เครื่องยกกระชับที่ถูกพัฒนาขึ้นจากเครื่องยกกระชับตัวดังอย่าง Oligio ใช้วิธีการยกกระชับด้วยคลื่นวิทยุความถี่สูง Monopolar RF ในการส่งพลังงานความร้อนสู่ผิวหนังชั้นหนังแท้ เพื่อให้เกิดการกระตุ้นการหดตัวของเส้นใยคอลลาเจนที่มีอยู่เดิมใต้ชั้นผิว และยังช่วยให้เกิดการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในระยะยาวเพิ่มขึ้นด้วย ไม่เพียงเท่านั้น ใน Oligio X ยังมีการพัฒนาด้านระบบความเย็นหรือ Cooling Power ให้เป็นรุ่นใหม่จึงทำให้สามารถรักษาและคงความเย็นได้นานขึ้นกว่า Oligio รุ่นเก่ามากถึง 2.25 เท่า จึงทำให้ระหว่างเข้ารับการทำหัตถการจะมีความรู้สึกเย็น สบาย และยังสามารถช่วยปกป้อง ผิวหนังชั้นบนจากความร้อนที่มากเกินไป จึงช่วยในการลดความกังวล และความกลัวจากความร้อนหรืออาการเจ็บจากการทำหัตถการได้ ให้ผลลัพธ์หลังการทำที่เป็นผลอย่างชัดเจน และสามารถคงสภาพผลลัพธ์ได้อย่างยาวนานมากขึ้นกว่าเดิม
เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการยกกระชับปรับรูปหน้า เก็บไขมันส่วนเกินบริเวณกรอบหน้า ทำให้หน้าเรียว ผิวดีขึ้นจากพลังงานที่ยิงลงไป โดยไม่ต้องเข้ารับการผ่าตัดเพื่อยกกระชับหรือดึงหน้า
อีกหนึ่งจุดเด่นของ Oligio X ที่ไม่พูดถึงไม่ได้คือการใช้ G Mode
G Mode เทคโนโลยีที่ช่วยสร้างงานผิว
G Mode ใน Oligio X คือหนึ่งในพลังงานที่ถูกออกแบบมาเพื่อให้การยกกระชับมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น และเป็นมากกว่าการยกกระชับไปอีกหนึ่งขึ้น เพราะระบบ G Mode ใน Oligio X นั้นคือ ระบบที่ทำงานอย่างเป็นขั้นเป็นตอน ที่จะช่วยในการเตรียมผิว จากนั้นจะช่วยกระตุ้นชั้นผิวลึก และยังมีความพิเศษที่สุดเซอร์ไพรซ์คือ G Mode นั้นสามารถล็อกผลลัพธ์ในการยกกระชับให้ยาวนานมากขึ้นกว่าปกติได้อีกด้วย
G Mode คืออะไร? ย่อมาจากอะไร ?
G Mode ย่อมาจาก Gentle Surface Heating นั้นเอง ซึ่ง Oligio X ออกแบบให้Modeนี้เป็นModeที่เน้นเกี่ยวกับการดูแลผิวหนังชั้นบน โดยจะเป็นการปล่อยพลังงานความร้อนอ่อนๆ ที่มีความอ่อนโยนเพื่อกระตุ้นให้เกิดการสร้างคอลลาเจนขึ้นใหม่ในผิวหนังชั้นบนที่ตื้นๆ เพื่อเกิดการปรับให้
- ผิวดูเรียนเนียนมากขึ้น
- รูขุมขนมีความกระชับ และเล็กลง
- ปรับให้ผิวชั้นนอกดูอิ่มฟู และแน่นกระชับมากขึ้น
ไม่เพียงเท่านั้น G Mode ใน Oligio X ยังช่วยในการเตรียมผิวในขั้นต้น เพื่อให้ผิวมีความพร้อมสำหรับการรับพลังงานที่จะส่งผ่านในขั้นถัดไป ทั้งยังช่วยลดความเจ็บ ความรู้สึกจี๊ดที่ผิว ในระหว่างการยิงพลังงานขั้นถัดไป ที่เป็นการส่งพลังงานลงผิวชั้นลึก และยังช่วยกระจายความร้อนจากพลังงานที่ลงสู่ผิวได้อย่างสม่ำเสมอ
ขั้นตอนการรักษา G Mode
G Modeจะถูกใช้ในการทำหัตถการด้วยกัน 2 รอบ คือขั้นตอนเปิด รวมทั้งขั้นตอนปิด เนื่องจากประสิทธิภาพที่กล่าวไปข้างต้น โดยเหตุผลที่ใช้ G Mode ในทั้งสองขั้นตอนมีดังนี้
การใช้ G Mode ในการ Pre-Heating
เริ่มต้นกระบวนการยกกระชับด้วยขั้นตอนแรกคือการ อบอุ่น หรือวอร์มผิวหนังชั้นบนอย่างอ่อนโยนที่สุด
การเตรียมผิวหนังในขั้นตอนนี้จะช่วยปรับผิวให้มีความพร้อมมากขึ้นในการรับพลัง ลดความไม่สบายผิว และยังทำให้ผิวสามารถกระจายความร้อนได้ดี หากเข้ารับพลังงานในขั้นที่ 2 คือ X Mode
G Mode G Mode เพื่อ Long-lasting
เหตุผลที่แพทย์จะต้องกลับมาใช้ G Mode อีกครั้งในขั้นตอนปิดท้ายก็เพื่อให้ G Mode นั้นช่วยในการกักเก็บความร้อนจากพลังงานใต้ผิวที่ยิงเข้าไปให้ได้นานมากขึ้น ซึ่งขั้นตอนนี้มีข้อดีมากๆคือการช่วยยืดระยะเวลาในการกระตุ้นให้เกิดการสร้างคอลลาเจนได้นานมากยิ่งขึ้น ทำให้ผิวหนังบริเวณที่ทำเกิดการฟื้นฟูขึ้นอย่างต่อเนื่อง จึงทำให้สามารถคงผลลัพธ์ได้นานมากยิ่งขึ้นนั่นเอง
ประโยชน์ของ G Mode
นอกจากประโยชน์ในด้านการเตรียมผิวแล้ว G Mode ยังมีความสำคัญต่อการยกกระชับผิวโดยรวมดังนี้
1. ช่วยเตรียมผิวก่อนทำหัตถการ
เนื่องจาก G Mode มีประสิทธิภาพในการวอร์ม อุ่นผิวอย่างอ่อนโยน จึงทำให้ผิวสามารถรับพลังงานที่จะยิงลงในผิวชั้นลึกได้อย่างดีและให้ประสิทธิภาพในการรักษาที่มากขึ้น
2. ช่วยในการกระตุ้นคอลลาเจนที่ผิวหนังชั้นตื้น
G Mode นั้นช่วยปรับสภาพผิวบริเวณที่ทำให้เกิดความเรียบเนียนมากขึ้น ช่วยลดริ้วรอยเล็ก ๆ และยังช่วยกระชับรูขุมขนให้เล็กลง ทำให้ผิวภาพรวมดูเรียบเนียนได้ด้วย
3. ช่วยปกป้องผิวจากความร้อน
G Mode มีความสามารถในการกระจายความร้อนจากพลังงานที่ยิงลงสู่ผิวหนังให้มีความสม่ำเสมอ และยังลดโอกาสที่ผิวชั้นบนจะได้รับความร้อนจากพลังงานมากเกินไป
Oligio X ช่วยอะไรบ้าง?
ช่วยทั้งฟื้นฟูผิวและการยกกระชับได้พร้อมๆกันในการทำหัตถการเดียวจึงทำให้ผลลัพธ์หลากหลาย ดังนี้
- ช่วยยกกระชับได้ทั้งผิวหน้าและลำคอ
- ช่วยยกและปรับกรอบหน้าให้เรียวชัดขึ้น
- ช่วยลดความหย่อนคล้อยบริเวณแก้มของแก้ม และเก็บแก้มล่าง
- ช่วยลดเหนียง หรือบริเวณใต้คาง
- ช่วยยกกระชับ ลดเลือนร่องแก้มลึก
- ช่วยกระชับรูขุมขนที่กว้าง
- ช่วยปรับผิวให้เรียบเนียนมากขึ้น
- ช่วยกระตุ้นให้ผิวเกิดการการสร้างคอลลาเจน
- ช่วยฟื้นฟูความยืดหยุ่นของผิว
- ช่วยปรับให้ผิวแน่น กระชับมากขึ้น
- ช่วยยกกระชับเฉพาะบริเวณได้
Oligio X เหมาะกับใคร?
สามารถทำได้ทั้งในผู้ที่ประสบปัญหาความหย่อนคล้อยได้ตั้งแต่ระดับปานกลาง ไปจนถึงมาก หรือในผู้ที่มีปัญหาดังนี้
- ผู้ที่มีกรอบหน้าไม่ชัด
- ผู้ที่มีผิวหน้าเริ่มหย่อนคล้อย หรือเริ่มหย่อนคล้อย
- ผู้ที่มีไขมันสะสมที่แก้มเยอะหรือแก้มห้อย
- ผู้ที่มีเหนียงหรือไขมันใต้คางสะสม
- ผู้ที่มีร่องแก้มลึก
- ผู้ที่มุมปากตก
- ผู้ที่มีร่องน้ำหมาก
- ผู้ที่หนังตาตก หรือเปลือกตาหย่อนคล้อย
- ผู้ที่คิ้วตกและต้องการยกคิ้ว
- ผู้ที่ผิวหลวมและต้องการกระตุ้นให้เกิดการสร้างการสร้างคอลลาเจนใต้ผิวเพื่อให้เกิดความกระชับ
- ผู้ที่ต้องการฟื้นฟูคุณภาพผิวให้ดีมากยิ่งขึ้น
- ผู้ที่ต้องการกระชับรูขุมขน
ผลลัพธ์หลังทำ Oligio X
หลังจากเข้ารับบริการการทำ Oligio X แล้วจะสามารถสังเกตเห็นได้อย่างชัดเจนว่า ผิวหน้าจะยกกระชับขึ้นประมาณ 30% ซึ่งเกิดจากคอลลาเจนใต้ผิวเกิดการหดตัวจากการยิงพลังงานความร้อน
โดยหลังจากนั้นร่างกายจะเกิดกระบวนการสร้างคอลลาเจนใต้ผิวขึ้นมาใหม่ ทำให้ผิวกระชับมากขึ้นได้เรื่อยๆ และจะเห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจนขึ้นเรื่อยๆในระยะเวลา 1-3 เดือน และจะเห็นผลลัพธ์ได้เต็มที่ประมาณ 3-6 เดือนหลังเข้ารับการทำหัตถการ
Oligio X อยู่ได้นานแค่ไหน?
ผลลัพธ์จากการทำ Oligio X โดยทั่วไปแล้วจะสามารถคงสภาพอยู่ได้นานประมาณ 8 เดือนถึง 1 ปี
แต่การคงสภาพของผลลัพธ์ก็ขึ้นอยู่กับปัจจัยดังนี้ร่วมด้วย
- อายุ
- สภาพผิวเดิม
- พฤติกรรมการดูแลตัวเองหลังทำ
- การใช้ชีวิตประจำวัน
- อาหารที่รับประทาน
- การพบเจอแสงแดดและมลภาวะ
สามารถทำได้ต่อเนื่องทุกปี โดยแนะนำให้ทำปีละ 1 ครั้ง เพื่อประสิทธิภาพในการฟื้นฟูคอลลาเจน และคงสภาพผิวและความยกกระชับอย่างต่อเนื่อง

Oligio X ต่างจาก Oligio เดิมอย่างไร?
Oligio X ถูกการพัฒนาให้ดีขึ้นหลายด้านทั้ง
ระบบความเย็น
พัฒนาให้รักษาความเย็นได้ดีขึ้นถึง 2.25 เท่า เพื่อช่วยลดความรู้สึกเจ็บ จี๊ดและไม่สบายผิวระหว่างการรักษา
เทคโนโลยี GXG Dual Mode
พัฒนา Mode โดยการเพิ่มระบบการส่งพลังงานลงผิว 3 ขั้นตอน เพื่อให้การยกกระชับผิวมีประสิทธิภาพที่ดีมากขึ้น
การส่งพลังงานที่ลึกและต่อเนื่องกว่า
ช่วยกระตุ้นคอลลาเจนใต้ชั้นผิวได้อย่างครอบคลุมมากยิ่งขึ้น จึงทำให้ได้ผลลัพธ์ชัดเจนและสามารถคงผลลัพธ์ได้นานกว่าเดิม
ความรู้สึกขณะทำ Oligio X?
ในระหว่างการทำหัตถการ จะรู้สึกถึงความอุ่น ใต้ผิวหนัง เป็นผลจากการยิงพลังงาน RF ลงสู่ชั้นหนังแท้
โดยผิวด้านบนก็จะได้รับการปกป้องด้วยระบบ Cooling Power ไปพร้อมๆกัน และยังช่วยรักษาความเย็นตลอดการรักษาอีกด้วย
ทั้งนี้ยังมีระบบสั่น (Vibration System) ที่เป็นระบบช่วยลดความเจ็บ เพิ่มความสบายมากขึ้นขณะทำหัตถการ สามารถยกกระชับผิวได้โดยไม่ต้องพักฟื้น ไม่ต้องผ่าตัด และสามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ปกติ
การดูแลตัวเองหลังทำ Oligio X
เพื่อให้ Oligio X มีผลลัพธ์ที่อยู่ได้นานมากขึ้น ควรปฏิบัติดังนี้
- ทาครีมกันแดดและหลีกเลี่ยงแสงแดดเป็นประจำ
- ดื่มน้ำให้เพียงพอ
- หลีกเลี่ยงความร้อนจัด หรือซาวน่าในช่วงแรก
- พักผ่อนให้เพียงพอ
- รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อการสร้างคอลลาเจน
Oligio X คือเทคโนโลยียกกระชับผิว ที่ได้รับการพัฒนาให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้นด้วย G Mode และพัฒนาระบบ Cooling Power ให้ดีมากยิ่งขึ้น
มีจุดเด่นคือการทำงานแบบ 3 ขั้นตอน คือการช่วยเตรียมผิว ส่งพลังงานลึก รวมทั้งล็อกผลลัพธ์ให้คงสภาพอยู่ได้นาน มากขึ้นพร้อมทั้งยังช่วยยกกระชับผิว ลดเหนียง ไขมัน กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน และฟื้นฟูคุณภาพผิวได้โดยไม่ต้องผ่าตัด
สำหรับใครที่กำลังมองหาวิธียกกระชับผิวที่เห็นผล ไม่เจ็บ สบายผิว ไม่ต้องใช้เข็ม และไม่ต้องพักฟื้น Oligio X เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ตอบโจทย์อย่างครบถ้วน ทั้งในด้านผลลัพธ์ ไม่ก่อให้เกิดอันตรายภายหลัง และความสบายระหว่างการรักษา







