การแพทย์และเทคโนโลยีความงามก้าวหน้ายังคงก้าวไปข้างหน้าอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากเทคโนโลยีต่างๆถูกพัฒนาขึ้นตามความต้องการของคนในยุคปัจจุบันที่เกิดการเปลี่ยนแปลงทางพฤติกรรมนั่นเอง
จะเห็นได้ว่าจากเดิม ที่ผู้คนยังไม่ได้ตระหนักรู้เรื่องการดูแลผิวพรรณ หรือผิวหน้า เมื่ออายุมากขึ้นมีริ้วรอย ก็จะใช้วิธีการแก้ปัญหาโดยการเติมเต็มริ้วรอยด้วยการใช้สารเติมเต็มชั่วคราว หรือต้องการให้ผิวดูสวย งาม ฉ่ำวาว ก็เลือกที่จะใช้ครีม หรือตัวยามาฉีดหรือทาเพื่อเคลือบผิวภายนอกให้ดูเงา จะเห็นได้ว่าทั้งหมดที่กล่าวมานั้น นับเป็นการแก้ปัญหาจากภายนอกทั้งหมด
แต่ในตอนนี้เมื่อคนหันมาสนใจในการดูแลและรักษาผิวจึงมีผลิตภัณฑ์ที่ผลิตขึ้นมาเพื่อฟื้นฟูรวมทั้งยังรู้จักแก้ไขปัญหาจากโครงสร้างภายในระดับเซลล์อย่างแท้จริง ซึ่งมีประโยชน์ทั้งในด้านการดูแล ป้องกัน และฟื้นฟูผิวได้อย่างครบครัน เนื่องจากผิวของคนเรานั้นไม่สามารถดูอ่อนวัย มีความแน่นกระชับ และเปล่งประกายอย่างแลดูเป็นธรรมชาติได้ โดยการบำรุงเพียงผิวชั้นนอกเพียงอย่างเดียว แต่จำเป็นมากที่ต้องอาศัยพื้นฐานที่เป็นจุดเริ่มต้นของความแข็งแรงจากผิวชั้นใน ซึ่งเป็นที่อยู่ของเส้นใยโปรตีนที่มีสำคัญต่อผิวอย่างคอลลาเจนและอีลาสตินที่เรารู้จักกันดีนั่นเอง
เมื่อเรามีอายุที่มากขึ้นร่างกายจะลดกระบวนการสังเคราะห์โปรตีนในร่างหายหลายๆ ชนิดลง อีกทั้งเมื่อเราต้องเผชิญกับหลายๆอย่างในชีวิตประจำวันอย่างมลภาวะ แสงแดด และความเครียดในแต่ละวันก็ยิ่งส่งเสริมให้ผิวเกิดการทรุดโทรม เหี่ยวย่น และเกิดการสูญเสียความยืดหยุ่นได้
จึงทำให้เกิด Fillstim ที่เป็นวิตามินบำรุงผิวหน้า ที่จัดเป็นเทคโนโลยีในการฟื้นฟูโครงสร้างลึกถึงระดับผิวระดับเซลล์ เพื่อให้ผิวเกิดความแน่นกระชับ ฉ่ำวาว แบบ Glass Skin ได้อย่างยั่งยืน

Fillstim คืออะไร? ผลิตภัณฑ์เทคโนโลยี Structural Skin Innovation
Fillstim คือ เทคโนโลยีที่จัดอยู่ในกลุ่มวิตามินบำรุงผิวหน้า หรือสารกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ให้โครงสร้างผิวทำงานได้ดีมากยิ่งขึ้น Fillstim เป็นผลิตภัณฑ์ตัวแรกที่ผ่านการรับรองจาก สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ในประเทศไทยในหมวดหมู่ “โครงสร้างผิว” อย่างชัดเจน
มีสารสกัดที่มาจาก Amino Peptide เข้มข้น นำเข้าจากประเทศอิตาลี มีกลไกการออกฤทธิ์ ของตัวยาที่สามารถซึมเข้าสู่โครงสร้างผิวได้อย่างล้ำลึกและเข้าทำงานโดยตรงถึงผิวชั้นหนังแท้ (Dermis) และทำงานโดยการเข้าไปส่งสัญญาณเพื่อกระตุ้น Fibroblast ในทันทีหลังจากเข้ารับการฉีด
ทำให้ได้ผลลัพธ์ในการกระตุ้นให้ผิวเกิดการสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินขึ้นมาใหม่ด้วยตัวเอง นับเป็นการฟื้นฟูผิวอย่างล้ำลึกจากภายใน
สารประกอบหลักใน Fillstim ทุกสูตรจัดอยู่ในหมวดหมู่ Medical Device Class IV ที่มีประโยชน์ในการซ่อมแซมผิว และมั่นใจได้ในด้านความแม่นยำของตัวยา
โครงสร้างวัตถุดิบ (The Blueprint)
- Amino Acid Solution: ที่เป็นกรดอะมิโนเข้มข้น และเป็นโครงร่าง วัตถุดิบหลักที่เซลล์ผิวใช้ในการสังเคราะห์คอลลาเจนและอีลาสติน
สภาพแวดล้อม(The Environment)
- Hyaluronic Acid (HA): ช่วยเติมความชุ่มชื้นและเพิ่มความอุ้มน้ำใต้ชั้นผิว ทั้งยังช่วยสร้าง Extracellular Matrix ให้เซลล์ผิวทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
สารบำรุงเฉพาะสูตร (The Specialist)
- Patented Extras: ทั้งยังมีการเพิ่มสารพิเศษตามแต่ละสูตร เพื่อแก้ปัญหาผิวแต่ละประเภทได้อย่างแม่นยำ
Fillstim 4 สูตรมีอะไรบ้างและช่วยอะไร
เพื่อให้สามารถใช้ได้ทุกสภาพและปัญหาผิวที่แตกต่างกันของผู้เข้ารับบริการ Fillstim จึงได้พัฒนาออกมา 4 สูตร ดังนี้
Fillstim B Build
- เน้นกรดอะมิโนและ HA ที่มีความเข้มข้นเป็นพื้นฐาน
- ช่วยสร้างความหนาแน่น ซ่อมแซมโครงสร้างผิวส่วนที่มีความหย่อนคล้อย
Fillstim Restore
- เป็นสูตร Advanced เพิ่มความเข้มข้นขั้นสุด
- ช่วยยกกระชับโครงสร้างผิวที่มีความทรุดโทรมมาก ย้อนวัยผิว เช่น บริเวณ ลำคอ เนินอก
Fillstim-OX Gluta
- ผสมผสาน Glutathione ช่วยในการต่อต้านอนุมูลอิสระ
- ยับยั้งเม็ดสีผิว ช่วยเผยผิวกระจ่างใส ปกป้องผิวจากแสงแดดและมลภาวะในชีวิตประจำวัน
Fillstim C Cellular
- ผสมผสานกับ Choline ทำงานลึกระดับเซลล์
- ปรับระดับผิวให้มีความเรียบเนียนมากขึ้น ช่วยลดริ้วรอยร่องตื้น และเพิ่มความกระชับของผิว

ฟิลเลอร์กับ Fillstim ต่างกันอย่างไร?
Filler (ฟิลเลอร์)
- จะใช้ Crosslinked HA บางในฟิลเลอร์บางชนิดและบางชนิดเป็น Non-crosslinked HA ที่ทั้งช่วยในการขึ้นรูปทรงและปั้นได้ และบางรุ่นเป็นฟิลเลอร์งานผิวที่จะช่วยปรับผิวให้มีความชุ่มชื้น
Fillstim
- Fillstim มีความแตกต่างจากฟิลเลอร์คือการใช้สารประเภท Non-crosslinked HA ร่วมกับสารสกัด Amino Peptide เข้มข้น ซึ่งเป็นโมเลกุลอิสระ เป็นน้ำใสจึงสามารถสามารถกระจายตัวและกลมกลืนไปกับชั้นผิวของเราได้อย่างทั่วถึงโดยไม่เกาะกันเป็นก้อนแข็ง
Filler (ฟิลเลอร์)
- จะมีหน้าที่ในการเติมเต็มวอลลุ่ม เพื่อทดแทนการฝ่อตัวหรือลดปริมาตรของกระดูกหรือชั้นไขมัน บนใบหน้า ช่วยปรับมิติรูปหน้า และช่วยยกกระชับโครงสร้างผิวในชั้นลึกได้ด้วย
Fillstim
- จะเน้นในด้านการฟื้นฟูคุณภาพผิว หรือสร้าง Skin Quality โดยจะสร้างจากภายในเป็นหลัก และทำหน้าที่เติมน้ำให้ผิวมีความฉ่ำวาว และช่วยกระตุ้นเซลล์ไฟโบรบลาสต์ในการสร้างคอลลาเจนใหม่
Filler (ฟิลเลอร์)
- จะทำหน้าที่ในการขึ้นรูป และการปั้นทรงได้ดีมาก เหมาะแก่การในการนำมาปั้นแต่งทรงใบหน้า เช่น การเสริมคาง เติมร่องแก้ม เติมเต็มขมับ หรือร่องลึกให้เป็นทรงสวยงาม
Fillstim
- ด้วยคุณสมบัติของเนื้อผลิตภัณฑ์ที่เป็นของเหลวและสามารถกลมกลืนไปกับผิวได้ง่าย จึงไม่สามารถนำมาใช้ตั้งเป็นทรงหรือใช้ในการเปลี่ยนโครงสร้างรูปหน้าได้
Fillstim เปรียบได้กับเซรั่มบำรุงหน้าที่เป็นเวอร์ชันฉีดลงชั้นผิว โดยจะที่เข้าไปเติมน้ำและสารอาหารสำคัญถึงให้กับผิว ทำให้ผิวเกิดความฉ่ำวาว เรียบเนียน และแน่นกระชับขึ้นจากกลไกการกระตุ้นตามธรรมชาติของร่างกาย
ทำไมต้องกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน
คอลลาเจนเปรียบได้กับเสาเข็มของผิว Fillstim ก็จัดเป็นวัสดุที่ใช้ในการหล่อเสาเข็ม นั่นเอง
เนื่องจากโครงสร้างคอลลาเจนในผิวของคนเรานั้นประกอบได้ด้วยกรดอะมิโนเฉพาะกลุ่มที่เรียงต่อเข้าด้วยกัน โดย Fillstim ได้นำส่งกรดอะมิโนเหล่าในสัดส่วนที่ถูกต้อง
- Glycine มีสัดส่วนประมาณ 33% : เปรียบเป็นปูนซีเมนต์ โมเลกุลเล็กมากที่อยู่ตรงแกนกลางชั้นในสุด ช่วยให้เกลียวคอลลาเจนทั้ง 3 สายม้วนตัวได้ชิดสนิทและแน่นที่สุด ซึ่งหากขาดไกลซีน คอลลาเจนจะหลวมและส่งผลให้ผิวเหี่ยวย่น
- Proline มีสัดส่วนประมาณ 25% : สปริงล็อกโครงสร้าง ทำหน้าที่สร้างความยืดหยุ่น ปรับให้ผิวมีความเด้งและสปริงตัวกลับได้ดีเมื่อเราขยับหน้า โดยไม่เกิดการทิ้งริ้วรอยถาวร
ทำไมการฉีดจึงเห็นผลชัดเจนกว่าการรับประทาน?
การส่ง Glycine และ Proline เข้มข้นเข้าสู่ชั้นบนหรือ Dermis เป็นเหมือนการส่ง “รถขนปูนและสปริง” เข้าไปจอดที่หน้าโรงงานที่ทำการสร้างคอลลาเจนอย่าง Fibroblast ในทันที จึงทำให้เซลล์สามารถนำตัวยาไปใช้งานได้เลย ไม่ต้องรอให้ร่างกายย่อยหรือโดนอวัยวะอื่นแย่งไปใช้งานตัดหน้า
นอกเหนือจากGlycine และ Proline แล้ว Fillstim ยังประกอบด้วยกลุ่มกรดอะมิโนสำคัญทำงานร่วมกัน เพื่อทำให้ตาข่ายผิวมีความแข็งแรงอย่าง
- Hydroxyproline 10-12% ทำหน้าที่เป็นตัวสร้างพันธะยึดเกลียวคอลลาเจนไม่ให้ต้องคลายตัวออกเมื่อเจอกับความร้อนของร่างกาย
- Lysine จะถูกเปลี่ยนเป็น Hydroxylysine เพื่อเป็นเชื่อมคอลลาเจนแต่ละเส้นเข้าด้วยกันให้มีความแข็งแรง
- Arginine 5-8% เป็นตัวกระตุ้นการไหลเวียน ที่ช่วยขยายหลอดเลือดฝอยในชั้นผิว นำสารอาหารและออกซิเจนมาเลี้ยงเซลล์ Fibroblast ได้ดียิ่งขึ้น
- Glutamic Acid & Serine เป็นสารตั้งต้นในการสร้าง Natural Moisturizing Factors ช่วยให้ผิวสามารถดักจับน้ำในอากาศ ไม่ให้ผิวแห้งกร้าน

กระบวนการทำงานของ Fillstim
หลังจากฉีดลงสู่ชั้นผิวหนังแท้ Fillstim จะเกิดกลไกที่เรียกว่า Amino Acid-Driven Structural Skin Mechanisms ซึ่งแบ่งออกเป็น 3 ขั้นตอนดังนี้
- Cell Signaling เมื่อฉีดเข้าชั้นผิวหนังแท้ (Dermis) อะมิโนเปปไทด์จะวิ่งไปจับตัวรับบนเซลล์ Fibroblast เพื่อกระตุ้นให้เกิดการสร้างคอลลาเจนทำให้ผิวเกิดความอ่อนวัยอีกครั้ง
- Nutrient Supply ทำการจ่ายสารอาหาร กรดอะมิโน และ HA เข้าสู่ระบบ ทำให้เซลล์มีสารตั้งต้นพร้อมนำไปสังเคราะห์คอลลาเจน Type I & III และอีลาสตินใหม่ได้ทันที
- Matrix Remodeling ช่วยจัดเรียงเส้นใยโปรตีนให้สานตัวกันเป็นตาข่ายที่มีความแข็งแรง ภายใต้สภาพแวดล้อมที่มีความชุ่มชื้นจาก HA ให้ผลลัพธ์คือการที่ผิวสปริงตัวได้ดีมากยิ่งขึ้น อิ่มฟู เรียบเนียน และแน่นกระชับขึ้น

ผลลัพธ์หลังการทำ Fillstim
หลังทำ Fillstim ส่งผลลัพธ์ที่สังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงได้ใน 3 ด้านหลัก ดังนี้
- สีผิว (Tone – Brightening) คือให้ผิวที่มีความกระจ่างใสขึ้น ปรับสีผิวให้สม่ำเสมอ ลดรอยดำจากสิว ฝ้า กระ ช่วยให้ผิวดูเปล่งปลั่งไม่โทรม
- ลักษณะผิว (Texture – Glass Skin) ให้ผิวเนียนละเอียด รูขุมขนเล็กลง มีความชุ่มชื้น อิ่มน้ำ ฉ่ำวาวและยังมีสุขภาพดี
- ความแข็งแรง (Firmness – Density) ทำให้ผิวมีความหนาแน่นมากขึ้น สปริงและยืดหยุ่นตัวดี ไม่ไวต่อแสงแดด ไม่แพ้ง่าย และลดริ้วรอยตื้นๆ ให้จางลง
ใครที่เหมาะกับการฟื้นฟูผิวด้วย Fillstim?
- ผู้ที่ผิวเริ่มสูญเสียความยืดหยุ่น มีความหย่อนคล้อย รวมทั้งผิวขาดความกระชับ
- ผู้ที่ต้องการฟื้นฟูผิวให้มีความเนียนละเอียดและมีความฉ่ำวาว
- ผู้ที่ผิวหมองคล้ำสะสม จากการถูกทำร้ายจากแสงแดด รังสี UV ฝุ่นควันและมลภาวะภายนอก
- ผู้ที่ต้องการให้ผิวอ่อนวัยลงอย่างแลดูเป็นธรรมชาติ และสวยละมุน
- ผู้ที่ต้องการฟื้นฟูความอ่อนวัยให้ผิวบริเวณลำคอ เนินอก หรือหลังมือที่เป็นบริเวณที่มักแห้งกร้านและเกิดริ้วรอยได้ง่าย
- ผู้ที่ดูแลตัวเองและต้องการบำรุงรักษาในระยะยาว
บริเวณที่นิยมฉีด Fillstim?
- ใบหน้า สามารถฉีดกระจายทั่วหน้า เพื่อเน้นความกระจ่างใสและฉ่ำวาว
- ลำคอและเนินอกช่วยเรื่องการฟื้นฟูผิวเหี่ยวย่น หมองคล้ำที่โดนแดดทำร้าย
- หลังมือช่วยแก้ปัญหาผิวหลังมือเหี่ยว ขาดน้ำ และจุดด่างดำแห่งวัย
ขั้นตอนการฉีด Fillstim
ปรึกษาแพทย์
- ประเมินสภาพผิวและวิเคราะห์ปัญหาผิวของแต่ละบุคคลโดยแพทย์ประจำคลินิก พร้อมตรวจสอบพร้อมวางแผนการรักษา และเลือกสูตร Fillstim ที่มีความเหมาะสม
เตรียมผิว
- ทำความสะอาดหน้า เก็บผม และทายาชาบริเวณทิ้งไว้ขั้นต่ำ 30 นาที เพื่อเพิ่มความสบายระหว่างการฉีด
ฉีด Fillstim
- ทำการฉีด Fillstim ด้วย Micro-injection หรือ Cannula ตามความเหมาะสมและความถนัดของแพทย์จะใช้เวลาประมาณ 20-30 นาที

การดูแลหลังการฉีด Fillstimหลังฉีดสามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ
- หลีกเลี่ยงแสงแดดจัด และความร้อนสูง ควรงดซาวน่า
- งดการออกกำลังกายหนัก
- งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์หรือสูบบุหรี่ในช่วง 24-48 ชั่วโมงแรก เพื่อให้ผิวได้ฟื้นตัวได้อย่างเต็มที่
Fillstim เห็นผลเมื่อไหร่ และควรฉีดกี่ครั้ง?
- โดยทั่วไปหลังทำการรักษาด้วยการฉีด Fillstim จะเริ่มสังเกตว่าเห็นผิวดูเรียบเนียน กระชับ และมีคุณภาพผิวดีขึ้นภายในช่วย 4-6 สัปดาห์แรก และเมื่อกระบวนการสร้างคอลลาเจนใน Fillstim เริ่มทำงาน และจะเห็นผลลัพธ์ได้อย่างเต็มที่ในช่วง 2-3 เดือน หลังฉีด
- ควรฉีด 2-3 ครั้ง โดยแต่ละครั้งเว้นระยะห่างประมาณ 4-6 สัปดาห์ต่อครั้ง ในช่วงเริ่มต้น เพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน
- หลังจากนั้นควรฉีด ปีละ 1-2 ครั้ง เพื่อคงคุณภาพผิวให้มีคุณภาพได้อย่างยาวนาน
ฉีด Fillstim เจ็บไหม ?
- ไม่เจ็บเนื่องจากก่อนฉีด Fillstim จะมีการทายาชาก่อนทุกครั้ง
หลังฉีด Fillstim ต้องพักหน้าไหม ?
- หลังฉีด Fillstim สามารถใช้หน้าได้ตามปกติ จะมีเพียงรอยเข็มฉีดยาเล็กๆเป็นจุดสีแดงเพียงเท่านั้น ไม่ต้องกังวล เนื่องจากรอยดังกล่าวจะสามารถหายได้เองใน 1-2 วัน
ใครไม่ควรฉีด Fillstim
- ผู้ที่ตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร
- ผู้ที่มีการอักเสบหรือติดเชื้อเฉียบพลันในบริเวณที่จะฉีด
- ผู้ที่มีสิวอักเสบในบริเวณที่จะฉีด
- ผู้ที่แพ้ส่วนประกอบ (Hyaluronic Acid หรือ Amino Acids)
- ผู้ที่มีโรคภูมิคุ้มกันบกพร่อง
ควรปรึกษาแพทย์ก่อนทุกกรณี
Fillstim ไม่ได้เป็นการเติมสารเพื่อปรับเปลี่ยนรูปหน้าชั่วคราว แต่เป็นการกระตุ้นให้ร่างกายเกิดการสร้างคอลลาเจน ด้วยโครงสร้างระดับเซลล์ ให้ผลลัพธ์ที่อยู่ได้นาน แลดูเป็นธรรมชาติ และไม่อันตราย
ผลิตภัณฑ์ได้รับการรับรองมาตรฐาน อย. ไทย เลขที่จดแจ้ง 68-2-1-2-0013224 อย่างชัดเจน ซึ่งสามารถตรวจสอบได้ ที่รมย์รวินท์คลินิกมีให้บริการแล้ววันนี้ ใครสนใจสามารถทำการจองเข้าได้ที่ช่องทางออนไลน์ทุกช่องทาง หรือเข้าไปปรึกษาที่หน้าร้านได้เลย

