รูขุมขนกว้าง เกิดจากอะไร? พร้อมเจาะลึกถึงสาเหตุ และวิธีการแก้ไขรูขุมขนกว้าง

รูขุมขนกว้าง เกิดจากอะไร? พร้อมเจาะลึกถึงสาเหตุ และวิธีการแก้ไขรูขุมขนกว้าง

ปัญหารูขุมขนกว้าง เป็นอีกหนึ่งปัญหาที่หลาย ๆ คนกำลังเผชิญอยู่ เนื่องจากจะทำให้สูญเสียความมั่นใจแล้ว ยังบ่งบอกถึงสุขภาพผิวที่ไม่ดี และอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดสิว หรือหลุมสิวในอนาคตได้ วันนี้ รมย์รวินท์คลินิกจะพามาทำความรู้จักกับปัญหารูขุมขนกว้างอย่างละเอียด พร้อมอธิบายถึงสาเหตุ วิธีการรักษา และวิธีการป้องกันรูขุมขนอย่างเหมาะสม สามารถติดตามอ่านได้ในบทความนี้

 

รูขุมขนกว้าง คืออะไร
รูขุมขนกว้าง คืออะไร

 

รูขุมขนกว้าง คืออะไร?

รูขุมขนกว้าง คือ ปัญหาผิวที่มีรูขุมขนขนาดใหญ่ หรือกว้างกว่าปกติ จนสามารถสังเกตเห็นได้ด้วยตาเปล่า ซึ่งจะมีลักษณะเป็นรูเปิดของต่อมไขมันขนาดเล็ก หรือรอยจุดเล็ก ๆ กระจายอยู่บนผิว โดยมักพบได้บ่อยในบริเวณที่มีการผลิตน้ำมันมาก หรือบริเวณ T-Zone ไม่ว่าจะเป็นจมูก แก้ม หน้าผาก และคาง ทำให้ผิวดูไม่เรียบเนียน ขรุขระ และแต่งหน้าไม่ติด รวมถึงอาจนำไปสู่การเกิดปัญหาสิวอุดตัน สิวเสี้ยน หรือสิวอักเสบได้ง่าย

 

รูขุมขนกว้าง เกิดจากอะไร
รูขุมขนกว้าง เกิดจากอะไร

 

รูขุมขนกว้าง เกิดจากอะไร?

โดยทั่วไปแล้วปัญหารูขุมขนกว้าง สามารถเกิดได้จากหลายสาเหตุ ดังนี้

  • อายุมากขึ้น

อายุมากขึ้น เป็นอีกหนึ่งสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดปัญหารูขุมขนกว้างได้ เนื่องจากเมื่อมีอายุมากขึ้น ผิวก็จะสูญเสียคอลลาเจน และอีลาสตินตามวัย ซึ่งเป็นโครงสร้างหลักที่คอยพยุงรูขุมขนให้กระชับ เมื่อโครงสร้างเหล่านี้อ่อนแอ ผิวก็จะเริ่มหย่อนคล้อย และทำให้รูขุมขนกว้างกว่าปกติ

  • ฮอร์โมน

ฮอร์โมน เป็นอีกหนึ่งสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดปัญหารูขุมขนกว้างได้ โดยเฉพาะฮอร์โมนแอนโดรเจน (Androgen) ซึ่งมีผลโดยตรงต่อการทำงานของต่อมไขมัน โดยฮอร์โมนแอนโดรเจน จะกระตุ้นให้ต่อมไขมันผลิตน้ำมัน (Sebum) มากกว่าปกติ เมื่อน้ำมันถูกผลิตออกมามากขึ้น รูขุมขนก็จะเกิดการขยายตัว เพื่อระบายน้ำมัน ส่งผลให้รูขุมขนกว้าง และผิวไม่เรียบเนียนได้

  • พันธุกรรม

พันธุกรรม เป็นอีกหนึ่งสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดปัญหารูขุมขนกว้างได้ เนื่องจากพันธุกรรมเป็นหนึ่งในปัจจัยพื้นฐานที่กำหนดลักษณะของผิวตั้งแต่กำเนิด รวมถึงขนาด และโครงสร้างของรูขุมขน หากมีคนในครอบครัวมีปัญหารูขุมขนกว้าง ก็มีโอกาสสูงที่จะพบปัญหานี้เช่นกัน

