สงสัยไหมว่าทำไมรักษาฝ้าเท่าไหร่ก็ไม่หายสักที? เพราะแสงแดดคือตัวการหลักที่กระตุ้นการสร้างเม็ดสีจนทำให้รอยฝ้าดูเข้มและชัดขึ้น ทำให้คำตอบอาจอยู่ที่ ครีมกันแดด แล้วทาครีมกันแดดยังไงช่วยรักษาฝ้าได้ ? บทความนี้จะพาไปดูกันว่าทำไมต้องทาครีมกันแดด? ทาครีมกันแดดยังไงช่วยรักษาฝ้าได้ พร้อมแนะนำครีมกันแดดสำหรับคนเป็นฝ้า และวิธีดูแลผิวไม่ให้ฝ้ากลับมาเข้มซ้ำอีก

3 เหตุผลสำคัญ ทำไมคนเป็นฝ้าถึงต้องทากันแดดทุกวัน
- ครีมกันแดดช่วยลดการกระตุ้นเม็ดสีเมลานิน
เมื่อผิวได้รับรังสี UV ที่มากเกินไป จะทำให้เซลล์สร้างเม็ดสี (Melanocytes) ถูกกระตุ้นให้เกิดการผลิตเมลานินเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ผิวบริเวณที่โดนแดดมีความเข้มขึ้น หรือเกิดเป็นรอยฝ้าแดด ซึ่งการทาครีมกันแดดอย่างถูกวิธีจะสามารถช่วยลดปริมาณรังสี UV ที่ทำร้ายผิว และลดการกระตุ้นการสร้างเม็ดสีที่มากเกินไป
- ครีมกันแดดช่วยป้องกันฝ้าไม่ให้เข้มขึ้น
แสงแดดเป็นปัจจัยหลักที่กระตุ้นให้ฝ้าเข้มขึ้น โดยเฉพาะในผู้ที่เคยเป็นฝ้าหรือผู้ที่มีฝ้าอยู่ การใช้ครีมกันแดดที่ป้องกันได้ทั้ง UVA และ UVB เป็นประจำทุกวัน จะช่วยปกป้องผิวจากแสงแดด และช่วยป้องกันไม่ให้ฝ้าเข้มขึ้น
- ครีมกันแดดช่วยลดโอกาสฝ้ากลับมาเป็นซ้ำ
แม้รอยฝ้าจะสามารถรักษาให้จางลงได้ แต่ฝ้ายังสามารถกลับมาเข้มขึ้นได้หากผิวได้รับแสงแดดอย่างต่อเนื่อง การทาครีมกันแดดอย่างสม่ำเสมอทุกวัน ควบคู่กับการหลีกเลี่ยงแดดจัดและใช้อุปกรณ์ปกป้องแสงแดด เช่น หมวก ร่ม หรือแว่นกันแดด จะสามารถช่วยลดโอกาสที่ฝ้าจะกลับมาเป็นซ้ำ
6 วิธีดูแลผิวเป็นฝ้า ให้จางไว ป้องกันฝ้าเข้มขึ้น
เพราะแสงแดด ความร้อน และการระคายเคืองของผิวล้วนส่งผลต่อการสร้างเม็ดสี การดูแลผิวอย่างเหมาะสมควบคู่กับการทาครีมกันแดดเป็นประจำ สามารถช่วยลดปัจจัยกระตุ้นที่ทำให้ฝ้าเข้มขึ้นและลดโอกาสการกลับมาเป็นซ้ำ โดยมีวิธีดูแลผิวทาครีมกันแดดยังไงช่วยรักษาฝ้าได้ ดังนี้
- ทาครีมกันแดดซ้ำทุก 2-3 ชั่วโมง เมื่ออยู่กลางแจ้งหรือว่ายน้ำ หรือทาซ้ำทุก 4-6 ชั่วโมง เมื่ออยู่ภายในร่มหรืออยู่ในอาคาร
- หลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมกลางแจ้งในช่วงที่มีแสงแดดจัดหรือมีรังสี UV สูง
- ป้องกันแสงแดดด้วยอุปกรณ์เสริม เช่น หมวกปีกกว้าง ร่ม และแว่นกันแดด เมื่อต้องออกกลางแจ้ง
- เลือกใช้สกินแคร์ที่มีความอ่อนโยนและเหมาะกับสภาพผิว เพื่อเสริมเกราะป้องกันผิว (Skin Barrier) ให้แข็งแรง
- หลีกเลี่ยงการขัดผิวหรือใช้สกินแคร์หลายชนิดพร้อมกันจนทำให้ผิวเกิดการระคายเคือง แสบ แดง หรือลอก
- ควรดูแลผิวอย่างต่อเนื่องหลังรักษาฝ้าตามคำแนะนำของแพทย์
แนะนำครีมกันแดดสำหรับคนเป็นฝ้า
SUN SILKY CREAM SPF 50 PA+++ (Hybrid Sunscreen)
ครีมกันแดดช่วยรักษาฝ้า เนื้อใยไหมที่ผสานพลังการปกป้องแบบ Hybrid ช่วยบล็อกทั้งรังสี UVA/UVB และแสงสีฟ้า (HEV Light) เนื้อสัมผัสใยไหมบางเบา นุ่มลื่น เกลี่ยง่าย ไม่เหนอะหนะ ด้วยส่วนผสมสำคัญอย่าง Melanin ที่ช่วยเสริมเกราะป้องกันผิวจากการถูกแสงสีฟ้า และรังสี UV ทำร้าย พร้อมลดโอกาสเกิดฝ้าใหม่ และชะลอการเกิดริ้วรอยก่อนวัย
SUNSCREEN MILKY LOTION SPF 30 PA+++ (Physical Sunscreen)
ครีมกันแดดเนื้อน้ำนมสูตรอ่อนโยนที่ช่วยปกป้องผิวจากรังสี UV เนื้อบางเบา ซึมไว สบายผิว ไม่ทิ้งคราบขาว และไม่รบกวนการแต่งหน้า ด้วยส่วนผสมสำคัญอย่าง Vitamin E ที่ช่วยต้านอนุมูลอิสระ เติมความชุ่มชื้นให้ผิวไม่แห้งกร้าน พร้อมฟื้นฟูผิวที่ถูกทำร้ายจากแสงแดด

เลือกทาครีมกันแดดยังไงช่วยรักษาฝ้าได้?
- เลือกครีมกันแดดที่มีค่า SPF และ PA สูง
เมื่อต้องทำกิจกรรมกลางแจ้ง หรือผิวสัมผัสแสงแดดเป็นเวลานาน ควรเลือกครีมกันแดดที่มีค่า SPF 50 หรือ SPF 50+ ขึ้นไป และ PA+++ หรือ PA++++ เพื่อช่วยป้องกันผิวจากรังสี UVA และ UVB ซึ่งเป็นตัวการหลักที่ทำให้ฝ้าเข้มและลึกขึ้น และควรทาในปริมาณที่เพียงพอ และทาซ้ำตามความเหมาะสม
- เลือกครีมกันแดดที่มีสารป้องกันแสงสีฟ้า
แสงสีฟ้า (HEVL Filter / Blue Light Filter) จากหน้าจอคอมพิวเตอร์ โทรศัพท์มือถือ และหลอดไฟ เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่สามารถกระตุ้นให้เกิดฝ้าได้พอๆ กับแสงแดด โดยเฉพาะฝ้าแดด และฝ้าฮอร์โมน จึงควรมองหาครีมกันแดดที่มีสาร Iron Oxides หรือสารต้านอนุมูลอิสระที่ระบุว่าปกป้อง Blue Light ได้ เพื่อช่วยป้องกันผิวจากแสงสีฟ้าที่ตามองไม่เห็น
- เลือกครีมกันแดดแบบ Broad Spectrum
ครีมกันแดดแบบ Broad Spectrum คือ ครีมกันแดดที่สามารถปกป้องผิวจากรังสีอัลตราไวโอเลตได้ทั้ง UVA1 UVA2 และ UVB รวมถึงแสงสีฟ้าในหลอดเดียว จึงเหมาะสำหรับผู้ที่มีฝ้า เพราะช่วยลดการได้รับรังสี UV ที่เป็นปัจจัยกระตุ้นหลักที่ทำให้ฝ้าเข้มขึ้น นอกจากนี้ ครีมกันแดดแบบ Broad Spectrum ยังช่วยลดโอกาสผิวไหม้จากแดด ริ้วรอยก่อนวัย และลดโอกาสเกิดจุดด่างดำ และความหมองคล้ำที่เกิดจากแสงแดดได้
- เลือกครีมกันแดดที่อ่อนโยนปราศจากสารระคายเคือง
