เคยไหม? แม้จะทาครีมบำรุงแค่ไหนแต่ผิวก็ยังดูแห้ง หมองคล้ำ ไม่เรียบเนียน หรือเริ่มมีริ้วรอยเล็ก ๆ เกิดขึ้นได้ง่าย โดยส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการใช้ชีวิตประจำวันที่ต้องเผชิญทั้งแสงแดด มลภาวะ ความเครียด การนอนดึก และการพักผ่อนไม่เพียงพอ ซึ่งปัจจัยเหล่านี้ล้วนส่งผลให้ผิวดูโทรม สูญเสียความชุ่มชื้น และขาดความยืดหยุ่นได้
ในปัจจุบัน จึงมีการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ชื่อว่า “Fillstim” ซึ่งเป็นเทคโนโลยีกลุ่มวิตามินบำรุงผิวหน้า ที่เข้ามาช่วยดูแลคุณภาพผิวในระดับลึก แต่หลาย ๆ คนอาจสงสัยว่า Fillstim คืออะไร? ช่วยเรื่องอะไร? และเหมาะกับใครบ้าง? มาทำความรู้จัก Fillstim ไปพร้อมกัน

Fillstim คืออะไร?
Fillstim คืออะไร? Fillstim คือ เทคโนโลยีกลุ่มวิตามินบำรุงผิวหน้าจากประเทศอิตาลี ซึ่งประกอบไปด้วยสารสกัดสำคัญอย่าง Amino Acids และ Hyaluronic Acid (HA) เมื่อฉีดเข้าสู่ผิว ตัวสารเหล่านี้จะซึมลึกลงสู่ผิวอย่างล้ำลึก และออกฤทธิ์ทำงานกับชั้นผิวหนังแท้ (Dermis) โดยตรง เพื่อกระตุ้นการทำงานของเซลล์ Fibroblast ให้เกิดการสร้างคอลลาเจน และอีลาสตินเพิ่มขึ้น พร้อมทั้งซ่อมแซมเซลล์ผิว เติมความชุ่มชื้น เพิ่มความยืดหยุ่น และปรับสีผิวให้ดูสม่ำเสมออย่างแลดูเป็นธรรมชาติ
ปัจจุบัน Fillstim มีทั้งหมด 4 สูตร ได้แก่ Fillstim – B (Build Regeneration), Fillstim – R (Restore Regeneration), Fillstim – OX (Protective Regeneration) และ Fillstim – C (Cellular Regeneration) ซึ่งแต่ละสูตรถูกพัฒนามาเพื่อดูแลปัญหาผิวที่แตกต่างกัน โดยแพทย์จะเป็นผู้ประเมินสภาพผิว เพื่อเลือกสูตรที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล
Fillstim ช่วยอะไร?
Fillstim คืออะไร? ช่วยอะไร? เป็นคำถามที่หลายคนมักสงสัย ซึ่งการฉีด Fillstim เป็นเทคโนโลยีกลุ่มวิตามินบำรุงผิวหน้าที่ช่วยดูแลคุณภาพผิว และมีประโยชน์หลายด้าน ดังนี้
- ช่วยส่งเสริมการสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินตามธรรมชาติ
- ช่วยเติมความชุ่มชื้นให้ผิวอย่างล้ำลึก และปรับสมดุลน้ำในชั้นผิว
- ช่วยเพิ่มความกระจ่างใสให้ผิว และปรับสีผิวให้ดูสม่ำเสมอ
- ช่วยลดเลือนฝ้า กระ จุดด่างดำ และรอยดำจากสิว
- ช่วยปรับผิวให้เรียบเนียน และกระชับรูขุมขนให้เล็กลง
- ช่วยเพิ่มความหนาแน่น และเพิ่มความยืดหยุ่นให้ผิว
- ช่วยสนับสนุนการซ่อมแซม และฟื้นฟูโครงสร้างผิวจากภายใน
- ช่วยลดเลือนริ้วรอยเล็ก ๆ หรือริ้วรอยระยะแรก
Fillstim เหมาะกับใครบ้าง?
- ผู้ที่เริ่มมีปัญหาผิวขาดความยืดหยุ่น และมีความหย่อนคล้อยเล็กน้อย
- ผู้ที่มีเริ่มมีริ้วรอยเส้นเล็ก ๆ บริเวณใบหน้า หรือลำคอ
- ผู้ที่มีผิวคล้ำเสีย ผิวหมองจากการเผชิญแสงแดด หรือมลภาวะ
- ผู้ที่มีผิวแห้ง หยาบกร้าน ผิวขาดน้ำ และดูไม่อิ่มฟู
- ผู้ที่มีรอยดำจากสิว ฝ้า กระ และสีผิวดูไม่สม่ำเสมอ
- ผู้ที่มีผิวไม่เรียบเนียน พื้นผิวไม่ละเอียด และรูขุมขนกว้าง
- ผู้ที่เริ่มดูแลคุณภาพผิวตั้งแต่ระยะแรก เพื่อชะลอการเปลี่ยนแปลงของผิวตามวัย
- ผู้ที่ต้องการผลลัพธ์ที่แลดูเป็นธรรมชาติ ผิวดูสวยสุขภาพดีจากภายใน
หมายเหตุ ก่อนตัดสินใจฉีด FIllstim ควรปรึกษาแพทย์ และแจ้งข้อมูลสุขภาพให้แพทย์ทราบ ไม่ว่าจะเป็นประวัติโรคประจำตัว ประวัติการแพ้ หรือยาที่รับประทานอยู่

ข้อควรรู้ก่อนฉีด Fillstim
- ควรปรึกษาแพทย์ เพื่อประเมินสภาพผิว และให้แพทย์แนะนำสูตร Fillstim ที่เหมาะสม
- ควรแจ้งประวัติสุขภาพให้แพทย์ทราบ เช่น โรคประจำตัว การแพ้ และยาที่รับประทานอยู่
- งดรับประทานยา และอาหารเสริมที่เพิ่มโอกาสเกิดรอยช้ำ
- งดดื่มแอลกอฮอล์ และสูบบุหรี่ เพื่อลดอาการบวม และรอยช้ำหลังฉีด
- งดทำเลเซอร์ หรือหัตถการที่ทำให้ผิวระคายเคืองก่อนฉีด
- งดใช้ผลิตภัณฑ์ผลัดเซลล์ผิว เช่น AHA, BHA หรือ Retinol
- ควรพักผ่อนอย่างเพียงพอ และดื่มน้ำให้เหมาะสม เพื่อช่วยให้ผิวอยู่ในสภาพที่พร้อมก่อนฉีด
ข้อควรปฏิบัติหลังฉีด Fillstim
- หลีกเลี่ยงการนวด หรือกดทับบริเวณที่ฉีดแรง ๆ ช่วง 24 ชั่วโมงแรก
- หลีกเลี่ยงการโดนแสงแดดจัด และความร้อนสูง
- หลีกเลี่ยงการออกกำลังกายหนัก หรือกิจกรรมที่ทำให้เหงื่อออกมาก
- งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และสูบบุหรี่ เพื่อลดอาการบวม และรอยช้ำ
- งดการใช้ผลิตภัณฑ์ผลัดเซลล์ผิว เช่น AHA และ BHA ในช่วงแรก
- ควรดื่มน้ำมาก ๆ และพักผ่อนให้เพียงพอ เพื่อช่วยฟื้นฟูผิว
- ควรทามอยส์เจอไรเซอร์บำรุงผิว และทาครีมกันแดดสม่ำเสมอทุกวัน
FAQ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Fillstim
Fillstim vs Rejuran ต่างกันอย่างไร?
- Fillstim และ Rejuran เป็นหัตถการฟื้นฟูผิวที่มีจุดเด่นแตกต่างกัน โดย Fillstim มีส่วนประกอบของ Amino Acids และ Hyaluronic Acid (HA) เน้นการเพิ่มความชุ่มชื้น และปรับปรุงคุณภาพผิว เหมาะสำหรับผู้ที่เริ่มต้นบำรุงผิว ในขณะที่ Rejuran มีส่วนประกอบของ Polynucleotide (PN) เน้นการฟื้นฟูและซ่อมแซมเซลล์ผิวที่เสื่อมสภาพ ทำให้ผิวแข็งแรง อ่อนวัย และสุขภาพดีขึ้นจากภายใน
Fillstim vs Revive ต่างกันอย่างไร?
- Fillstim ประกอบไปด้วย Hyaluronic Acid (HA) และ Amino Acids ช่วยฟื้นฟูคุณภาพผิว เพิ่มความยืดหยุ่น และเติมความชุ่มชื้นให้ผิว ในขณะที่ Revive เป็นฟิลเลอร์งานผิวที่มี Hyaluronic Acid (HA) ร่วมกับ Glycerol เป็นส่วนประกอบ ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น ลดริ้วรอยเล็ก ๆ และปลอบประโลมผิว ทำให้ผิวดูอิ่มน้ำ ฉ่ำวาว และดูสดใสมากขึ้น
ฉีด Fillstim อันตรายไหม?
- การฉีด Fillstim ถือว่าไม่เสี่ยงอันตราย เนื่องจากเป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการรับรองจาก องค์การอาหารและยา (อย.) อย่างถูกต้อง อีกทั้งควรเลือกฉีดกับแพทย์ พร้อมทั้งให้แพทย์ประเมินสภาพผิว และวางแผนการดูแลอย่างเหมาะสม เพื่อป้องกันการเกิดผลข้างเคียง
หลังฉีด Fillstim มีผลข้างเคียงไหม?
- หลังฉีด Fillstim ไม่ต้องพักฟื้นนาน สามารถทำกิจวัตรประจำวันได้ตามปกติ แต่อาจมีรอยเข็มขนาดเล็ก หรือจุดแดง ๆ เล็กน้อยในบริเวณที่ฉีด ซึ่งเป็นอาการชั่วคราว และมักจะค่อย ๆ ดีขึ้นภายใน 1 – 3 วัน
สรุป Fillstim คืออะไร?
สำหรับคำถามที่หลายคนสงสัยว่า Fillstim คืออะไร? Fillstim คือ เทคโนโลยีกลุ่มวิตามินบำรุงผิวหน้าที่ผสานส่วนประกอบของ Amino Acids และ Hyaluronic Acid (HA) เข้าด้วยกัน เพื่อช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน และฟื้นฟูคุณภาพผิวโดยรวม เหมาะสำหรับผู้ที่กำลังเริ่มมองหาหัตถการดูแลผิว ทำให้ผิวดูอิ่มน้ำ เรียบเนียน กระจ่างใส สีผิวสม่ำเสมอ และผิวมีความยืดหยุ่นมากขึ้น ดังนั้น ก่อนเข้ารับการฉีด Fillstim ควรปรึกษาแพทย์ เพื่อประเมินสภาพผิว และวางแผนการรักษาอย่างเหมาะสม ทำให้ผิวดูสุขภาพดี และสดใสจากภายใน
*ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับสภาพผิวแต่ละบุคคล ควรปรึกษาแพทย์ก่อนเข้ารับบริการ
*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯกำหนด

