โปรแกรมยกกระชับผิวในปัจจุบันมีให้เลือกหลายเทคโนโลยีที่เราต่างรู้จักกันเป็นอย่างดี ที่ไม่ว่าจะเป็นโปรแกรมไหนก็จะมีจุดเด่น วิธีทำงานแตกต่างกัน และยังมีแฟนคลับของตัวเองกันทั้งนั้น
ล่าสุดมีอีกหนึ่งทางเลือกอย่างที่เป็นโปรแกรมยกกระชับที่เรียกได้ว่ายกได้โดยใช้ระยะเวลาสั้นอย่าง XTRIPLE โปรแกรมยกกระชับที่โด่งดังนำเข้าจากประเทศเกาหลีใต้ ที่มาพร้อมเทคโนโลยีใหม่ที่น่าสนใจอย่าง 3-Line ที่สามารถส่งพลังงานได้ 3 แนวพร้อมกันต่อการยิงลงผิวหน้าเพียงหนึ่งครั้ง
จุดเด่นของ XTRIPLE คือการออกแบบ Applicator หรือหัวรักษาให้ครอบคลุมพื้นที่ทั่วผิวหนังที่ต้องการยิงได้รวดเร็วขึ้นไปพร้อมๆกับรูปแบบการส่งพลังงานที่มีความเหมาะสมกับการรักษาในแต่ละบริเวณพื้นผิว แต่ความแตกต่างของโปรแกรมนี้กับ HIFU ทั่วไปอย่างไร ช่วยเรื่องอะไรได้บ้าง และเมื่อเทียบกับโปรแกรมยกกระชับอื่นๆ ที่ได้รับความนิยม อย่างไร มีข้อดีหรือข้อจำกัดอะไร ที่จำเป็นต้องรู้ก่อนตัดสินใจทำ

XTRIPLE คืออะไร?
XTRIPLE โปรแกรมยกกระชับผิวที่พัฒนาขึ้นโดยบริษัท TENTECH จากประเทศเกาหลีใต้ ใช้เทคโนโลยีในการยกกระชับคือเทคโนโลยี HIFU หรือ (High-Intensity Focused Ultrasound) เป็นการใช้คลื่นเสียงอัลตราซาวนด์ที่มีความเข้มข้นสูงแบบโฟกัสจำเพาะเจาะ เพื่อส่งพลังงานลงไปยังเนื้อเยื่อใต้ผิวหนังให้อยู่ในระดับความลึกที่แพทย์เป็นผู้กำหนด
เมื่อคลื่นเสียงรวมตัวกันบริเวณที่แพทย์ต้องการแล้ว จะเกิดความร้อนเฉพาะจุด ทำให้เนื้อเยื่อบางส่วนเกิดการหดตัว ไปพร้อมๆกับการกระตุ้นให้เกิดกระบวนการซ่อมแซมและปรับโครงสร้างคอลลาเจนที่อยู่ใต้ชั้นผิว ที่เป็นโปรตีนสำคัญที่ช่วยในการปรับชั้นผิวให้มีความแข็งแรงและยืดหยุ่น
เนื่องจากเมื่อคนเรานั้นมีอายุที่มากขึ้น คอลลาเจนที่อยู่ใต้ผิวหนังจะเริ่มค่อย ๆ เสื่อมสภาพลงทีละน้อย ประกอบกับการเปลี่ยนแปลงของไขมันใต้ผิว รวมทั้งโครงสร้างใบหน้าและกระดูกกะโหลกที่มีอยู่เดิม ทำให้ผิวหน้าเริ่มเกิดการหย่อนคล้อย แก้มเริ่มตก และกรอบหน้าเริ่มไม่ชัดเจนเหมือนเดิมสมัยยังสาว
จึงทำให้การยกกระชับด้วยเทคโนโลยี HIFU เป็นหนึ่งในวิธีดูแลแก้ไขปัญหาความหย่อนคล้อยบนใบหน้า และพื้นผิวบริเวณอื่นๆได้โดยไม่ต้องผ่าตัด
โดยผลลัพธ์ในการรักษาจะมากหรือน้อยเห็นผลชัดหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับสภาพผิว โครงสร้างใบหน้า และการตอบสนองของผิวแต่ละคน

XTRIPLE แตกต่างจาก HIFU ทั่วไปอย่างไร?
XTRIPLE มีหัวใจสำคัญของโปรแกรมคือระบบ 3-Line HIFU ที่สามารถส่งพลังงานให้มีลักษณะเป็น 3 แนวพร้อมกันในการยิงเพียงหนึ่งครั้งเท่านั้น ซึ่งจะต่างจากโปรแกรม HIFU ทั่วไปบางรุ่นที่จะส่งพลังงานการยิงทีละแนว
ให้เปรียบเทียบกับวาดเส้นบนกระดาษ หากใช้ปากกาหนึ่งแท่งก็ต้องวาดเส้นทีละเส้น แต่ถ้าหากเรามีปากกาสามแท่งแล้วใช้เขียนพร้อมกัน ให้ทำงานพร้อมกัน ก็จะสามารถสร้างเส้นได้สามแนวในเวลาเดียวกัน
หลักการของ XTRIPLE นั้นก็เป็นหลักการที่มีความคล้ายคลึงกับที่เปรียบเทียบไป คือเพิ่มจำนวนแนวพลังงานต่อการยิงหนึ่งครั้ง ทำให้มีโอกาสการครอบคลุมพื้นผิวหน้าได้เร็วขึ้น โดยเฉพาะบริเวณแก้มและกรอบหน้าที่ต้องรักษาเป็นพื้นที่ค่อนข้างกว้าง
แต่การยิงสามแนวไม่ได้หมายความว่าจะสามารถยกกระชับได้มากกว่าโปรแกรมอื่นสามเท่า เนื่องจากประสิทธิภาพในการยิงยังคงขึ้นอยู่กับ
- ระดับพลังงาน
- ความลึก
- ระยะห่างระหว่างจุด
- การวางแผนรักษาของแพทย์
จุดแข็งของ XTRIPLE อยู่ที่รูปแบบการส่งพลังงานและความรวดเร็วในการครอบคลุมพื้นที่ มากกว่าจะเป็นการเพิ่มผลลัพธ์แบบคูณ 3 เท่า

XTRIPLE ส่งพลังงานลึกกี่มิลลิเมตร?
XTRIPLE เป็นโปรแกรมที่มีหัว Applicator ในการรักษาหลากหลายรูปแบบ โดยมีระดับความลึก
- 1.5
- 3.0
- 4.5
มิลลิเมตร แต่ละระดับของ หัว Applicator มีเป้าหมายแตกต่างกันตามตำแหน่งและลักษณะเนื้อเยื่อ
ความลึก 1.5 มิลลิเมตร
- เป็นระดับความลึกที่ค่อนข้างตื้น
เหมาะกับการวางพลังงานในเนื้อเยื่อผิวชั้นตื้น โดยมีเป้าหมายเพื่อกระตุ้นการเปลี่ยนแปลงของคอลลาเจนใต้ชั้นผิวและช่วยดูแลความกระชับของผิว
ความลึก 3.0 มิลลิเมตร
- ส่งพลังงานไปยังบริเวณหนังแท้ส่วนลึกหรือเนื้อเยื่อใกล้เคียง
เพื่อกระตุ้นการหดตัวและปรับโครงสร้างคอลลาเจนใต้ชั้นผิว ซึ่งจะช่วยให้ผิวค่อย ๆ มีความแน่นขึ้น
ความลึก 4.5 มิลลิเมตร
- รักษาเนื้อเยื่อชั้นลึก อาจรวมถึงบริเวณชั้น SMAS หรือ (Superficial Musculoaponeurotic System) ที่เป็นชั้นพังผืดที่เกี่ยวข้องกับการพยุงใบหน้า
แต่ความลึก 4.5 มิลลิเมตรไม่ได้หมายความว่าพลังงานจะลงถึงชั้น SMAS ได้ในทุกคน เนื่องจากความหนาของผิวและไขมันแตกต่างกันตามตำแหน่งและโครงสร้างใบหน้า
XTRIPLE ให้ความร้อนกี่องศา?
HIFU ใช้คลื่นเสียงสร้างความร้อนเฉพาะจุดภายในเนื้อเยื่อ โดยหลักการของ HIFU ที่ใช้สำหรับการยกกระชับทั่วไปสามารถทำให้บริเวณจุดโฟกัสเกิดอุณหภูมิที่ผิวประมาณ 60–70 องศาเซลเซียส และบางระบบอาจมีช่วงอุณหภูมิแตกต่างออกไป
ความร้อนที่เหมาะสมสามารถทำให้คอลลาเจนใต้ชั้นผิวบางส่วนหดตัว และเกิดการกระตุ้นกระบวนการซ่อมแซมเนื้อเยื่อในระยะต่อมา
ทั้งนี้ อุณหภูมิบริเวณจุดโฟกัสไม่ใช่อุณหภูมิของผิวหนังทั้งหมด และการใช้ความร้อนสูงขึ้นไม่ได้หมายความว่าจะยกกระชับได้ดีกว่าเสมอไป

หัวรักษา XTRIPLE มีกี่แบบ?
XTRIPLE มีรูปแบบหัวรักษาหลัก 3 ประเภท ได้แก่ 3-Line, 3-Dot และ 1-Dot ซึ่งออกแบบมาเพื่อให้แพทย์ผู้ดูแลสามารถเลือกวิธีส่งพลังงานได้ตามบริเวณที่ต้องการรักษา
3-Line
หัว Applicator ที่ส่งพลังงานสามแนวพร้อมกัน จะมีระดับความลึกอยู่ที่ 3.0 และ 4.5 มิลลิเมตร
จุดเด่นคือการครอบคลุมพื้นที่ได้มากขึ้นต่อการยิงหนึ่งครั้ง จึงเหมาะกับการวางแผนรักษาบริเวณที่ค่อนข้างกว้าง
3-Dot
หัว Applicator ที่ส่งพลังงานสามจุดพร้อมกัน จะมีระดับความลึกอยู่ที่ 3.0 และ 4.5 มิลลิเมตร
แตกต่างจากหัว 3-Line ตรงที่ส่งพลังงานเป็นจุดแทนแนวยาว ช่วยเพิ่มทางเลือกในการวางตำแหน่งรักษา
1-Dot
หัว Applicator ที่ส่งพลังงานหนึ่งจุด มีระดับความลึก 1.5, 3.0 และ 4.5 มิลลิเมตร ออกแบบมาสำหรับการวางพลังงานเฉพาะตำแหน่ง โดยแพทย์ต้องเลือกใช้ตามความเหมาะสมของเนื้อเยื่อและผิว
ข้อดีของ XTRIPLE
ครอบคลุมพื้นที่ได้รวดเร็วขึ้น
- XTRIPLE มีระบบ 3-Line ช่วยเพิ่มจำนวนแนวพลังงานต่อการยิงหนึ่งครั้ง จึงอาจลดเวลาที่ใช้รักษาบริเวณกว้างได้
มีหัวรักษาหลายรูปแบบ
- XTRIPLE ทั้ง 3-Line, 3-Dot และ 1-Dot ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นในการออกแบบการรักษา
ไม่ต้องผ่าตัด
- XTRIPLE เป็นโปรแกรมการรักษาด้วยพลังงานจากภายนอก โดยไม่จำเป็นต้องเปิดแผลหรือพักฟื้นเหมือนการผ่าตัดดึงหน้า
กระตุ้นการปรับโครงสร้างคอลลาเจน
- XTRIPLE มีความร้อนจากพลังงาน HIFU ที่อาจช่วยให้เนื้อเยื่อเกิดการหดตัวและค่อย ๆ ปรับโครงสร้าง ส่งผลให้ผิวดูแน่นขึ้นในบางราย
สามารถวางแผนรักษาตามปัญหาแต่ละบุคคล
- แพทย์เลือกหัวและระดับความลึกของ XTRIPLE ให้เหมาะกับบริเวณที่ต้องการรักษาได้ภายใต้ข้อกำหนดของโปรแกรม
ข้อด้อยและข้อจำกัดของ XTRIPLE
ไม่เหมาะกับทุกปัญหาความหย่อนคล้อย
- โดยเฉพาะผู้ที่มีการสูญเสียปริมาตรใบหน้ามาก หรือมีผิวหย่อนคล้อยรุนแรง ซึ่งอาจต้องใช้วิธีรักษาอื่น
อาจรู้สึกเจ็บระหว่างทำ
- บางคนอาจมีอาการเสียว เจ็บลึก หรือกดเจ็บหลังรักษา ขึ้นอยู่กับบริเวณและระดับพลังงาน
มีความเสี่ยงหากใช้พลังงานไม่เหมาะสม
- เช่น แผลไหม้ การบาดเจ็บของเนื้อเยื่อ อาการชา หรือการเปลี่ยนแปลงของไขมันใต้ผิวหนัง
ผลลัพธ์หลังการทำ XTRIPLE ต้องใช้เวลา
- เพราะกระบวนการปรับโครงสร้างคอลลาเจนเกิดขึ้นต่อเนื่องหลังรักษา ไม่ได้เห็นการเปลี่ยนแปลงทั้งหมดทันที

XTRIPLE เหมาะกับใคร?
XTRIPLE อาจเป็นทางเลือกสำหรับผู้ที่
- เริ่มมีปัญหาผิวหย่อนคล้อย
- แก้มตก
- กรอบหน้าไม่ชัดจากความไม่กระชับของเนื้อเยื่อ
- ต้องการดูแลผิวโดยไม่ผ่าตัด
อย่างไรก็ตาม ผู้ที่
- มีใบหน้าตอบ
- ไขมันใต้ผิวน้อย
- ผิวบาง
- มีความหย่อนคล้อยมาก
ควรได้รับการประเมินอย่างละเอียดก่อนทำ เพราะการส่งพลังงาน XTRIPLE ผิดตำแหน่งอาจทำให้ผลลัพธ์ที่ไม่เป็นไปตามที่ต้องการ
XTRIPLE ไม่เหมาะกับใคร?
- ผู้ที่มีโรคประจำตัว
- อุปกรณ์ทางการแพทย์ฝังอยู่ในร่างกาย
- สตรีมีครรภ์ และให้นมบุตร
หากเคยทำหัตถการบริเวณใบหน้า มีปัญหาผิวหนังเรื้อรังควรแจ้งแพทย์ก่อนรับการรักษา
ต่างจาก Ultherapy, Thermage และ Ultraformer
Ultherapy PRIME ใช้เทคโนโลยี Microfocused Ultrasound with Visualization หรือคลื่นเสียงอัลตราซาวนด์แบบโฟกัสพร้อมระบบแสดงภาพเนื้อเยื่อใต้ผิวหนัง
- จุดเด่นของเครื่องนี้คือแพทย์สามารถมองเห็นชั้นผิวหนังระหว่างรักษาผ่านระบบภาพอัลตราซาวนด์แบบเรียลไทม์ จึงสามารถใช้ภาพที่เห็นมาประกอบการเลือกตำแหน่งและความลึกในการส่งพลังงานได้
- Ultherapy PRIME มีหัวรักษาที่ระดับความลึก 1.5, 3.0 และ 4.5 มิลลิเมตรเช่นเดียวกับ XTRIPLE โดยพลังงานจะรวมตัวเป็นจุดความร้อนขนาดเล็กในเนื้อเยื่อที่กำหนด ช่วยกระตุ้นให้ผิวหน้าเกิดการหดตัวและการสร้างคอลลาเจนใหม่ใต้ผิว
- Ultherapy มีอุณหภูมิบริเวณจุดโฟกัสประมาณ 60–70 องศาเซลเซียส ซึ่งเป็นช่วงที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างคอลลาเจน แต่ไม่ควรนำตัวเลขนี้ไปใช้แทนอุณหภูมิของ XTRIPLE โดยตรง
- ผลลัพธ์ คือการยกกระชับเนื้อเยื่อที่หย่อนคล้อย เช่น บริเวณคิ้ว ใต้คาง และลำคอ ตามข้อบ่งใช้ของระบบ รวมถึงความกระชับของผิวที่ค่อย ๆ เปลี่ยนแปลงหลังทำ
หากเปรียบเทียบ Ultherapy กับ XTRIPLE ความแตกต่างสำคัญคือ Ultherapy มีระบบภาพนำทางเป็นภาพที่เป็นจุดเด่น ขณะที่ XTRIPLE เน้นการส่งพลังงานสามแนวพร้อมกันเพื่อเพิ่มความครอบคลุมของพื้นที่รักษา
Thermage FLX เน้นการกระชับผิวด้วยพลังงานคลื่นวิทยุ RF
Thermage FLX ใช้เทคโนโลยี Monopolar Radiofrequency หรือคลื่นวิทยุแบบขั้วเดียว
- พลังงาน RF ทำให้เกิดความร้อนในเนื้อเยื่อ โดยเฉพาะบริเวณหนังแท้และเนื้อเยื่อใต้ผิวหนังบางส่วน ความร้อนส่งผลต่อโครงสร้างคอลลาเจนและเนื้อเยื่อเกี่ยวพัน กระตุ้นให้เกิดการหดตัวและกระบวนการปรับโครงสร้างคอลลาเจน
- Thermage FLX ไม่ได้กำหนดจุดโฟกัสที่ความลึกแต่ส่งพลังงานผ่านหัว Applicator เพื่อสร้างความร้อนในเนื้อเยื่อตามคุณสมบัติทางไฟฟ้าและการออกแบบระบบ
- Thermage FLX มีระบบทำความเย็นที่ช่วยปกป้องผิวชั้นนอกระหว่างรักษา รวมถึงมีระบบควบคุมการส่งพลังงานเพื่อให้เหมาะกับการทำงานของเครื่อง
- ผลลัพธ์ ให้ผิวที่ดูแน่นและเรียบขึ้น ริ้วรอยบางส่วนดูจางลง และความกระชับของผิวที่ค่อย ๆ ดีขึ้น โดยเฉพาะในผู้ที่มีปัญหาผิวไม่แน่นหรือริ้วรอยร่วมกับความหย่อนคล้อย
เมื่อเทียบกับ XTRIPLE จึงไม่ใช่เพียงความแตกต่างของหัว Applicator เท่านั้น แต่เป็นความต่างของพลังงานตั้งแต่ต้น โดย XTRIPLE สร้างจุดความร้อนด้วยคลื่นเสียง ส่วน Thermage ใช้คลื่นวิทยุเพื่อทำให้เนื้อเยื่อเกิดความร้อน
Ultraformer MPT ใช้ HIFU เหมือน XTRIPLE แต่ต่างกันที่รูปแบบการส่งพลังงาน
Ultraformer MPT ใช้เทคโนโลยี Micro and Macro Focused Ultrasound หรือคลื่นเสียงอัลตราซาวนด์แบบโฟกัสในระดับไมโครและแมโคร ซึ่งมีหลักการสร้างความร้อนในเนื้อเยื่อคล้ายกับ XTRIPLE
- จุดเด่นของ Ultraformer MPT คือระบบ Micro Pulsed Technology ซึ่งออกแบบให้ส่งพลังงานเป็นพัลส์ขนาดเล็ก พร้อมโหมดการรักษาหลายรูปแบบ เช่น Normal Mode และ Micro Pulse Mode เพื่อให้แพทย์เลือกวิธีส่งพลังงานตามบริเวณที่รักษา
- หัว Applicator สำหรับใบหน้ามีระดับความลึกหลายระดับ เช่น 1.5, 2.0, 3.0 และ 4.5 มิลลิเมตร โดยขึ้นอยู่กับชนิดของหัว Applicator ส่วนหัวสำหรับร่างกาก็ยังมีความลึกมากกว่านั้น
- ผลลัพธ์ คือการกระชับผิวและดูแลในส่วนความหย่อนคล้อยของใบหน้า รวมถึงการรักษาบริเวณร่างกายบางส่วนตามหัวและข้อบ่งใช้ที่เหมาะสม
เมื่อเปรียบเทียบกับ XTRIPLE โดยที่ทั้งสองโปรแกรมใช้พลังงานกลุ่มเดียวกัน แต่ XTRIPLE เด่นเรื่องการยิงสามแนวพร้อมกัน ส่วน Ultraformer MPT เด่นเรื่องความหลากหลายของโหมดและรูปแบบการส่งพลังงาน
จึงไม่สามารถตัดสินว่าเครื่องไหนยกกระชับได้ดีกว่าจากจำนวนแนวหรือจำนวนโหมดเพียงอย่างเดียว ต้องพิจารณาพลังงานที่ส่งลงเนื้อเยื่อ การวางแผนรักษา ผลลัพธ์ และการรักษาของแพทย์ร่วมด้วย
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ XTRIPLE
XTRIPLE เป็น HIFU หรือไม่?
- XTRIPLE เป็นโปรแกรมยกกระชับที่ใช้เทคโนโลยี HIFU โดยมีจุดเด่นคือระบบ 3-Line ซึ่งสามารถส่งพลังงานสามแนวพร้อมกันในการยิงหนึ่งครั้ง
XTRIPLE เจ็บไหม?
- ระหว่างทำอาจรู้สึกเจ็บลึกหรือเสียวในบางตำแหน่ง ขึ้นอยู่กับระดับพลังงาน บริเวณรักษา และความไวต่อความเจ็บของแต่ละคนแต่สามารถเลือกทายาชาก่อนทำหัตถการได้
XTRIPLE เห็นผลเมื่อไหร่?
- จากการปรับโครงสร้างหลังทำ XTRIPLE จะเริ่มจากคอลลาเจนใต้ผิวจะค่อย ๆ เกิดขึ้นในช่วงหลายสัปดาห์ถึงหลายเดือน โดยผลลัพธ์ที่ให้จะแตกต่างกันออกไปในแต่ละบุคคล
XTRIPLE กับ Ultherapy เลือกอะไรดี?
หากต้องการเปรียบเทียบ ควรพิจารณาจุดเด่นของแต่ละระบบร่วมกับสภาพผิว โดย
- XTRIPLE เน้นการส่งพลังงานหลายแนว
- Ultherapy PRIME มีระบบแสดงภาพเนื้อเยื่อระหว่างทำ
การเลือกโปรแกรมควรขึ้นอยู่กับการประเมินของแพทย์ ไม่ใช่ความใหม่ของเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว
XTRIPLE ช่วยลดเหนียงได้ไหม?
- หากบริเวณใต้คางมีความหย่อนคล้อยของเนื้อเยื่อ การรักษาด้วย HIFU อาจช่วยให้ผิวดูแน่นขึ้นได้ในบางราย แต่ถ้าเหนียงเกิดจากไขมันสะสมเป็นหลัก ผลลัพธ์อาจแตกต่างออกไป จึงควรประเมินสาเหตุให้ชัดเจนก่อนรักษา
สรุป XTRIPLE ดีไหม คุ้มค่ากับการทำหรือไม่?
XTRIPLE เป็นอีกหนึ่งเทคโนโลยียกกระชับตัวใหม่ในท้องตลาดที่มีความน่าสนใจ โดยเฉพาะระบบ 3-Line HIFU ซึ่งสามารถส่งพลังงานได้ถึงสามแนวพร้อมกัน จึงช่วยให้เกิดความรวดเร็วในการทำหัตถการ เนื่องจากสามารถทำได้ครอบคลุมทุกพื้นที่ได้อย่างรวดเร็ว และมีหัว Applicator ในการรักษาหลายรูปแบบให้เลือกตามบริเวณที่ต้องการดูแล
จุดเด่นของ XTRIPLE อยู่ที่การออกแบบการส่งพลังงาน อย่างไรก็ตาม โปรแกรมยกกระชับที่เหมาะสมที่สุดไม่จำเป็นต้องเป็นโปรแกรมที่ใหม่ที่สุดหรือยิงได้หลายแนวที่สุด แต่ควรเป็นโปรแกรมที่ตอบโจทย์ปัญหาผิวของแต่ละคน มีข้อมูลด้านประสิทธิภาพและไม่ก่อให้เกิดอันตราย และได้รับการวางแผนรักษาอย่างเหมาะสมโดยแพทย์