  • การอุดตันของรูขุมขน

การอุดตันของรูขุมขน เป็นอีกหนึ่งสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดปัญหารูขุมขนกว้างได้ เนื่องจากเมื่อมีน้ำมัน สิ่งสกปรก และคราบเครื่องสำอางสะสมอยู่ในรูขุมขน ก็จะทำให้รูขุมขนเกิดการอุดตัน และต้องขยายตัว เพื่อรองรับสิ่งเหล่านี้ ส่งผลให้รูขุมขนกว้างขึ้น และผิวดูไม่เรียบเนียนได้

  • แสงแดด

แสงแดด เป็นอีกหนึ่งสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดปัญหารูขุมขนกว้างได้ เนื่องจากการโดนแสงแดดสะสมเป็นเวลานาน รังสี UV จะเข้าไปทำลายคอลลาเจน และอีลาสตินโดยตรง เมื่อคอลลาเจน และอีลาสตินถูกทำลาย โครงสร้างผิวก็จะค่อย ๆ อ่อนแอลง ผิวหนังสูญเสียความยืดหยุ่น และความกระชับ ทำให้รูขุมขนไม่สามารถยึดเกาะได้ จนส่งผลให้รูขุมขนกว้างขึ้น และผิวไม่เรียบเนียน

  • การดูแลผิวไม่ถูกวิธี

การดูแลผิวไม่ถูกวิธี เป็นอีกหนึ่งสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดปัญหารูขุมขนกว้างได้ โดยเฉพาะการล้างหน้าบ่อยเกินไป ใช้ผลิตภัณฑ์ที่ไม่เหมาะกับสภาพผิว ใช้ผลิตภัณฑ์ที่อุดตันผิว ขัดผิวบ่อยเกินไป สครับผิวแรงเกินไป รวมไปถึงการบีบ แคะ แกะ หรือกดสิวเองอย่างไม่ถูกต้อง ซึ่งพฤติกรรมเหล่านี้อาจทำให้ผิวเกิดการอักเสบ และระคายเคือง อีกทั้งยังทำให้รูขุมขนกว้างขึ้นในระยะยาวได้

  • พักผ่อนไม่เพียงพอ

การพักผ่อนไม่เพียงพอ เป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้เกิดปัญหารูขุมขนกว้างได้ เนื่องจากหากนอนน้อย หรือนอนดึก กระบวนการฟื้นฟูผิวก็จะทำงานน้อยลง รวมถึงเพิ่มการหลั่งฮอร์โมนคอร์ติซอล (Cortisol) ซึ่งจะไปกระตุ้นต่อมไขมันให้ผลิตน้ำมันมากกว่าปกติ ส่งผลให้รูขุมขนขยายตัว จนเกิดปัญหารูขุมขนกว้างได้

  • รับประทานอาหารไม่มีประโยชน์

การรับประทานอาหารที่ไม่มีประโยชน์ เป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้เกิดปัญหารูขุมขนกว้างได้ โดยเฉพาะอาหารประเภทของหวาน ของมัน และของทอด ซึ่งจะไปกระตุ้นให้ร่างกายเกิดการอักเสบ และเพิ่มการผลิตน้ำมันบนผิวมากขึ้น ส่งผลให้รูขุมขนขยายตัว จนเกิดปัญหารูขุมขนกว้าง และนำไปสู่ปัญหาผิวอื่น ๆ ได้

  • สูบบุหรี่

การสูบบุหรี่ เป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้เกิดปัญหารูขุมขนกว้างได้ เนื่องจากสารพิษในบุหรี่จะทำให้หลอดเลือดเกิดการหดตัว ส่งผลให้เลือดนำออกซิเจน และสารอาหารไปเลี้ยงผิวหนังได้น้อยลง อีกทั้งยังทำลายคอลลาเจน และอีลาสตินใต้ผิวหนัง ทำให้โครงสร้างผิวอ่อนแอ และผิวขาดความยืดหยุ่น จนส่งผลให้รูขุมขนกว้างขึ้น และผิวไม่เรียบเนียนในระยะยาวได้

 

รูขุมขนกว้าง มีกี่ประเภท?

โดยทั่วไปแล้วปัญหารูขุมขนกว้าง สามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ประเภทหลัก ๆ ดังนี้

  • รูขุมขนกว้างจากผิวมัน

ปัญหารูขุมขนกว้างจากผิวมัน โดยทั่วไปแล้วมีสาเหตุมาจากต่อมไขมันผลิตน้ำมันออกมามากเกินไป ทำให้รูขุมขนเกิดการขยายตัวมากกว่าปกติ เพื่อระบายน้ำมันออก ซึ่งจะมีลักษณะเป็นรูขุมขนทรงกลมที่เห็นได้อย่างชัดเจน โดยเฉพาะบริเวณ T-Zone เช่น หน้าผาก จมูก และคาง รวมถึงมักมีสิวเสี้ยน หรือสิวอุดตันร่วมด้วย

  • รูขุมขนกว้างจากอายุผิว

ปัญหารูขุมขนกว้างจากอายุผิว โดยทั่วไปแล้วมีสาเหตุมาจากคอลลาเจน และอีลาสตินเสื่อมสภาพตามวัย ทำให้ผิวหย่อนคล้อย ขาดความยืดหยุ่น และไม่กระชับ ซึ่งจะพบได้บ่อยในผู้ที่มีอายุ 30 ปีขึ้นไป โดยจะมีลักษณะเป็นรูขุมขนทรงรี หรือยืดยาวในแนวตั้ง  

  • รูขุมขนกว้างจากการอุดตัน

ปัญหารูขุมขนกว้างจากการอุดตัน โดยทั่วไปแล้วมีสาเหตุมาจากการสะสมของน้ำมัน เซลล์ผิวที่เสื่อมสภาพ สิ่งสกปรก และเครื่องสำอางที่ตกค้างอยู่ในรูขุมขน ซึ่งจะพบได้บ่อยในผู้ที่ทำความสะอาดผิวไม่ถูกต้อง หรือใช้ผลิตภัณฑ์ที่อุดตันผิว โดยจะมีลักษณะเป็นรูขุมขนขนาดใหญ่ที่มีความลึก และมีสีคล้ำ รวมถึงมักมีสิวอุดตัน หรือสิวเสี้ยนร่วมด้วย

 

รูขุมขนกว้าง ทำให้เกิดปัญหาอะไร
รูขุมขนกว้าง ทำให้เกิดปัญหาอะไร

 

รูขุมขนกว้าง ทำให้เกิดปัญหาอะไร?

  • ผิวไม่เรียบเนียน เมื่อมีปัญหารูขุมขนกว้าง ผิวก็จะดูขรุขระ ไม่เรียบเนียน ดูหยาบกร้าน และพื้นผิวไม่สม่ำเสมอได้
  • ผิวมันง่าย ปัญหารูขุมขนกว้างมักมาเกิดร่วมกับการผลิตน้ำมันที่มากขึ้น ทำให้ผิวมันเยิ้มง่ายระหว่างวัน โดยเฉพาะบริเวณ T-Zone เช่น หน้าผาก จมูก และคาง
  • เกิดปัญหาสิว โดยเฉพาะสิวเสี้ยน สิวอุดตัน และสิวอักเสบ ซึ่งเป็นผลมาจากน้ำมัน สิ่งสกปรก เครื่องสำอาง และเซลล์ผิวที่เสื่อมสภาพเข้าไปสะสมอยู่ในรูขุมขน จนทำให้เกิดการอุดตันได้ง่าย
  • ผิวหมองคล้ำ เมื่อมีปัญหารูขุมขนกว้าง ผิวก็จะไม่สามารถสะท้อนแสงได้ตามปกติ ซึ่งทำให้ใบหน้าดูโทรม หมองคล้ำ และไม่สดใสได้
  • เสี่ยงต่อการเกิดหลุมสิว โดยเฉพาะหากมีสิวอักเสบ หรือมีการบีบสิว และกดสิวบ่อย ๆ อาจทำให้เนื้อเยื่อใต้ผิวฉีกขาด และเพิ่มโอกาสในการเกิดหลุมสิวได้ง่าย
  • แต่งหน้ายาก เมื่อมีปัญหารูขุมขนกว้าง ก็จะทำให้แต่งหน้าได้ยากขึ้น แต่งหน้าแล้วไม่ติดทน เครื่องสำอางไม่เกาะผิว แต่งหน้าแล้วตกร่อง และทำให้ผิวหลังแต่งหน้าดูไม่เรียบเนียนได้

 

รวมวิธีกระชับรูขุมขน
รวมวิธีกระชับรูขุมขน

 

รวมวิธีกระชับรูขุมขน

การกระชับรูขุมขน สามารถทำได้หลายวิธี ซึ่งวิธีที่ได้รับความนิยมในการแก้ปัญหารูขุมขนกว้าง มีดังนี้

การฉีดโบ เป็นอีกหนึ่งวิธีที่สามารถกระชับรูขุมขนได้ โดยการฉีดสารชนิดหนึ่งที่มีฤทธิ์ในการคลายกล้ามเนื้อ เข้าไปยังบริเวณที่มีรูขุมขนกว้าง เพื่อลดการทำงานของต่อมไขมัน และกล้ามเนื้อเล็ก ๆ รอบรูขุมขน ทำให้รูขุมขนค่อย ๆ หดเล็กลง และผิวเรียบเนียนมากขึ้นอย่างแลดูเป็นธรรมชาติ ซึ่งจะเหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหารูขุมขนกว้าง ผิวมัน และผิวไม่เรียบเนียน โดยผลลัพธ์จากการฉีดโบ จะสามารถคงอยู่ได้นานประมาณ 3 – 6 เดือน ขึ้นอยู่กับสภาพผิว ยี่ห้อที่ฉีด และการดูแลตัวเองหลังฉีด

  • ฉีดฟิลเลอร์

การฉีดฟิลเลอร์ เป็นอีกหนึ่งวิธีที่สามารถกระชับรูขุมขนได้ โดยการฉีดสารเติมเต็มประเภท Hyaluronic Acid (HA) เข้าไปผิวหนังชั้นตื้น เพื่อปรับปรุงคุณภาพผิว เพิ่มความชุ่มชื้น เติมเต็มริ้วรอยเล็ก ๆ และกระชับรูขุมขน ทำให้รูขุมขนเล็กลง ผิวเรียบเนียน และชุ่มชื้นขึ้นอย่างแลดูเป็นธรรมชาติ ซึ่งจะเหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาผิวแห้งกร้าน ใบหน้าโทรม มีริ้วรอยเล็ก ๆ รูขุมขนว้าง และมีหลุมสิว โดยผลลัพธ์จากการฉีดฟิลเลอร์ จะสามารถคงอยู่ได้นานประมาณ 6 – 18 เดือน ขึ้นอยู่กับสภาพผิว ยี่ห้อที่ฉีด และการดูแลตัวเองหลังฉีด

การฉีด Biostimulator หรือสารกระตุ้นคอลลาเจน เป็นอีกหนึ่งวิธีที่สามารถกระชับรูขุมขนได้ โดยการฉีดสารชนิดหนึ่งเข้าไปยังผิวหนัง เช่น Calcium Hydroxylapatite (CaHA), Poly-L-Lactic Acid (PLLA) หรือ Polydioxanone (PDO) เพื่อกระตุ้นการทำงานของเซลล์ไฟโบรบลาสต์ (Fibroblast) ให้ผลิตคอลลาเจน และอีลาสตินตามธรรมชาติ พร้อมทั้งฟื้นฟูผิวที่เสื่อมสภาพ ปรับปรุงคุณภาพผิว ลดเลือนริ้วรอย และกระชับรูขุมขน ทำให้ผิวมีความยืดหยุ่น แน่นกระชับ ชุ่มชื้น เรียบเนียน และรูขุมขนดูเล็กลงอย่างแลดูเป็นธรรมชาติ ซึ่งจะเหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อย มีริ้วรอย ร่องลึก ผิวแห้งกร้าน ดูโทรม หมองคล้ำ รูขุมขนกว้าง และมีหลุมสิว โดยผลลัพธ์จากการฉีด Biostimulator จะสามารถคงอยู่ได้นานประมาณ 6 – 24 เดือน ขึ้นอยู่กับสภาพผิว ชนิดของสาร ยี่ห้อที่ฉีด และการดูแลตัวเองหลังฉีด

  • ฉีด Skin Booster

การฉีด Skin Booster เป็นอีกหนึ่งวิธีที่สามารถกระชับรูขุมขนได้ โดยการฉีดสารชนิดหนึ่งเข้าไปยังผิวหนังชั้นตื้น เช่น Polynucleotide (PN) เพื่อซ่อมแซมเซลล์ผิวที่เสียหาย ลดการอักเสบ และกระตุ้นการสร้างเซลล์ผิวใหม่ พร้อมทั้งกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน เติมความชุ่มชื้น และกระชับรูขุมขน ทำให้ผิวดูชุ่มชื้น ฉ่ำวาว ยืดหยุ่น กระจ่างใส ผิวเรียบเนียน และรูขุมขนดูเล็กลงอย่างแลดูเป็นธรรมชาติ ซึ่งจะเหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาผิวขาดน้ำ ไม่ชุ่มชื้น ใบหน้าดูโทรม หมองคล้ำ สีผิวไม่สม่ำเสมอ มีจุดด่างดำ รูขุมขนกว้าง ผิวไม่เรียบเนียน และหลุมสิว โดยผลลัพธ์จากการฉีด Skin Booster จะสามารถคงอยู่ได้นานประมาณ 3 – 6 เดือน ขึ้นอยู่กับสภาพผิว ชนิดของสาร ยี่ห้อที่ฉีด และการดูแลตัวเองหลังฉีด

  • เลเซอร์กระชับรูขุมขน

การทำเลเซอร์ เป็นอีกหนึ่งวิธีที่สามารถกระชับรูขุมขนได้ โดยการส่งลำแสงเลเซอร์ลงไปยังผิวหนัง เพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน และอีลาสตินใต้ผิวหนัง พร้อมทั้งซ่อมแซมผิวหนัง ปรับพื้นผิวให้เรียบเนียน ปรับสีผิวให้สม่ำเสมอ ลดเลือนรอยสิว และกระชับรูขุมขน ทำให้ผิวเรียบเนียน กระจ่างใส เปล่งปลั่ง และรูขุมขนดูเล็กลงอย่างแลดูเป็นธรรมชาติ ซึ่งจะเหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหารูขุมขนกว้าง มีหลุมสิว รอยสิว จุดด่างดำ รอยดำ รอยแดง ผิวหมองคล้ำ และไม่กระจ่างใส โดยผลลัพธ์จากการทำเลเซอร์ จะค่อย ๆ ดีขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อทำอย่างต่อเนื่องเป็นประจำ ขึ้นอยู่กับสภาพผิว และการประเมินของแพทย์

การทำเครื่องยกกระชับ เป็นอีกหนึ่งวิธีที่สามารถกระชับรูขุมขนได้ โดยการส่งพลังงานในรูปแบบต่าง ๆ เข้าไปยังผิวหนัง เช่น พลังงานคลื่นวิทยุ (RF) หรือพลังงานคลื่นเสียงอัลตราซาวนด์ (Ultrasound) เพื่อให้คอลลาเจนเดิมเกิดการหดตัว และกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ พร้อมยกกระชับผิว ลดเลือนริ้วรอย ปรับผิวให้เรียบเนียน และกระชับรูขุมขน ทำให้ผิวมีความแน่นกระชับ ยืดหยุ่น เรียบเนียน รูขุมขนดูเล็กลง และผิวมีคุณภาพที่ดีขึ้น ซึ่งจะเหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อย ไม่กระชับ มีริ้วรอย ร่องลึก ผิวไม่เรียบเนียน รูขุมขนกว้าง และมีไขมันสะสมเล็กน้อย โดยผลลัพธ์จากการทำเครื่องยกกระชับ จะสามารถคงอยู่ได้นานประมาณ 6 – 12 เดือน ขึ้นอยู่กับสภาพผิว เทคโนโลยีของเครื่อง และการดูแลตัวเองหลังทำ

  • รับประทานอาหารเสริม

การรับประทานอาหารเสริม เป็นอีกหนึ่งวิธีที่สามารถกระชับรูขุมขนได้ โดยการรับประทานอาหารเสริมที่ช่วยบำรุงผิวจากภายใน เช่น Vitamin C, Vitamin A, Zinc, Astaxanthin, CoQ10 และคอลลาเจน เพื่อช่วยควบคุมความมัน เสริมสร้างคอลลาเจน ต้านอนุมูลอิสระ กระชับรูขุมขน และชะลอการเสื่อมสภาพของผิว ซึ่งจะเหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาผิวไม่มาก รูขุมขนกว้างเล็กน้อย และต้องการบำรุงผิวโดยรวม รวมถึงผู้ที่ไม่ต้องการทำหัตถการ โดยจะแนะนำให้รับประทานอย่างต่อเนื่องเป็นประจำอย่างน้อย 2 – 3 เดือน จึงจะเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงของผิว ทั้งนี้ผลลัพธ์ที่ได้อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล

 

รูขุมขนกว้าง ควรใช้อะไรดี?

ปัญหารูขุมขนกว้าง สามารถดูแลได้ด้วยการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมในการผลัดเซลล์ผิว ควบคุมความลับ กระตุ้นคอลลาเจน และกระชับรูขุมขน ดังนี้

  • ไนอะซินาไมด์ (Niacinamide) ช่วยควบคุมความมัน ลดการผลิตน้ำมันส่วนเกิน และกระชับรูขุมขน
  • กรดซาลิไซลิก (Salicylic Acid) ช่วยผลัดเซลล์ผิว ลดการอุดตันในรูขุมขน และกระชับรูขุมขน
  • เรตินอล (Retinol) ช่วยกระตุ้นการผลัดเซลล์ผิว ส่งเสริมการสร้างคอลลาเจน และกระชับรูขุมขน
  • กรดไกลโคลิก (Glycolic Acid) ช่วยกระตุ้นการผลัดเซลล์ผิว ลดเลือนจุดด่างดำ กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน และกระชับรูขุมขน
  • วิตามินซี (Vitamin C) ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ต้านอนุมูลอิสระ ควบคุมความมัน และกระชับรูขุมขน

 

วิธีป้องกันรูขุมขนกว้าง
วิธีป้องกันรูขุมขนกว้าง

 

วิธีป้องกันรูขุมขนกว้าง

ปัญหารูขุมขนกว้าง สามารถป้องกันได้โดยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ดังนี้

  • ทำความสะอาดผิวให้ถูกวิธี

การทำความสะอาดผิวให้ถูกวิธี เป็นอีกหนึ่งเคล็ดลับที่สามารถป้องกันรูขุมขนกว้างได้ โดยการล้างหน้าเป็นประจำวันละ 2 ครั้ง และเลือกผลิตภัณฑ์ล้างหน้าที่เหมาะกับสภาพผิว รวมถึงหลีกเลี่ยงการล้างหน้าบ่อยจนเกินไป เนื่องจากอาจกระตุ้นให้ต่อมไขมันผลิตน้ำมันมากขึ้น จนส่งผลให้รูขุมขนกว้างได้

  • ใช้ผลิตภัณฑ์ที่ไม่อุดตันผิว

การใช้ผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับสภาพผิว และไม่อุดตันผิว (Non-comedogenic) เป็นอีกหนึ่งเคล็ดลับที่สามารถป้องกันรูขุมขนกว้างได้ โดยการเลือกผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่มีเนื้อบางเบา ไม่หนักหน้า และหลีกเลี่ยงส่วนผสมที่ก่อให้เกิดการอุดตัน เช่น Mineral Oil หรือซิลิโคน เพื่อลดโอกาสการอุดตันของรูขุมขน โดยเฉพาะผู้ที่มีผิวมันหรือเป็นสิวง่าย

  • ผลัดเซลล์ผิวอย่างเหมาะสม

การผลัดเซลล์ผิวอย่างเหมาะสม เป็นอีกหนึ่งเคล็ดลับที่สามารถป้องกันรูขุมขนกว้างได้ โดยการผลัดเซลล์ผิวสัปดาห์ละ 1 – 2 ครั้ง และเลือกผลิตภัณฑ์ผลัดเซลล์ผิวที่เหมาะกับสภาพผิว หลีกเลี่ยงการขัด หรือสครับผิวแรง ๆ เพื่อป้องกันผิวระคายเคือง หรือรูขุมขนกว้างขึ้นในระยะยาวได้

  • ปกป้องผิวจากแสงแดด

การปกป้องผิวจากแสงแดด เป็นอีกหนึ่งเคล็ดลับที่สามารถป้องกันรูขุมขนกว้างได้ โดยการทาครีมกันแดดทุกวัน รวมถึงเลือกครีมกันแดดที่มีค่า SPF 30 และ PA +++ ขึ้นไป ควบคู่กับการเลือกสูตร Non-comedogenic ที่มีเนื้อบางเบา ไม่เหนียวเหนอะหนะ เพื่อลดการอุดตันของรูขุมขน

  • พักผ่อนให้เพียงพอ

การพักผ่อนให้เพียงพอ เป็นอีกหนึ่งเคล็ดลับที่สามารถป้องกันรูขุมขนกว้างได้ โดยการนอนหลับอย่างน้อย 7 – 8 ชั่วโมงต่อคืน และจัดสภาพแวดล้อมให้เหมาะกับการนอน เช่น ห้องมืด เงียบสนิท และอุณหภูมิเย็นสบาย เพื่อให้ร่างกายสามารถพักผ่อนได้อย่างเต็มที่ และป้องกันผิวเสื่อมสภาพก่อนวัย

  • ดื่มน้ำให้มาก ๆ 

การดื่มน้ำให้มาก ๆ เป็นอีกหนึ่งเคล็ดลับที่สามารถป้องกันรูขุมขนกว้างได้ โดยการดื่มน้ำประมาณ 1.5 – 2 ลิตรต่อวัน หรือขึ้นอยู่กับกิจกรรมที่ทำในแต่ละวัน รวมถึงจิบน้ำสม่ำเสมอเป็นระยะ ๆ เพื่อให้ร่างกายดูดซึมน้ำได้ดี และทำให้ระบบต่าง ๆ ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

  • รับประทานอาหารที่มีประโยชน์

การรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ เป็นอีกหนึ่งเคล็ดลับที่สามารถป้องกันรูขุมขนกว้างได้ โดยการรับประทานอาหารที่ช่วยต้านอนุมูลอิสระ และเสริมสร้างคอลลาเจน รวมถึงหลีกเลี่ยงอาหารที่มีน้ำตาลสูง และไขมันสูง เช่น ของหวาน ของมัน และของทอด เพื่อลดโอกาสการอักเสบ และอุดตันของรูขุมขน 

  • หลีกเลี่ยงการบีบ แกะ หรือกดสิวเอง

การหลีกเลี่ยงการบีบ แกะ หรือกดสิวเอง เป็นอีกหนึ่งเคล็ดลับที่สามารถป้องกันรูขุมขนกว้างได้ เนื่องจากการบีบ แกะ หรือกดสิวด้วยวิธีที่ไม่ถูกต้องนั้น นอกจากจะทำให้ผิวอักเสบ และบาดเจ็บแล้ว ยังทำให้ผนังรูขุมขนถูกทำลาย และเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดหลุมสิว หรือรูขุมขนกว้างได้

 

ปัญหารูขุมขนกว้าง สามารถเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ ทั้งปัจจัยภายใน และปัจจัยภายนอก เช่น อายุมากขึ้น พันธุกรรม การอุดตันของรูขุมขน การเผชิญกับแสงแดด ดูแลผิวไม่ถูกวิธี พักผ่อนไม่เพียงพอ รับประทานอาหารที่ไม่มีประโยชน์ รวมถึงสูบบุหรี่ ซึ่งปัจจัยเหล่านี้ล้วนเพิ่มโอกาสในการเกิดรูขุมขนกว้าง และผิวดูไม่เรียบเนียนได้ ดังนั้นการดูแลตัวเองอย่างสม่ำเสมอจึงเป็นสิ่งสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นการทำความสะอาดผิวให้ถูกต้อง ใช้ผลิตภัณฑ์ที่ไม่อุดตันผิว ผลัดเซลล์ผิวอย่างเหมาะสม ปกป้องผิวจากแสงแดด พักผ่อนให้เพียงพอ ดื่มน้ำให้มาก ๆ รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ และหลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่ทำร้ายผิว ควบคู่ไปกับการทำหัตถการทางการแพทย์ เช่น ฉีดโบ ฉีดฟิลเลอร์ ทำเครื่องยกกระชับ หรือทำเลเซอร์ ซึ่งแต่ละหัตถการถูกออกแบบมา เพื่อแก้ปัญหาผิว และตอบโจทย์ความต้องการที่แตกต่างกัน แนะนำให้เข้ารับการปรึกษาแพทย์ก่อนตัดสินใจ เพื่อผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพอย่างแท้จริงค่ะ

 

*ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับสภาพผิวแต่ละบุคคล ควรปรึกษาแพทย์ก่อนเข้ารับบริการ

*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯกำหนด