Morpheus8 Burst คืออะไร? เจาะลึก RF Microneedling รุ่นใหม่ เพื่อดูแลผิวหย่อนคล้อย หลุมสิว และผิวไม่เรียบ

morpheus 8 burst

ปัญหาผิวหย่อนคล้อย ผิวไม่เรียบ ริ้วรอย รูขุมขนกว้าง หรือหลุมสิว เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นได้จากหลายปัจจัย โดยแต่ละปัญหาสามารถเป็นได้ทั้งในระดับความลึกของผิวชั้นเดียวกัน และในระดับความลึกของผิวที่แตกต่างกัน จึงทำให้การดูแล หรือแก้ไขปัญหานั้นไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าใช้พลังงานชนิดใดในการแก้ปัญหา แต่จำเป็นต้องเลือกระดับความลึกและรูปแบบการส่งพลังงานให้เหมาะกับสภาพผิวของแต่ละบุคคลด้วย

Morpheus8 Burst เป็นเทคโนโลยี Fractional Radiofrequency หรือ Fractional RF (FRF) ที่ผสานการทำงานของเข็มขนาดเล็กเข้ากับพลังงานคลื่นวิทยุ RF เพื่อส่งพลังงานความร้อนลงสู่ผิวในระดับความลึกที่กำหนด โดยรุ่นใหม่นี้สามารถเลือกระดับความลึกได้หลายระดับ และมีโหมด Burst และ Scale สำหรับการส่งพลังงานหลายระดับความลึกภายในหนึ่งช็อต

Morpheus8 Burst สามารถใช้ดูแลได้ตั้งแต่งานผิวชั้นตื้น เช่น รูขุมขน ริ้วรอยตื้น และหลุมสิว ไปจนถึงงานที่ต้องการดูแลผิวในระดับลึกขึ้น เช่น ความหย่อนคล้อยและบริเวณที่มีไขมันส่วนเกิน ทั้งนี้แพทย์จะเป็นผู้ประเมินระดับความลึกและพลังงานให้เหมาะกับแต่ละบริเวณ

 

เมื่อเริ่มรู้สึกว่าใบหน้าไม่กระชับเหมือนเดิม กรอบหน้าเริ่มไม่ชัด ผิวดูย้วย มีริ้วรอย รูขุมขนกว้าง หรือมีหลุมสิว หลายคนอาจคิดว่าปัญหาเหล่านี้เป็นเรื่องเดียวกันและสามารถใช้เครื่องยกกระชับเครื่องเดียวจัดการได้ทั้งหมด
แต่ในความเป็นจริง ปัญหาผิวแต่ละอย่างอาจเกิดอยู่ใน “คนละระดับความลึกของผิว”

หลุมสิวและผิวไม่เรียบอาจต้องเน้นการดูแลบริเวณผิวด้านบน ขณะที่ความหย่อนคล้อยหรือบริเวณที่มีไขมันสะสมอาจต้องพิจารณาการส่งพลังงานลงไปในระดับที่ลึกกว่า
นี่เป็นหนึ่งในเหตุผลที่ Morpheus8 Burst ถูกพัฒนาขึ้น โดยเป็นเทคโนโลยี Fractional Radiofrequency หรือ FRF ที่ผสาน “เข็มขนาดเล็ก” เข้ากับพลังงานคลื่นวิทยุ RF และสามารถเลือกระดับความลึกในการส่งพลังงานได้หลายระดับ เพื่อให้แพทย์ออกแบบการดูแลให้เหมาะกับปัญหาของแต่ละบริเวณได้มากขึ้น

 

Morpheus8 Burst คืออะไร?

Morpheus8 Burst คือเทคโนโลยี RF Microneedling หรือ Fractional Radiofrequency (FRF) ที่ใช้เข็มขนาดเล็กนำพลังงานคลื่นวิทยุ RF ลงไปสร้างความร้อนในระดับผิวที่แพทย์กำหนดและได้ประเมินไว้เบื้องต้น
สามารถดูแลได้ทั้งผิวชั้นตื้นและระดับที่ลึก เปรียบเทียบผิวของคนเราเป็นอาคารหลายชั้น

  • ปัญหารูขุมขนหรือผิวไม่เรียบอาจเกี่ยวข้องกับบริเวณ “ผิวชั้นบน” 
  • ปัญหาความหย่อนคล้อยหรือเนื้อบริเวณใต้ผิวอาจอยู่ “ชั้นล่าง”

Morpheus8 Burst จึงออกแบบมาเพื่อให้แพทย์วางแผนดูแลผิวได้หลายระดับความลึก ทั้งยังสามารถปรับตำแหน่งของเข็มและระดับการส่งพลังงานให้เหมาะกับผิวแต่ละชั้น โดยมีความลึกประมาณ 0.5–7 มม. ขึ้นอยู่กับหัวและบริเวณที่ทำ

 

Morpheus8 Burst ทำงานอย่างไร ทำไมต้องมีทั้ง “เข็ม” และ “RF”
Morpheus8 Burst ทำงานอย่างไร ทำไมต้องมีทั้ง “เข็ม” และ “RF”

 

Morpheus8 Burst ทำงานอย่างไร ทำไมต้องมีทั้ง “เข็ม” และ “RF”?

Microneedling ไม่ได้เป็นเพียงการใช้เข็มขนาดเล็กกระตุ้นผิวเท่านั้น เพราะ Morpheus8 Burst ทำงานร่วมกันทั้งเข็มและพลังงาน
หัวทิปของ Morpheus8 Burst มีเข็มขนาดเล็กที่ลงไปในระดับความลึกที่ต้องการ จากนั้นจึงส่งพลังงาน Radiofrequency หรือ RF ไปยังบริเวณปลายเข็ม

  • เข็ม = พาพลังงานไปยังตำแหน่งที่ต้องการ
  • RF = สร้างพลังงานความร้อนภายในเนื้อเยื่อบริเวณนั้น

จึงสามารถเน้นได้ทั้งการดูแลผิวชั้นตื้น และส่งพลังงานไปในระดับที่ลึกขึ้นตามปัญหาและบริเวณที่รักษา
อีกทั้งลักษณะเข็มในหัวทิปมีฉนวนหุ้มและเปิดบริเวณปลายเข็ม เพื่อควบคุมตำแหน่งการส่งพลังงานตามที่กำหนด อย่างไรก็ตาม การทำหัตถการยังอาจเกิดผลข้างเคียง เช่น รอยแดง บวม ระคายเคือง หรือแผลไหม้ได้ จึงควรทำโดยแพทย์ที่ประเมินความเหมาะสมและกำหนดค่าพลังงานเป็นรายบุคคล

 

Morpheus8 Burst ช่วยเรื่องอะไรบ้าง?
Morpheus8 Burst ช่วยเรื่องอะไรบ้าง?

 

Morpheus8 Burst ช่วยเรื่องอะไรบ้าง?

Morpheus8 Burst ไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อดูแลเรื่องความหย่อนคล้อยของใบหน้าเพียงอย่างเดียว แต่แพทย์สามารถเลือกหัวทิปและระดับความลึกของเข็มให้เหมาะกับปัญหาที่แตกต่างกันของแต่ละบุคคล
โดยมีการแบ่งการใช้งานตั้งแต่งานผิวชั้นตื้น ไปจนถึงระดับลึกและยังสามารถใช้กับบริเวณลำตัวได้อีกด้วย
โดยปัญหาที่มักนำมาประเมินร่วมกับ Morpheus8 Burst ได้แก่

  • ผิวหย่อนคล้อย เช่น บริเวณแก้ม กรอบหน้า หรือใต้คาง
  • กรอบหน้าไม่ชัด จากความหย่อนคล้อยหรือเนื้อบริเวณใต้ผิว
  • ริ้วรอย ทั้งริ้วรอยตื้นและบริเวณที่ต้องการเก็บรายละเอียด
  • รูขุมขนกว้าง
  • ผิวไม่เรียบและผิวดูไม่ละเอียด
  • หลุมสิว
  • ผิวบริเวณร่างกายที่ดูเหี่ยวหรือย่น
  • รอยแตกลาย

บางบริเวณหรือบางปัญหา แพทย์จะต้องพิจารณาเนื้อเยื่อและชั้นไขมันใต้ผิวร่วมด้วยเพื่อหาวิธีแก้ไขอย่างเหมาะสม
เนื่องจากแต่ละคนไม่ควรใช้ค่าพลังงานหรือความลึกแบบเดียวกัน ผู้ที่มีไขมันบนใบหน้าน้อยและผู้ที่มีไขมันหรือเนื้อแก้มมากย่อมต้องได้รับการวางแผนที่แตกต่างกัน

 

Morpheus8 Burst ทำตรงไหนได้บ้าง?
Morpheus8 Burst ทำตรงไหนได้บ้าง?

 

Morpheus8 Burst ทำตรงไหนได้บ้าง?

แก้มและช่วง Lower Face

  • ในผู้ที่เริ่มรู้สึกว่าแก้มดูห้อยย้อย ผิวช่วงล่างของใบหน้าไม่แน่นกระชับเหมือนเดิม หรือเส้นกรอบหน้าไม่คมชัดแล้ว แพทย์อาจต้องประเมินว่าปัญหาเกิดจากผิวหย่อน เนื้อเยื่อ หรือไขมันที่เกิดขึ้นนั้นเกิดขึ้นที่บริเวณใด

โดยแพทย์สามารถเลือกระดับความลึกของ Morpheus8 Burst ให้เหมาะกับโครงสร้างและปัญหาของบริเวณนั้น

กรอบหน้าและใต้คาง

  • บริเวณใต้คางและกรอบหน้าเป็นพื้นที่ที่มักมีปัญหา เรื่องความหย่อนและชั้นไขมันเข้ามาเกี่ยวข้อง

แพทย์สามารถเลือกระดับความลึกของพลังงานหรือเข็มให้แตกต่างกันระหว่างบริเวณใต้คาง (Submental) กรอบหน้า (Jawline) และส่วนอื่น ๆ ของใบหน้าได้ ดังนั้น ในหนึ่งเคสจึงไม่จำเป็นต้องใช้ค่าหรือความลึกของพลังงานแบบเดียวกันในทุกจุด

รอบดวงตาและริ้วรอยละเอียด

  • โดยทั่วไป ผิวบริเวณรอบดวงตามีความบางกว่าบริเวณแก้มหรือส่วนอื่น ๆ จึงต้องวางแผนการดูแลอย่างละเอียด

Morpheus8 Burst อาจนำมาใช้ดูแลบริเวณรอบดวงตาได้ตามข้อบ่งใช้และการประเมินของแพทย์ แต่เนื่องจากเป็นบริเวณที่บอบบาง แพทย์จึงต้องระมัดระวังเรื่องระดับพลังงานและความลึกเป็นพิเศษ เพื่อลดความเสี่ยงต่อแผลไหม้และผลข้างเคียง

 

Morpheus8 Burst ช่วยเรื่องหลุมสิวได้อย่างไร?

หลุมสิวไม่ได้เป็นเพียงรอยบุ๋มที่มองเห็นบนผิวเท่านั้น แต่โครงสร้างเนื้อเยื่อใต้รอยหลุมอาจมีการเปลี่ยนแปลงร่วมด้วย แนวทางดูแลจึงขึ้นอยู่กับ

  • ชนิด 
  • ความลึก 
  • ลักษณะที่เกิดขึ้นของแต่ละคน

การใช้งาน Morpheus8 Burst ในผิวชั้นตื้นจึงอาจนำมาพิจารณาเพื่อดูแล

  • ผิวไม่เรียบ 
  • รูขุมขน 
  • ริ้วรอยตื้น 
  • หลุมสิว

Morpheus8 Burst ไม่ได้เป็นเพียงแค่การเอาเข็มจิ้มหลุมสิวเท่านั้น แต่แพทย์สามารถเลือกได้ว่าปัญหาของผิวบริเวณนั้นต้องการให้การดูแลที่ลึกแค่ไหน

 

Morpheus8 Burst ปรับความลึกได้เท่าไร?
Morpheus8 Burst ปรับความลึกได้เท่าไร?

 

Morpheus8 Burst ปรับความลึกได้เท่าไร?

Morpheus8 Burst สามารถเลือกความลึกได้หลายระดับ ตั้งแต่ 0.5–7 มม. สามารถแบ่งได้ดังนี้

ระดับความลึกโดยประมาณเหมาะกับการวางแผนดูแลบริเวณใด

  • 0.5 มม. – งานผิวด้านบน ผิวไม่เรียบ รูขุมขน ริ้วรอยตื้น
  • 1–4 มม – งานละเอียด ริ้วรอย และหลายบริเวณบนใบหน้า
  • 1–5 มม – งานที่ต้องการดูแลลึกขึ้นบริเวณใบหน้า
  • 2–7 มม – งานบริเวณลำตัวด้วยหัว Burst Deep

Morpheus8 Burst หัวสีดำสำหรับใบหน้า รองรับความลึกสูงสุด 5 มม. 

Morpheus8 Burst หัวสีฟ้าสำหรับลำตัว รองรับความลึกสูงสุด 7 มม.

ผู้ที่มีใบหน้าบางหรือมีชั้นไขมันน้อย หากใช้เข็มลงลึกหรือใช้พลังงานสูงเกินความเหมาะสม อาจส่งผลต่อชั้นไขมันได้ การประเมินโดยแพทย์ก่อนทำจึงเป็นสิ่งสำคัญ

 

Burst Mode คืออะไร? ทำไมจึงเป็นจุดต่างของ Morpheus8 รุ่นใหม่

คำว่า Burst คือ หนึ่งช็อต สามารถดูแลผิวได้มากกว่าหนึ่งระดับความลึก โดยเครื่องสามารถปล่อยพลังงานเรียงจากระดับลึกขึ้นมาตื้นตามลำดับภายในหนึ่งช็อต แทนที่จะต้องยิงแยกทีละระดับ
Burst Mode สามารถเลือกได้ 2 หรือ 3 ระดับความลึก และปล่อยพลังงานจากลึกขึ้นมาตื้น
จะทำให้แพทย์มีเครื่องมือสำหรับออกแบบการรักษาหลายชั้นผิวในบริเวณเดียวได้ละเอียดมากยิ่งขึ้นนั่นเอง

 

Scale Mode คืออะไร ต่างจาก Burst Mode ยังไง?

Scale Mode สามารถปล่อยพลังงานหลายระดับในหนึ่งช็อตได้เช่นกัน โดยระดับพลังงานจะค่อย ๆ ลดลงตามชั้นความลึกที่เลือก

  • Burst Mode จะเป็นการดูแลหลายชั้นตามโปรแกรมที่กำหนด
  • Scale Mode เหมือนเป็นการสร้างพื้นที่พลังงานที่ค่อย ๆ ไล่จากใหญ่ในระดับลึกแต่ลดสัดส่วนพลังงานตามระดับซึ่งชั้นตื้นสุดบางค่าจะได้รับพลังงานน้อยกว่าระดับลึก  เมื่อเข้าใกล้ผิวด้านบนนั่นเอง

จึงไม่มีคำตอบตายตัวว่า “โหมดไหนดีกว่า” เพราะต้องพิจารณาว่าสภาพผิวและแต่ละบริเวณของผู้รับบริการเหมาะกับรูปแบบพลังงานใด

 

Morpheus8 Burst Deep คืออะไร?
Morpheus8 Burst Deep คืออะไร?

 

Morpheus8 Burst Deep คืออะไร?

Morpheus8 Burst Deep เป็นหัวทิปที่ใช้สำหรับการทำงานในระดับลึกขึ้นและบริเวณลำตัว
หัวทิป Deep มีเข็ม 40 เข็ม และสามารถลงความลึกได้สูงสุดประมาณ 7 มม. โดยส่งพลังงาน Bipolar RF ไปยังเนื้อเยื่อหลายระดับภายในหนึ่งพัลส์ (Pulse) ได้
โดยจะปล่อยเรียงจากวงเข็มด้านใน ไปยังวงกลาง และวงนอก เพื่อช่วยกระจายความร้อนลงในผิวในลักษณะสามมิติและมีความสม่ำเสมอมากยิ่งขึ้น
จึงอาจนำมาพิจารณาใช้กับบริเวณร่างกาย เช่น

  • ผิวหน้าท้องที่ย่นหรือหย่อน
  • รอยแตกลาย
  • ผิวบางบริเวณที่ดูเหี่ยว
  • บริเวณอื่นที่ต้องการการดูแลในระดับที่ลึกกว่าผิวหน้า

 

Morpheus8 Burst ต่างจาก Microneedling ทั่วไปอย่างไร?

คำว่า Microneedling จะทำให้หลายคนคิดว่าเทคโนโลยีที่ใช้เข็มในการนำพาพลังงานลงสู่ใบหน้าจะมีลักษณะที่เหมือนกันแต่ในความจริงแล้ว “เข็ม” เป็นเพียงส่วนหนึ่งของระบบเท่านั้น

  • Morpheus8 Burst  จัดอยู่ในกลุ่ม RF Microneedling ก็จริง เนื่องจาก ประกอบไปด้วยเข็มขนาดเล็ก และพลังงาน Radiofrequency จึงสามารถส่งความร้อนไปยังระดับที่กำหนดภายในผิวได้
  • ในขณะที่เครื่องที่ใช้เทคโนโลยี Microneedling บางประเภทอาจเน้นการสร้าง micro-injury ด้วยเข็มเป็นหลัก โดยไม่มีการส่งพลังงาน RF ในรูปแบบเดียวกัน

Morpheus8 Burst  กับ Microneedling จึงมีความแตกต่างกันในเรื่อง

  • การส่งพลังงาน RF 
  • ระดับความลึก 
  • พื้นที่การเกิดความร้อนภายในผิว

ดังนั้น การเลือกใช้เทคโนโลยีดูแลปัญหาผิวไม่ควรพิจารณาเพียงว่าเครื่องใดดีกว่า แต่ควรดูว่าปัญหานั้นต้องการการดูแลเฉพาะผิวด้านบน หรือจำเป็นต้องส่งพลังงานไปยังระดับที่ลึกกว่า เพื่อให้แพทย์เลือกเทคโนโลยีได้เหมาะสมมากขึ้น

 

Morpheus8 Burst ต่างจาก Morpheus8 รุ่นก่อนอย่างไร?
Morpheus8 Burst ต่างจาก Morpheus8 รุ่นก่อนอย่างไร?

 

Morpheus8 Burst ต่างจาก Morpheus8 รุ่นก่อนอย่างไร?

จุดที่พัฒนาเพิ่มเติมในรุ่น Burst เมื่อเทียบกับรุ่นก่อน ได้แก่

  • ปรับระดับความลึกได้เพิ่มขึ้น
  • มีหัวทิปสำหรับใบหน้าและลำตัว
  • มี Burst Mode
  • มี Scale Mode
  • สามารถเลือกการส่งพลังงาน 2–3 ระดับความลึกได้

ดังนั้นจึงไม่ได้เป็นเพียงเครื่องที่รุ่นใหม่กว่า แต่เป็นการเพิ่มทางเลือกให้แพทย์สามารถออกแบบการรักษาได้ตามสภาพผิวได้อย่างละเอียดมากยิ่งขึ้น

 

Morpheus8 Burst เหมาะกับใคร?

  • ผู้ที่ผิวหน้าเริ่มไม่แน่น
  • ผู้ที่แก้มเริ่มหย่อน
  • ผู้ที่กรอบหน้าไม่ชัด
  • ผู้ที่มีริ้วรอย
  • ผู้ที่รูขุมขนกว้าง
  • ผู้ที่ผิวไม่เรียบ
  • ผู้ที่มีหลุมสิว
  • ผู้ที่ต้องการดูแลคุณภาพผิวหลายระดับ
  • ผู้ที่มีปัญหาผิวหย่อนและรอยแตกลายบริเวณลำตัว

จากปัญหาข้างต้น การประเมินโครงสร้างใบหน้าและปัญหาผิวโดยแพทย์ก่อนทำจึงสำคัญ เพื่อวางแผนดูแลได้เหมาะสมกับแต่ละบุคคล

 

ลงลึกถึงชั้น SMAS
ลงลึกถึงชั้น SMAS

 

คนหน้าตอบหรือไขมันน้อย ทำ Morpheus8 ได้ไหม?

ตอบ: อาจทำได้ในบางกรณี แต่ผู้รับบริการกลุ่มนี้ต้องได้รับการวางแผนอย่างระมัดระวัง
เนื่องจากผู้ที่มีชั้นไขมันบนใบหน้าบางควรใช้การรักษาด้วยพลังงานตื้นและใช้พารามิเตอร์ที่เหมาะสม เพราะการใช้ความลึกหรือพลังงานสูงขึ้นสามารถมีผลต่อชั้นไขมันได้
จึงทำให้ผู้ที่มีปัญหา

  • หน้าผอม
  • แก้มตอบ
  • ขมับตอบ
  • ไขมันบนใบหน้าน้อย

ไม่ใช่ “ลงลึกที่สุด = ยกกระชับได้ดีที่สุด” เพราะเป้าหมายควรเป็นการดูแลความกระชับควบคู่กับการรักษาสัดส่วนของใบหน้า

 

ทำ Morpheus8 Burst เจ็บไหม?

เนื่องจากระหว่างทำมีการใช้เข็มหลายเล่มลงสู่ผิวพร้อมกับปล่อยพลังงาน RF ผู้รับบริการจึงอาจรู้สึกเจ็บหรือไม่สบายผิวได้
โดยปกติจะใช้ยาชาเฉพาะที่ ก่อนจะเข้ารับบริการ เพื่อบรรเทาความเจ็บ ซึ่งระดับความรู้สึกเจ็บของแต่ละคนจะแตกต่างกันออกไป อีกทั้งในบริเวณที่มีกระดูกหรือผิวบางกว่าปกติอาจทำให้เกิดความรู้สึกไวมากกว่าบริเวณอื่น

 

หลังทำ Morpheus8 ผลลัพธ์เป็นอย่างไร?

หลังทำทันทีผิวจะมีการตอบสนองและทำให้เกิดอาการดังนี้ เช่น

  • ผิวแดง
  • บวม
  • รู้สึกร้อนหรือยิบ ๆ
  • มีจุดเลือดออกขนาดเล็กในบางบริเวณ
  • มีรอยคล้ายจุดของหัวเข็มหรือผิวลักษณะคล้ายหนังไก่

อาการเหล่านี้อาจเกิดขึ้นได้ โดยระยะเวลาฟื้นตัวแตกต่างกันในแต่ละบุคคล หากอาการรุนแรงขึ้นหรือไม่ดีขึ้นตามคำแนะนำของแพทย์ ควรติดต่อสถานพยาบาลเพื่อรับการประเมิน

 

ก่อนทำ Morpheus8 เตรียมตัวยังไง?

ก่อนทำควรดูแลให้ผิวอยู่ในภาวะปกติและลดโอกาสระคายเคือง

  • หลีกเลี่ยงการทำให้ผิวคล้ำจากแดด
  • ใช้ครีมกันแดด 
  • หยุดผลิตภัณฑ์ที่ทำให้ผิวระคายเคือง เช่น Retinoids หรือกรดผลไม้ประมาณ 2–3 วันก่อนทำ

ในวันที่ทำ บริเวณผิวไม่ควรมีเครื่องสำอาง โลชั่น น้ำหอม แป้ง หรือน้ำมันตกค้าง

 

หลังทำ Morpheus8 Burst ต้องพักหน้ากี่วัน?

ขึ้นอยู่กับความลึก พลังงาน พื้นที่ที่ทำ และการตอบสนองของผิวแต่ละคน ในช่วงแรก 5-7 วันควรเน้นการลดการระคายเคืองและหลีกเลี่ยงความร้อนเพิ่มเติม

 

การดูแลตัวเองหลังทำ Morpheus8 Burst 

 หลังทำควรหลีกเลี่ยง

  • ความร้อนจัด 
  • ซาวน่า 
  • อบไอน้ำ 
  • โดนแดดจัด 
  • การออกกำลังกายหนักที่ทำให้เหงื่อออก

ในช่วงประมาณ 24–48 ชั่วโมง รวมถึงงดใช้ Retinol หรือผลิตภัณฑ์เร่งการผลัดเซลล์ผิวประมาณ 3–6 วัน

 

ใครบ้างที่ไม่ควรทำ หรือควรแจ้งแพทย์ก่อนทำ Morpheus8?

ก่อนเข้ารับบริการควรแจ้งประวัติสุขภาพและหัตถการเดิมกับแพทย์ โดยเฉพาะผู้ที่

  • ตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร
  • มีเครื่องกระตุ้นหัวใจหรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ฝังในร่างกาย
  • มีวัสดุหรือสิ่งแปลกปลอมถาวรบริเวณที่จะทำ
  • มีโรคหรือแผลบริเวณผิวที่ต้องการรักษา
  • มีประวัติคีลอยด์หรือแผลหายช้า
  • มีภาวะทางสุขภาพที่อาจกระทบต่อการฟื้นตัวของผิว

ควรให้แพทย์เป็นผู้คัดกรองและพิจารณาก่อนทำ 

 

เคยฉีดฟิลเลอร์หรือทำหัตถการอื่นมา ทำ Morpheus8 ได้ไหม?

ควรแจ้งแพทย์ก่อนทำว่าเคยทำหัตถการใด บริเวณไหน และเมื่อไร เพื่อให้แพทย์ประเมินความเหมาะสมและระยะเวลาที่ควรเว้นก่อนทำ
เนื่องจากหลังการฉีดฟิลเลอร์นั้นควรเว้นช่วง การรักษาด้วยพลังงาน RF เพื่อหลีกเลี่ยงการส่งผลต่อฟิลเลอร์ที่ฉีดไป
ควรให้แพทย์ประเมินตามชนิดผลิตภัณฑ์ 

  • ตำแหน่ง 
  • ความลึก
  • เวลาที่ฉีด

เพื่อลดความเสี่ยงต่อผลข้างเคียงหรือผลกระทบต่อบริเวณที่เคยทำหัตถการ

 

Morpheus8 Burst ต้องทำกี่ครั้ง?

จำนวนครั้งและระยะห่างในการทำขึ้นอยู่กับปัญหา สภาพผิว การตอบสนอง และแผนของแพทย์ โดยแนวทางหนึ่งอาจพิจารณาประมาณ 3–4 ครั้ง ห่างกันประมาณ 4–6 สัปดาห์ ทั้งนี้ ผู้ที่ต้องการดูแลหลุมสิว ความหย่อนคล้อย หรือบริเวณลำตัวอาจมีเป้าหมายและจำนวนครั้งแตกต่างกัน

 

Morpheus8 Burst กับเครื่องยกกระชับแบบไม่ใช้เข็ม ต่างกันอย่างไร?

 

ต่างกันโดยวิธีนำพลังงานเข้าสู่ผิว Morpheus8 Burst ใช้เข็มนำพลังงาน RF ในการปล่อยพลังงานตามระดับความลึกที่กำหนด
ส่วนเครื่องยกกระชับแบบไม่ใช้เข็มจะส่งพลังงานผ่านผิวด้านนอกเข้าสู่เนื้อเยื่อตามหลักการของเทคโนโลยีแต่ละชนิด

 

Morpheus8 Burst
Morpheus8 Burst

 

FAQ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Morpheus8 Burst

Morpheus8 Burst คืออะไร?

  • เป็นเทคโนโลยี Fractional Radiofrequency หรือ RF Microneedling ที่ใช้เข็มขนาดเล็กร่วมกับพลังงาน RF และสามารถเลือกระดับความลึกในการส่งพลังงานได้หลายระดับ

Morpheus8 Burst ช่วยยกกระชับไหม?

  • สามารถนำมาใช้ในการดูแลผิวที่มีความหย่อนคล้อยและความแน่นของผิวได้ โดยแพทย์จะเป็นผู้ประเมินว่าปัญหาหลักของผู้รับบริการอยู่ในผิว ชั้นไขมัน หรือโครงสร้างส่วนอื่น

Morpheus8 ช่วยหลุมสิวไหม?

  • สามารถใช้ในการดูแลหลุมสิวและผิวไม่เรียบได้ แต่ผลลัพธ์จะขึ้นอยู่กับชนิดและความลึกของหลุมสิว รวมถึงแผนการรักษาร่วมอื่น ๆ

Morpheus8 Burst ลงลึกกี่ มม.?

  • สามารถเลือกความลึกได้ตั้งแต่ประมาณ 0.5–7 มม. ขึ้นอยู่กับหัวและบริเวณที่ทำ

Morpheus8 Burst ทำ Body ได้ไหม?

  • อาจใช้กับบริเวณลำตัวได้ โดยมี Morpheus8 Burst Deep ซึ่งใช้หัว 40 เข็ม และรองรับการส่งพลังงานในระดับลึกขึ้น ทั้งนี้ ต้องเป็นไปตามข้อบ่งใช้และการประเมินของแพทย์

Morpheus8 Burst กับ Morpheus8 เดิมต่างกันไหม?

  • รุ่น Burst เพิ่ม Burst และ Scale Mode ทำให้สามารถส่งพลังงาน 2–3 ระดับความลึกในหนึ่งช็อตได้ และมีตัวเลือกการใช้งานที่หลากหลายขึ้น

เป็นคนหน้าผอม หน้าไม่มีไขมันทำ Morpheus8 ได้ไหม?

  • อาจทำได้ในบางกรณี แต่ต้องระวังเรื่องชั้นไขมันบนใบหน้า เพราะความลึกและพลังงานที่มากขึ้นอาจมีผลต่อชั้นไขมันได้ จึงควรให้แพทย์ประเมินเป็นรายบุคคล

Morpheus8 ต้องทำกี่ครั้ง?

  • แนวทางหนึ่งอาจพิจารณาประมาณ 3–4 ครั้ง ห่างกันประมาณ 4–6 สัปดาห์ แต่จำนวนและระยะห่างจริงขึ้นอยู่กับปัญหา สภาพผิว และการประเมินของแพทย์
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้เพื่อช่วยให้ท่านได้รับประสบการณ์การใช้งานที่ดีที่สุด และช่วยปรับปรุงคุณภาพบริการให้ดียิ่งขึ้น การเข้าใช้งานเว็บไซต์นี้ถือว่าท่านยอมรับการใช้งานคุกกี้ อ่านเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายการใช้คุกกี้