การระคายเคือง หรือการอักเสบของผิว ถือเป็นปัจจัยแฝงที่กระตุ้นให้เซลล์เม็ดสีทำงานหนักขึ้น ซึ่งอาจส่งผลให้ผิวอักเสบจนเกิดฝ้าเข้มขึ้น จึงควรเลือกครีมกันแดดที่มีความอ่อนโดย และปราศจากส่วนผสมของสารที่อาจก่อให้เกิดการระคายเคืองผิว เช่น น้ำหอม (Fragrance-Free) แอลกอฮอล์ (Alcohol-Free) หรือพาราเบน (Paraben-Free)
- เลือกเนื้อครีมกันแดดให้เหมาะกับสภาพผิว
ควรเลือกครีมกันแดดที่มีเนื้อสัมผัสให้เหมาะกับสภาพผิว เช่น ครีมกันแดดแบบ Physical Sunscreen เหมาะสำหรับผู้ที่มีผิวแพ้ง่ายหรือมีฝ้า หรือครีมกันแดดแบบ Chemical Sunscreen เหมาะกับคนผิวธรรมดา และครีมกันแดดแบบ Hybrid Sunscreen มีเนื้อสัมผัสบางเบา เกลี่ยง่าย และเหมาะกับทุกสภาพผิว
FAQ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับทาครีมกันแดดยังไงช่วยรักษาฝ้าได้
เป็นฝ้าควรใช้ครีมกันแดด SPF เท่าไร?
สำหรับคนเป็นฝ้าควรเลือกครีมกันแดดที่มีค่า SPF 50+ และ PA++++ เพื่อช่วยป้องกันทั้ง UVA และ UVB ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพราะผิวที่เป็นฝ้าจะมีความไวต่อแสงแดดมากกว่าปกติ
คนเป็นฝ้าควรทาครีมกันแดดวันละกี่ครั้ง?
ควรทาครีมกันแดดทุกเช้าเป็นประจำ หรือทาซ้ำอย่างน้อย 2 ครั้งต่อวันเมื่อจำเป็น หากต้องทำกิจกรรมกลางแจ้งหรือมีเหงื่อออกมาก ควรทาครีมกันแดดซ้ำทุก 2–3 ชั่วโมง เพื่อช่วยคงประสิทธิภาพในการป้องกันแสงแดด และป้องกันฝ้าเข้มขึ้น
อยู่บ้านต้องทาครีมกันแดดไหมถ้าเป็นฝ้า?
แม้จะอยู่ภายในบ้านหรือภายในตัวอาคารก็จำเป็นต้องทาครีมแดด เพราะรังสี UVA สามารถทะลุผ่านกระจกหน้าต่างได้ การทาครีมกันแดดจะช่วยลดปัจจัยที่อาจกระตุ้นให้ฝ้าเข้มขึ้นได้
ทาครีมกันแดดยังไงช่วยรักษาฝ้าได้? หัวใจสำคัญของการป้องกันฝ้าซ้ำ
เมื่อเข้าใจว่าทาครีมกันแดดยังไงช่วยรักษาฝ้าได้ สิ่งสำคัญคือ การเลือกครีมกันแดดที่จะช่วยป้องกันรังสี UVA UVB และแสงสีฟ้าได้อย่างเหมาะสม รวมถึงวิธีการทาครีมกันแดดอย่างถูกวิธี เช่น ทาในปริมาณที่เพียงพอ และหมั่นทาซ้ำอย่างสม่ำเสมอ เพื่อช่วยเสริมประสิทธิภาพในการป้องกันแสงแดด ควบคู่กับการดูแลผิวเป็นฝ้าอย่างอ่อนโยน แม้ว่าครีมกันแดดจะไม่ได้ช่วยรักษาฝ้าได้โดยตรง แต่มีบทบาทสำคัญในการลดการกระตุ้นเม็ดสี ป้องกันฝ้าไม่ให้เข้มขึ้น และช่วยลดโอกาสฝ้ากลับมาเป็นซ้ำได้
*ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล ควรปรึกษาแพทย์ก่อนเข้ารับการบริการ
*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด

