง และไม่มีต่อมไขมันที่ช่วยสร้างน้ำมันมาเคลือบผิวเหมือนบริเวณอื่น จึงทำให้สูญเสียความชุ่มชื้นได้ง่าย เมื่อเจอกับสภาพอากาศแห้ง แสงแดด หรือพฤติกรรมการใช้ชีวิตที่ไม่เหมาะสม อาจส่งผลให้เกิดปัญหาปากแตกตามมาได้
ปัญหาปากแตก ไม่ได้มีเพียงอาการริมฝีปากแห้ง หรือลอกเป็นขุยเท่านั้น แต่ในบางคนอาจมีอาการริมฝีปากเป็นร่อง มีรอยแตกเล็ก ๆ รู้สึกเจ็บ แสบ หรือทาลิปสติกแล้วเห็นร่องปากอย่างชัดเจน ซึ่งนอกจากส่งผลต่อความมั่นใจแล้ว ยังเพิ่มความเสี่ยงต่อการระคายเคือง และการติดเชื้อได้ บทความนี้จะพามาเจาะลึกถึงสาเหตุ และวิธีการดูแลปัญหาปากแตกอย่างละเอียด
เจาะลึกปากแตกคืออะไร?
ปากแตก คือ ลักษณะของริมฝีปากที่สูญเสียความชุ่มชื้น จนทำให้ริมฝีปากดูแห้งกร้าน ขาดความยืดหยุ่น และเกิดการแตกลอกเป็นขุย มีร่องเล็ก ๆ หรือรอยแยกบนริมฝีปากได้ โดยอาจพบร่วมกับอาการแสบ รู้สึกเจ็บ แห้งตึง หรือมีเลือดซึมในกรณีที่ริมฝีปากแตกอย่างรุนแรง
เนื่องจากริมฝีปากเป็นบริเวณที่มีชั้นผิวบาง และมีโครงสร้างที่แตกต่างจากผิวบริเวณอื่น ๆ จึงทำให้ไวต่อปัจจัยภายนอกมากกว่าปกติ เมื่อเผชิญกับปัจจัยกระตุ้น ไม่ว่าจะเป็นสภาพอากาศ แสงแดด การดื่มน้ำน้อย หรือการใช้ผลิตภัณฑ์ที่ก่อให้เกิดการระคายเคือง อาจทำให้เกราะป้องกันผิวบริเวณริมฝีปากอ่อนแอ และนำไปสู่ปัญหาปากแตกได้ง่าย

ปากแตกเกิดจากอะไร?
ปัญหาปากแตกสามารถเกิดได้จากหลายปัจจัย ทั้งปัจจัยภายในร่างกาย พฤติกรรมการใช้ชีวิต และสภาพแวดล้อมภายนอก โดยสาเหตุหลักที่พบได้บ่อย มีดังนี้
สภาพอากาศแห้ง
สภาพอากาศที่แห้ง หนาว มีลมแรง หรือสภาพแวดล้อมที่มีความชื้นต่ำ เช่น การอยู่ในห้องแอร์เป็นเวลานาน สามารถเร่งการสูญเสียน้ำจากผิวบริเวณริมฝีปากได้ ทำให้ริมฝีปากแห้งตึง และนำไปสู่ปัญหาปากแตกได้ง่าย
รังสี UV
เมื่อเผชิญกับรังสี UV หรือแสงแดดเป็นประจำ อาจทำให้คอลลาเจน และอีลาสตินถูกทำลาย ส่งผลให้ริมฝีปากสูญเสียความยืดหยุ่น และความชุ่มชื้น จนเกิดอาการปากแห้ง ปากแตก หรือระคายเคืองได้ง่าย
ดื่มน้ำน้อย
เมื่อร่างกายได้รับน้ำไม่เพียงพอ อาจทำให้ผิวทั่วร่างกาย รวมไปถึงริมฝีปากขาดความชุ่มชื้น จนส่งผลให้ริมฝีปากแห้งกร้าน ไม่เรียบเนียน และเกิดอาการปากแตกได้
เลียริมฝีปาก
หลายคนอาจเลียริมฝีปากเมื่อรู้สึกว่าปากแห้ง แต่พฤติกรรมนี้กลับทำให้ริมฝีปากดูแห้งยิ่งกว่าเดิม เนื่องจากน้ำลายสามารถดึงความชุ่มชื้นออกจากผิว และมีเอนไซม์ที่กระตุ้นให้เกิดการระคายเคือง เมื่อทำเป็นประจำ จึงเพิ่มโอกาสเกิดอาการปากแตกได้
ใช้ผลิตภัณฑ์ที่ระคายเคือง
โดยทั่วไปลิปสติก หรือลิปบาล์มบางประเภท อาจมีส่วนผสมที่ก่อให้เกิดอาการแพ้ หรือระคายเคือง เช่น น้ำหอม แอลกอฮอล์ หรือสารแต่งกลิ่น จนส่งผลให้ริมฝีปากแห้ง ลอก และเกิดอาการปากแตกได้ง่าย
อายุมากขึ้น
เมื่ออายุมากขึ้น กระบวนการสร้างคอลลาเจน และสารให้ความชุ่มชื้นตามธรรมชาติของผิวก็จะลดลง ส่งผลให้ริมฝีปากสูญเสียความยืดหยุ่น และความอิ่มฟู จนทำให้เห็นร่องริมฝีปากชัดขึ้น และเกิดอาการปากแตกได้ง่าย
ขาดสารอาหารบางชนิด
สารอาหารบางชนิดมีส่วนเกี่ยวข้องกับสุขภาพผิว หากร่างกายได้รับไม่เพียงพอ เช่น วิตามินบี วิตามินอี วิตามินซี ธาตุเหล็ก หรือสังกะสี อาจส่งผลให้ริมฝีปากแห้ง แตก หรือเกิดการอักเสบที่มุมปากได้ในบางกรณี

เคล็ดลับดูแลริมฝีปาก แก้ปัญหาปากแตก
ปัญหาปากแตกสามารถดูแลได้ด้วยการเพิ่มความชุ่มชื้น พร้อมปรับพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน และทำหัตถการทางการแพทย์ ดังนี้
- ทาลิปบาล์มเป็นประจำ โดยเลือกผลิตภัณฑ์บำรุงริมฝีปากที่มีส่วนผสมช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น ไม่ว่าจะเป็น Hyaluronic Acid, Ceramide, Shea Butter หรือ Petrolatum เพื่อช่วยลดการสูญเสียน้ำ และทำให้ริมฝีปากดูเนียนนุ่มมากขึ้น
- ดื่มน้ำให้เพียงพอ เมื่อร่างกายได้รับน้ำอย่างเพียงพอ ผิวและริมฝีปากก็จะมีความยืดหยุ่นมากขึ้น ทำให้ลดโอกาสเกิดปัญหาปากแตก หรือริมฝีปากแห้งลอกได้
- หลีกเลี่ยงการแกะ หรือลอกริมฝีปาก เมื่อเกิดอาการปากแตก หลายคนมักแกะผิวที่แห้งลอกออก แต่พฤติกรรมนี้อาจทำให้เกิดแผล เพิ่มโอกาสการระคายเคือง และทำให้ริมฝีปากฟื้นตัวช้าลงได้
- สครับริมฝีปากอย่างอ่อนโยน หากริมฝีปากลอกเป็นขุยแต่ไม่มีแผลสด สามารถสครับริมฝีปากได้ สัปดาห์ละ 1 ครั้ง เพื่อช่วยขจัดเซลล์ผิวเก่าที่เสื่อมสภาพ แต่ไม่ควรสครับขณะที่ปากยังมีแผลอยู่เด็ดขาด
- รับประทานอาหารเสริม โดยเฉพาะอาหารที่อุดมไปด้วยวิตามินบี วิตามินอี ธาตุเหล็ก และสังกะสี เพื่อช่วยบำรุง และฟื้นฟูสุขภาพริมฝีปาก
- ฉีดฟิลเลอร์ปาก นอกจากการดูแลตัวเองเบื้องต้นแล้ว การฉีดฟิลเลอร์ปากเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ตอบโจทย์ และสามารถเห็นผลได้อย่างรวดเร็ว โดยจะช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น เติมเต็มร่องปาก และปรับรูปทรงปากให้สวยงามอย่างแลดูเป็นธรรมชาติ
ข้อดีของการฉีดฟิลเลอร์ปาก
- เพิ่มความชุ่มชื้นให้ริมฝีปาก โดยใช้ฟิลเลอร์ประเภท Hyaluronic Acid (HA) ที่มีคุณสมบัติอุ้มน้ำสูง ช่วยให้ริมฝีปากดูชุ่มชื้น ลดปัญหาปากแห้ง และปากแตกได้อย่างมีประสิทธิภาพ
- เติมเต็มร่องริมฝีปาก ช่วยลดริ้วรอย และร่องลึกบริเวณริมฝีปาก ทำให้ริมฝีปากดูอิ่มฟู ชุ่มชื้น และเรียบเนียนมากขึ้น
- ปรับรูปทรงปาก ช่วยเพิ่มความอวบอิ่ม รวมถึงปรับสัดส่วนของริมฝีปากบนและล่างให้สมดุล พร้อมทั้งออกแบบรูปทรงปากเหมาะกับรูปหน้าของแต่ละบุคคล
- เห็นผลได้อย่างรวดเร็ว โดยสามารถสังเกตการเปลี่ยนแปลงได้ตั้งแต่ครั้งแรกที่ฉีด แม้อาจมีอาการบวมเล็กน้อยในช่วงแรก แต่ก็จะเห็นผลลัพธ์ชัดเจนขึ้นเมื่ออาการบวมยุบลง
- สะดวกสบาย และไม่ต้องพักฟื้น การฉีดฟิลเลอร์ปากจะใช้เวลาในการทำประมาณ 15 – 30 นาที และหลังฉีดสามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ โดยไม่ต้องพักฟื้น
- ปรับแก้ง่าย หากไม่พึงพอใจในผลลัพธ์ ในกรณีที่ผลลัพธ์ไม่เป็นไปตามที่ต้องการ สามารถฉีดสลายได้ด้วยเอนไซม์ Hyaluronidase เพื่อเร่งการสลายฟิลเลอร์ประเภท HA ภายใต้การดูแลของแพทย์
FAQ รวมคำถามเกี่ยวกับปากแตก
ปากแตกแบบไหนควรพบแพทย์?
- หากมีอาการปากแตกนานกว่า 2 – 3 สัปดาห์ แม้ดูแลตัวเองแล้วอาการไม่ดีขึ้น หรือปากแตกจนมีเลือดออก เจ็บ แสบ บวม แดง หรือมีหนอง ควรรีบเข้าพบแพทย์ เพื่อตรวจหาสาเหตุ และรับการรักษาอย่างเหมาะสม
ป้องกันปากแตกได้อย่างไร?
- ปัญหาปากแตกสามารถป้องกันได้ด้วยการทาลิปบาล์มเป็นประจำ ดื่มน้ำให้เพียงพอ หลีกเลี่ยงการเลีย หรือแกะริมฝีปาก ใช้ลิปบาล์มที่มี SPF เมื่อต้องเผชิญกับแสงแดด พร้อมรับประทานอาหารที่มีวิตามิน และแร่ธาตุที่ช่วยบำรุงริมฝีปาก
ปากแตกสามารถทาลิปสติกได้ไหม?
- หากริมฝีปากมีอาการแห้ง หรือลอกเพียงเล็กน้อยสามารถทาลิปสติกได้ โดยจะแนะนำให้ทาลิปบาล์มเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นก่อน แต่หากริมฝีปากมีแผล แตกจนเลือดออก หรือมีอาการอักเสบ ควรหลีกเลี่ยงการทาลิปสติกจนกว่าอาการจะดีขึ้น
สรุปปัญหาปากแตก
ปากแตก เป็นปัญหาที่พบได้บ่อย และสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน โดยส่วนใหญ่มักเกิดจากการขาดความชุ่มชื้น สภาพอากาศ อายุที่เพิ่มขึ้น และพฤติกรรมการใช้ชีวิต เช่น การเลียริมฝีปาก การดื่มน้ำน้อย หรือการใช้ผลิตภัณฑ์ที่ระคายเคือง ซึ่งปัญหาปากแตกสามารถบรรเทา และป้องกันได้ด้วยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ควบคู่กับการบำรุงริมฝีปากอย่างสม่ำเสมอ
แต่สำหรับผู้ที่อาการปากแตกไม่ดีขึ้น เป็นเรื้อรัง หรือมีอาการผิดปกติร่วมด้วย แนะนำให้เข้ารับการปรึกษาแพทย์ เพื่อหาสาเหตุ และวางแผนการรักษาที่เหมาะสม ช่วยให้ริมฝีปากกลับมาชุ่มชื้น เรียบเนียน และดูสุขภาพดีอีกครั้ง
*ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับสภาพผิวแต่ละบุคคล ควรปรึกษาแพทย์ก่อนเข้ารับบริการ
*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯกำหนด

