พังผืด อีกหนึ่งปัญหาที่หลายคนมองข้าม แม้พังผืดจะเป็นตาข่ายเนื้อเยื่อที่ร่างกายสร้างขึ้นเพื่อซ่อมแซมแผลตามธรรมชาติ แต่หากเกิดการสะสมหรือการยึดติดผิดปกติ อาจทำให้เกิดอาการปวด ตึง และเคลื่อนไหวได้ไม่สะดวก หรือผิวไม่เรียบเนียนสม่ำเสมอจนเสียความมั่นใจ บทความนี้จะพาไปทำความรู้จักสาเหตุของการเกิดพังผืด อาการ และวิธีรักษาพังผืดที่ควรรู้
พังผืดคืออะไร? ส่งผลต่อร่างกายอย่างไรบ้าง
พังผืด (Fibrosis หรือ Scar Tissue) คือ เนื้อเยื่อเกี่ยวพันที่ร่างกายสร้างขึ้นมาเพื่อทำการซ่อมแซมบริเวณที่เกิดการบาดเจ็บหรือการอักเสบ โดยจะมีลักษณะเป็นเส้นใยคอลลาเจนที่เชื่อมต่อกันคล้ายใยแมงมุม ทำหน้าที่ช่วยพยุงและห่อหุ้มกล้ามเนื้อ กระดูก รวมถึงอวัยวะต่าง ๆ ภายในร่างกาย
พังผืดถือเป็นหนึ่งในกระบวนการฟื้นฟูร่างกายตามธรรมชาติ แต่หากร่างกายมีการสร้างมากเกินไป หรือเนื้อเยื่อเกิดการยึดเกาะที่ผิดปกติ อาจทำให้พังผืดมีความหนา แข็งตัว และสูญเสียความยืดหยุ่น ส่งผลให้เกิดอาการปวด ตึง เคลื่อนไหวได้ไม่สะดวกบริเวณที่เกิดพังผืด รวมถึงอาจรบกวนการทำงานของเนื้อเยื่อบริเวณใกล้เคียง ในบางกรณีพังผืดที่มีความหนาอาจกดทับเส้นประสาท หรือหลอดเลือด ทำให้เกิดอาการชา อ่อนแรง หรือรู้สึกไม่สบายบริเวณที่มีพังผืดได้

สาเหตุของการเกิดพังผืด
พังผืดเกิดจากกระบวนการซ่อมแซมตัวเองของร่างกายหลังจากเนื้อเยื่อได้รับความเสียหาย ไม่ว่าจะเกิดจากการอักเสบ การบาดเจ็บ การผ่าตัด หรือหัตถการบางประเภท โดยปกติร่างกายจะทำการสร้างคอลลาเจนและเนื้อเยื่อเกี่ยวพันขึ้นมา เพื่อฟื้นฟูผิวบริเวณที่ได้รับการบาดเจ็บ ซึ่งสาเหตุของการเกิดพังผืดสามารถเกิดได้จากหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็น
การอักเสบของเนื้อเยื่อ
เมื่อร่างกายเกิดการอักเสบ ร่างกายจะสร้างคอลลาเจนหรือเนื้อเยื่อเกี่ยวพันเข้าไปทำการฟื้นฟูเนื้อเยื่อบริเวณนั้น ๆ แต่หากเกิดการอักเสบเป็นเวลานานหรือเกิดซ้ำบ่อยครั้ง อาจกระตุ้นให้ร่างกายสร้างคอลลาเจนมากเกินความจำเป็น จนนำไปสู่การเกิดพังผืดและการยึดติดของเนื้อเยื่อได้
การผ่าตัดและการบาดเจ็บ
การผ่าตัดและการบาดเจ็บเป็นอีกหนึ่งสาเหตุสำคัญของการเกิดพังผืด เนื่องจากเนื้อเยื่อภายในร่างกายได้รับความเสียหายและต้องเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟู หลังการผ่าตัด ทำให้ร่างกายสร้างเนื้อเยื่อใหม่เพื่อเชื่อมประสานบริเวณที่เกิดบาดแผล ซึ่งหากมีการสร้างเนื้อเยื่อมากเกินไป อาจทำให้เกิดพังผืดในบริเวณที่บาดเจ็บได้
การฉีดยาหรือหัตถการบางประเภท
การฉีดยา การฉีดสารเติมเต็ม หรือหัตถการที่มีการสอดอุปกรณ์เข้าสู่ชั้นผิวและเนื้อเยื่อ อาจทำให้ผิวเกิดการระคายเคืองหรือการอักเสบเฉพาะจุดได้ และหากเกิดการอักเสบซ้ำ ๆ หรือมีการกระตุ้นเนื้อเยื่อหลายครั้งในตำแหน่งเดิม อาจทำให้ร่างกายอาจตอบสนองด้วยการสร้างพังผืดขึ้นรอบ ๆ บริเวณที่ทำหัตถการ
การเกิดพังผืดจากการสะสมของเนื้อเยื่อซ้ำ ๆ
เมื่อร่างกายเกิดการบาดเจ็บหรืออักเสบซ้ำในบริเวณเดิมอย่างต่อเนื่อง กระบวนการซ่อมแซมจะถูกกระตุ้นหลายครั้ง ส่งผลให้มีการสะสมของคอลลาเจนและเนื้อเยื่อเกี่ยวพันมากขึ้นเรื่อย ๆ จนเกิดเป็นพังผืดที่หนาตัวและแข็งขึ้น ซึ่งอาจทำให้เนื้อเยื่อบริเวณนั้น ๆ สูญเสียความยืดหยุ่น และทำให้เกิดการยึดรั้ง หรือส่งผลต่อรูปร่างและการทำงานของอวัยวะบริเวณนั้นได้ ซึ่งอาจจะทำให้เคลื่อนไหวได้ยาก
ปัจจัยทางพันธุกรรมและการตอบสนองเฉพาะบุคคล
แต่ละบุคคลจะมีการตอบสนองต่อการบาดเจ็บและการสมานแผลที่แตกต่างกัน ทำให้ในบางคนอาจมีแนวโน้มเกิดแผลเป็นนูนหรือพังผืดได้ง่ายกว่าปกติ และยิ่งเสี่ยงต่อการเกิดพังผืดมากขึ้นหลังการผ่าตัดหรือการบาดเจ็บ
อาการของพังผืดที่พบได้บ่อย
อาการของพังผืดของแต่ละบุคคลอาจแตกต่างกันไปตามตำแหน่ง และความรุนแรงของการยึดเกาะของเนื้อเยื่อ ซึ่งอาจทำให้หลายคนไม่ทันสังเกตเห็นความผิดปกติในช่วงแรก แต่เมื่อพังผืดมีความหนาขึ้นหรือหดรั้งมากขึ้น อาจส่งผลต่อรูปร่าง ความยืดหยุ่นของเนื้อเยื่อ และการเคลื่อนไหวของร่างกายได้ โดยอาการที่พบได้บ่อยมี ดังนี้
- ผิวไม่เรียบเป็นคลื่น เป็นลอน หรือมีรอยบุ๋ม หรือเป็นก้อนแข็งใต้ผิวหนัง
- รู้สึกตึง รั้ง เจ็บ ปวดหรือไม่สบายบริเวณที่เกิดพังผืด
- การเคลื่อนไหวของเนื้อเยื่อลดลง เพราะเนื้อเยื่อสูญเสียความยืดหยุ่น และเคลื่อนไหวได้ไม่เต็มที่
- รูปร่างหรือสัดส่วนไม่สม่ำเสมอ เพราะพังผืดอาจทำให้เนื้อเยื่อเกิดการหดรั้ง ส่งผลให้รูปร่างหรือสัดส่วนดูไม่สมดุล โดยเฉพาะหลังทำศัลยกรรม
ทั้งนี้ แม้ว่าอาการของพังผืดจะได้มีความรุนแรงหรืออันตรายต่อร่างกายได้ แต่หากปล่อยไว้นานไม่รักษาให้เหมาะสม อาจทำให้พังผืดมีความหนาขึ้น หรือพังผืดไปกดทับเส้นประสาท ทำให้เกิดอาการชา ปวดร้าวบริเวณที่เป็นได้

วิธีรักษาพังผืดมีอะไรบ้าง
แนวทางการรักษาพังผืดจะขึ้นอยู่กับตำแหน่งที่เกิดพังผืด ความรุนแรงของอาการ และผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน โดยแพทย์จะพิจารณาเลือกวิธีรักษาที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล เพื่อช่วยลดอาการปวด เพิ่มความยืดหยุ่นของเนื้อเยื่อ และฟื้นฟูการเคลื่อนไหวให้กลับมาเป็นปกติมากที่สุด โดยวิธีการรักษาพังผืด มีดังนี้
รักษาแบบกายภาพบำบัด
การรักษาแบบไม่ผ่าตัดมักเป็นอีกหนึ่งแนวทางแรกที่ใช้ในผู้ที่มีอาการไม่รุนแรง หรืออยู่ในระยะเริ่มต้น โดยมุ่งเน้นการลดอาการและฟื้นฟูการทำงานของเนื้อเยื่อ เพื่อช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นของเนื้อเยื่อและลดการยึดรั้งจากพังผืด เช่น กายภาพบำบัด นวดคลายพังผืด ประคบร้อนหรือประคบเย็น หรือออกกำลังกายและยืดเหยียดกล้ามเนื้อ ช่วยเพิ่มการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อและข้อต่อ ลดการยึดติดของเนื้อเยื่อ พร้อมฟื้นฟูการทำงานของเนื้อเยื่อ
รักษาด้วยการใช้ยา
การใช้ยาเป็นการรักษาในกรณีที่พังผืดมีอาการปวดหรืออักเสบร่วมด้วย แพทย์อาจพิจารณาให้ใช้ยาเพื่อลดอาการปวด เช่น ยาบรรเทาอาการปวด หรือยาลดการอักเสบ ทั้งนี้ ควรใช้ยาภายใต้คำแนะนำของแพทย์หรือเภสัชกร
รักษาด้วยการฉีด
การรักษาด้วยการฉีดเป็นการรักษาสำหรับผู้ที่มีพังผืดหนาตัว มีอาการอักเสบ หรือไม่ตอบสนองต่อการรักษาเบื้องต้น เช่น การทานยา และการทำกายภาพบำบัด โดยแพทย์อาจพิจารณาแนวทางการรักษาด้วยการฉีดตามความเหมาะสมของแต่ละบุคคล เช่น ฉีดยาเพื่อลดการอักเสบ ฉีดสารเพื่อแยกชั้นเนื้อเยื่อ หรือใช้เกล็ดเลือดเข้มข้น เพื่อสนับสนุนกระบวนการฟื้นฟูของเนื้อเยื่อ
รักษาโดยการผ่าตัด
การรักษาโดยการผ่าตัดเป็นการรักษาสำหรับผู้ที่มีปัญหาพังผืดที่มีความรุนแรง มีขนาดใหญ่ พังผืดเกิดการยึดรั้งมาก หรือส่งผลกระทบต่อการทำงานของอวัยวะและการเคลื่อนไหวอย่างชัดเจน โดยจะใช้อุปกรณ์เฉพาะทางในการผ่าตัดเพื่อลดการยึดติดหรือหดรั้งเนื้อเยื่อออกโดยตรง เช่น ผ่าตัดเลาะพังผืด หรือผ่าตัดส่องกล้อง ช่วยลดการบาดเจ็บต่อเนื้อเยื่อและลดระยะเวลาพักฟื้น
ทั้งนี้ วิธีรักษาพังผืดจะขึ้นอยู่กับตำแหน่งที่เกิดพังผืด ความรุนแรงของอาการ และดุลยพินิจของแพทย์ การเข้ารับการประเมินอย่างถูกวิธีจะช่วยให้สามารถวางแผนการรักษาได้อย่างเหมาะสม และลดผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันในระยะยาว
FAQ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับพังผืด
พังผืดอันตรายไหม?
โดยทั่วไปพังผืดไม่ใช่ภาวะอันตรายร้ายแรงต่อร่างกาย แต่หากมีการสะสมที่มากเกินไปหรือเนื้อเยื่อเกิดการยึดรั้งที่ผิดปกติ อาจส่งผลให้เกิดอาการปวด ตึง หรือเคลื่อนไหวได้ไม่สะดวก ซึ่งสามารถส่งผลต่อรูปร่างและการทำงานของอวัยวะบางส่วนได้
พังผืดสามารถหายเองได้หรือไม่?
พังผืดมักไม่สามารถหายไปได้เองทั้งหมด เนื่องจากเป็นเนื้อเยื่อที่ร่างกายสร้างขึ้นถาวรในกระบวนการซ่อมแซม แต่สามารถทำการรักษาเพื่อบรรเทาอาการตึง ปวด หรือการยึดรั้งให้ดีขึ้นได้ เช่น การทำกายภาพบำบัด การออกกำลังกาย หรือการยืดเหยียดกล้ามเนื้อ
พังผืดเกิดขึ้นหลังผ่าตัดได้ทุกคนหรือไม่?
หลังผ่าตัดหรือหลังการบาดเจ็บร่างกาย โดยทั่วไปร่างกายของทุกคนจะสร้างเนื้อเยื่อเพื่อซ่อมแซมบาดแผล ทำให้สามารถเกิดพังผืดได้ แต่ดับความรุนแรงจะแตกต่างกันไป โดยจะขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายด้าน เช่น เทคนิคการผ่าตัด การดูแลหลังผ่าตัด การติดเชื้อ รวมถึงการตอบสนองของร่างกายแต่ละบุคคล
อาการแบบไหนที่ควรรีบพบแพทย์?
หากมีอาการปวดรุนแรง คลำพบก้อนแข็งใต้ผิวหนัง มีอาการชา อ่อนแรง หรือรู้สึกเจ็บแปลบต่อเนื่อง หรือการเคลื่อนไหวข้อต่อ และกล้ามเนื้อทำงานได้ลดลง ควรเข้ารับคำปรึกษาจากแพทย์ เพื่อวางแผนการรักษาที่เหมาะสม
พังผืดสามารถกลับมาเป็นซ้ำได้หรือไม่?
พังผืดมีโอกาสกลับมาเกิดซ้ำได้ โดยเฉพาะในผู้ที่มีการอักเสบเรื้อรัง หากได้รับการบาดเจ็บซ้ำในตำแหน่งเดิม หรือไม่ได้ดูแลตามคำแนะนำหลังการรักษาอย่างเหมาะสม
การรักษาพังผืดต้องผ่าตัดทุกกรณีหรือไม่?
ไม่จำเป็นเสมอไป หากมีอาการที่ไม่รุนแรง หรืออยู่ในช่วงเริ่มต้น แพทย์จะทำการประเมินการรักษาแบบไม่ผ่าตัดก่อน ส่วนการผ่าตัดมักพิจารณาในกรณีที่พังผืดมีความรุนแรง ที่ส่งผลต่อการเคลื่อนไหว หรือไม่ตอบสนองต่อการรักษาแบบไม่ผ่าตัด
ใช้เวลานานแค่ไหนกว่าพังผืดจะดีขึ้น?
ระยะเวลาในการฟื้นตัวขึ้นอยู่กับตำแหน่ง ขนาด และความรุนแรงของพังผืด รวมถึงวิธีการรักษาที่ได้รับ และการตอบสนองของร่างกายแต่ละคน ดังนั้น จึงควรปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างสม่ำเสมอเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่เหมาะสม
พังผืดเกิดจากกระบวนการซ่อมแซมเนื้อเยื่อของร่างกายหลังการบาดเจ็บ การอักเสบ หรือการผ่าตัด ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดอาการปวด ตึง หรือการยึดรั้งของเนื้อเยื่อได้ โดยวิธีการรักษาจะขึ้นอยู่กับความรุนแรงของอาการ ตั้งแต่การทำกายภาพบำบัด การใช้ยา การรักษาด้วยการฉีด ไปจนถึงการผ่าตัดในบางกรณี โดยควรได้รับการประเมินและดูแลจากแพทย์อย่างเหมาะสม
*ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล ควรปรึกษาแพทย์ก่อนเข้ารับการบริการ
*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด

